
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริการจัดการเชิงรุก (Agri-Map) และพบปะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว โดยมี นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอนุชา นาคาศัย) คณะผู้บริการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ แปลงของนายยุทธนา ทัยบุตร หมู่ที่ 4 บ้านเขาดินไพรวัลย์ ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญ คือ Zoning by Agri-Map เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตในพื้นที่เหมาะสมน้อย หรือไม่เหมาะสม เพื่อที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปผลิตสินค้าอื่นที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าชนิดเดิม โดย จ.สุโขทัย มีการใช้ประโยชน์และความเหมาะสมของดินเพื่อการเพาะปลูก (Agri-Map analytic) แบ่งเป็น พื้นที่ทําการเกษตรที่เหมาะสม 548,720 ไร่ และพื้นที่ทําการเกษตรที่ไม่เหมาะสม 301,002 ไร่ ในส่วนของ อ.ศรีสำโรง มีสภาพพื้นที่แห้งแล้ง ดินขาดความสมบูรณ์ ซึ่งเดิมเกษตรกรปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ใช้ต้นทุนสูง แต่ผลผลิตน้อย และประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำ มีน้ำไม่เพียงพอกับภาคเกษตรและอุปโภค บริโภค ซึ่งจากผลการดำเนินงานในพื้นที่ที่ผ่านมา เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจมาก เนื่องจากได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นที่ สามารถกักเก็บน้ำมีแหล่งน้ำในช่วงหน้าแล้งหรือทำเกษตรผสมผสาน ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เกิดรายได้เสริม และลดค่าอาหารในครัวเรือนได้ ส่งผลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ จะสนับสนุนให้ ต.นาขุนไกร เป็นโมเดลต้นแบบ ของจังหวัดสุโขทัยต่อไป
“เกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ซึ่งการเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงโคคณิตศาสตร์ เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างรายได้ ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็สามารถคืนทุนได้ ผมจึงอยากเห็นพี่น้องเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นกำลังซื้อส่วนใหญ่ของประเทศสร้างเงิน สร้างรายได้ จาก “เงินบาทแรกของแผ่นดิน” เพื่อหลุดพ้นจากความยากจน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะต้องหาแนวทางทำอย่างไรให้เกษตรกรไทยปรับเปลี่ยน ให้ลูกหลานเกษตรกรไทยมีรายได้อย่างยั่งยืน” รมช.อนุชา กล่าว

สำหรับแปลงของนายยุทธนา ทัยบุตร เดิมพื้นที่ปลูกข้าว ทั้งหมด 11 ไร่ พื้นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว (N) ซึ่งเป็นการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว มีรายได้ปีละครั้ง พื้นที่มีปัญหาขาดแคลนน้ํา ปลูกข้าวไม่ได้ผลผลิต ซึ่งต่อมาหมอดินอาสา ได้ให้คำแนะนำให้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-map) ปรับเปลี่ยนจากข้าวเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ จํานวน 11 ไร่ โดยปัจจุบัน เลี้ยงวัว จํานวน 50 ตัว มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งเป็น 1. ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ จํานวน 7 ไร่ (หญ้าแพงโกล่า) 2. ที่อยู่อาศัย และสระน้ํา จํานวน 2 ไร่ 3. คอกวัว จํานวน 2 ไร่ (50 ตัว) จากการเข้าโครงการฯ ทำให้มีรายได้จากการขายหญ้าแพงโกล่า ไร่ละ 4,000 บาท 1 ปี ขายได้ 3 รอบ (ทำขาย 3 ไร่ เป็นเงิน 36,000 บาท/ปี โดยกรมพัฒนาที่ดินได้เข้าการดําเนินการขุดสระน้ําในไร่นานอกเขตชลประทาน ขนาด 1,260 ลบ.ม. จํานวน 2 บ่อ จัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ําโดยการปรับพื้นที่แบบมีคูน้ําความยาว 120 เมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ํา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมหม่อนไหมเชิญชวนเที่ยวงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ชมนิทรรศการ Live Exhibition จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569
ครม. ไฟเขียว 'บิ๊ก กษ.' ล็อตใหญ่ 9 ตำแหน่ง 'สุริยะ' ปัดเอี่ยวโยนปลัด
ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ล็อตใหญ่ 9 ตำแหน่ง 'อธิบดี-รองปลัด-ผู้ตรวจฯ' ด้าน 'สุริยะ' ย้ำเป็นอำนาจปลัด กษ. ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ยันคัดจากผลงาน-ความซื่อสัตย์
รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ เตรียมงบ กพส. 350 ล.กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกรณีพิเศษเสริมสภาพคล่อง
"รมช.ปิยะรัฐชย์" สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม
ครม. เห็นชอบแผนพัฒนาประมงไทยทั้งระบบในระยะ 5 ปี
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมง พ.ศ. 2566-2570 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการและพัฒนาการประมงของประเทศในระยะ 5 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านทรัพยากร เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และกติกาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมยกระดับการประมงไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
จัดใหญ่ 'THAILAND²' 5 กระทรวงจับมือ ยกกำลังประเทศไทย 21 ก.ค.
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า งาน “THAILAND² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” ถือเป็นงานใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกจากการผนึกกำลังของ 5 กระทรวงหลัก
กระทรวงเกษตรฯ ยกระดับสินค้าเกษตรจากท้องถิ่นสู่ตลาดพรีเมียม สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรม “เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรและบริ

