'ทุนจุฬาฯ-ชนบท' เปลี่ยนชีวิตอดีต รปภ. สู่สัตวแพทย์

จากเด็กจังหวัดน่านที่มีต้นทุนชีวิตไม่มากนัก ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยและเคยทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยระหว่างรอผลสอบ  จนได้รับโอกาสทางการศึกษาจากจุฬาฯ ในฐานะนิสิตโครงการจุฬาฯ-ชนบท และสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ สมความตั้งใจ  


วันนี้  น.สพ. วีรพงศ์ แซ่หาญ จากคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กับการเรียนประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การสัตวแพทย์คลินิก สาขาศัลยกรรม  น.สพ.วีรพงศ์ เผยถึงเส้นทางกว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ง่ายจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคมเขาต้องช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวโดยในวันเสาร์และอาทิตย์จะช่วยแม่ซึ่งเป็นเกษตรกรและรับจ้างทั่วไป  

“ผมอยู่กับแม่ 2 คน แม่มีอาชีพเกษตรกรและรับจ้างทั่วไปวันเสาร์อาทิตย์ผมจะช่วยแม่ทำงานและมีเงินเก็บไว้สำหรับใช้จ่ายเรื่องอุปกรณ์การเรียน ค่าชุดนักเรียนค่าขนม ค่าข้าว ”
นอกจาก ข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์แล้วการเดินทางและเทคโนโลยี ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคเพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนประจำอำเภอและเพื่อนหลายคนที่เรียนมาด้วยกัน ก็ไม่ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นช่วงมัธยมปลาย แต่สำหรับ น.สพ. วีรพงศ์ เขาได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิจุฬาภรณ์  ทำให้สามารถเรียนจนจบมัธยมศึกษาได้ และเมื่อถึงชั้น ม.6เขาเริ่มค้นหาคำตอบว่าอยากเรียนอะไรต่อในระดับมหาวิทยาลัย

จากการพูดคุยกับคุณครูและทบทวนความสนใจของตัวเองเขาพบว่าตนเองมีความผูกพันกับสัตว์มาตั้งแต่เด็กจึงเริ่มค้นหาข้อมูลคณะต่าง ๆ และในที่สุดก็พบว่าคณะสัตวแพทยศาสตร์คือเส้นทางที่เขาสนใจ“ทุนจุฬาฯ-ชนบท” จุดเปลี่ยนที่เปิดประตูสู่จุฬาฯ

“ตอนอยู่ม. 6 ผมทราบเรื่องทุนจุฬาฯ-ชนบทจากอาจารย์ซึ่งแนะนำว่าถ้าเข้ามหาวิทยาลัยจะมีทุนอะไรบ้างโรงเรียนต่างจังหวัด นักเรียนส่วนมากจะขาดทุนทรัพย์ก็จะมีวิชาแนะแนวที่ช่วยสนับสนุนนักเรียนว่าควรไปแนวทางไหนต่อ”

สมัยทำงานเป็นรปภ.ที่เชียงใหม่

การสมัครทุนจุฬาฯชนบท มีทั้งเกณฑ์ด้านภูมิลำเนา ผลการเรียน การสอบสัมภาษณ์ รวมถึงการที่ทีมอาจารย์จากครงการจุฬาฯ-ชนบทเดินทางไปเยี่ยมบ้าน เพื่อพูดคุยกับตัวเขาและครอบครัว สำหรับเด็กจากจังหวัดน่านคนหนึ่งนี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้ก้าวไปสู่ความฝันในการเรียนสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯจาก “รปภ.” สู่วันที่รู้ว่า “สอบติดจุฬาฯ”

ระหว่างรอผลสอบ น.สพ. วีรพงศ์ ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเขาเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่กับเพื่อน เพื่อหางานทำและได้ทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่วัดเจดีย์หลวง  ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะยังไม่รู้ว่าผลสอบจะเป็นอย่างไร หากไม่ติดมหาวิทยาลัยเขาอาจต้องทำงานต่อและเตรียมสอบใหม่

“ผมรู้สึกว้าเหว่มากว่าจะสอบได้หรือเปล่าถ้าไม่ได้ก็คิดว่าจะต้องสอบเข้าใหม่และในระหว่างนั้นต้องทำงานไปด้วย”

แล้ววันสำคัญก็มาถึง ขณะที่กำลังทำงานเป็น รปภ. ในช่วงเย็นเขารีเฟรชหน้าจอโทรศัพท์เพื่อดูผลสอบและพบว่าตัวเองสอบติดคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

“ผมดีใจ ตกใจ ตื่นเต้น หลายอารมณ์ผสมกันแต่คนแรกที่ผมบอกข่าวดีก็คือแม่ ซึ่งดีใจกับผมด้วยสิ่งที่เราพยายามตั้งใจเรียน ตั้งใจสอบ สุดท้ายก็เห็นผลเป็นวันที่ผมมีความสุขมากครับ”

จากพนักงานรักษาความปลอดภัยในจังหวัดเชียงใหม่เขากลายเป็น “นิสิตจุฬาฯ” อย่างเต็มตัวทุนที่ไม่ได้ให้แค่โอกาสในการเรียน แต่ช่วยให้ไปถึงฝั่งฝันการเริ่มต้นชีวิตในรั้วจุฬาฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายเขาต้องปรับตัวทั้งด้านสภาพแวดล้อม สังคมและการเรียนที่แตกต่างจากระดับมัธยม แต่โครงการจุฬาฯ-ชนบทมีส่วนสำคัญในการช่วยให้นิสิตปรับตัวโดยจัดค่ายปรับพื้นฐานก่อนเปิดภาคการศึกษาทั้งด้านความรู้และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

“โครงการจุฬาฯ-ชนบทช่วยผมได้ปรับตัวเยอะมากช่วงก่อนเปิดเทอมจะมีการจัดค่ายปรับพื้นฐาน ประมาณ 10 วันเพื่อให้เราชินกับสถานการณ์ สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย”

น.สพ. วีรพงศ์ ได้รับทุนจุฬาฯ-ชนบทแบบเต็มจำนวนครอบคลุมค่าเทอม ค่าที่พัก ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าใช้จ่ายประจำตัวทำให้สามารถมุ่งมั่นกับการเรียนสัตวแพทยศาสตร์ได้อย่างเต็มที่ตลอด 6 ปีในคณะสัตวแพทยศาสตร์เขาต้องเผชิญกับการเรียนที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆแต่ก็สามารถก้าวผ่านทุกความท้าทายจนสำเร็จการศึกษา

“ทุนจุฬาฯ-ชนบท” จึงเป็นทุนที่มอบชีวิตใหม่จากเด็กมัธยมในจังหวัดน่านที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมีโอกาสเรียนต่อหรือไม่ ทำให้วันนี้ได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วิชาชีพสัตวแพทย์

“เมื่อพูดถึงความหมายของทุนจุฬาฯ-ชนบทสำหรับตัวผมเอง   เป็นทุนที่ให้ทั้งโอกาสและอาชีพให้เรา   ได้นำไปประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์และสามารถทำประโยชน์อื่น ๆ ให้กับสังคม  ความหมายของทุนนี้ คือเป็นทุนที่มอบชีวิตใหม่ ทำให้ความท้อแท้ที่เคยเกิดขึ้นมันหายไป”

หลังสำเร็จการศึกษาน.สพ. วีรพงศ์ทำงานที่โรงพยาบาลสัตว์เอกชนเป็นเวลา 1 ปีก่อนกลับมาเรียนเฉพาะทางด้านหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การสัตวแพทย์คลินิก ศัลยกรรมสัตว์   ปัจจุบันเขามีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงดูตัวเองและแม่ให้สุขสบายในอนาคตหลังเรียนจบหลักสูตรประกาศนียบัตรฯหากมีโอกาสและความเหมาะสมเขามีความตั้งใจที่จะศึกษาต่อเพื่อพัฒนาความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านศัลยกรรมต่อและนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาพัฒนาการทำงานในโรงพยาบาลสัตว์ต่อไป

เรื่องราวของเขาสะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนชีวิตอาจเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้แต่โอกาสทางการศึกษาสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้“ต้นทุนชีวิตก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งสามารถทำให้เราถึงฝั่งฝันได้หรือไม่แต่มันเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ สิ่งที่เราควบคุมได้คือpassion ของตัวเองที่จะนำพาทุกอย่างไปเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอยง' ชวนฉีดวัคซีน ปีนี้ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไข้หวัดใหญ่ปีนี้ระบาดมาก