‘สรรพสามิต’ปักธงลุยภาษีบุหรี่อัตราเดียว คาดชัดเจนต.ค.69

‘สรรพสามิต’ ปักธงลุยภาษีบุหรี่อัตราเดียว (Single Tier) แจงรอรวบควมความเห็นนักวิชาการ คาดเห็นความชัดเจนภายในเดือน ต.ค. 69 พร้อมงัดมาตรการเบรกบุหรี่เวียนเทียนขาย เล็งยกเลิกเว้นภาษีส่งออก เปลี่ยนเป็นเก็บก่อนแล้วขอคืนทีหลัง

31 ส.ค. 2569- นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ ว่า ขณะนี้ได้ผ่านขั้นตอนของการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามข้อบังคับของกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมความคิดเห็นจากนักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินข้อเสนอของกรมสรรพสามิตอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอต่อกระทรวงการคลังได้ภายในเดือน ต.ค. 2569 ซึ่งจะได้เห็นความชัดเจนของการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

ส่วนการปรับโครงสร้างอัตราภาษีบุหรี่จะเป็นอย่างไรนั้น เป็นไปตามที่กรมสรรพสามิต ได้เคยชี้แจงไว้ต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ไว้ก่อนหน้านี้ ว่า กรมสรรพสามิตได้ทำการศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นแบบอัตราเดียว (Single Tier) แล้ว โดยมองว่าเป็นโครงสร้างที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย จากในปัจจุบันการจัดเก็บภาษีบุหรี่ ใช้ระบบภาษี 2 อัตรา คือ เก็บภาษี 25% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกไม่เกิน 72 บาท/ซอง และเก็บภาษี 42% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกเกิน 72 บาท/ซอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีบุหรี่ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ กรมสรรพสามิต ยังวางแนวทางในการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อน จากการส่งออกและลับลอบนำกลับเข้ามาขายในประเทศอย่างผิดกฎหมาย หรือเวียนเทียนกลับมาขายใหม่ หลังพบสถิติการตรวจยึดบุหรี่เถื่อนที่มีต้นทางจากการส่งออกและถูกลักลอบนำกลับเข้ามาในประเทศสูงถึง 5 แสนซอง โดยเตรียมปรับปรุงระเบียบ ด้วยการยกเลิกการยกเว้นเก็บภาษีส่งออกที่ต้นทาง แล้วเปลี่ยนมาเป็นการเก็บภาษีที่ต้นทางก่อน เพื่อให้มาขอคืนภาษีในภายหลัง ทั้งนี้ เพื่อต้องการตรวจสอบหลักฐานในการส่งออกจริง ซึ่งแนวทางนี้ จะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ที่ลักลอบในการนำบุหรี่กลับมาเวียนขายในประเทศ

"แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงให้กับผู้ลักลอบ เนื่องจากต้องสำรองเงินเพื่อชำระภาษีล่วงหน้า ขณะที่การขอคืนภาษีจะต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานการส่งออกอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การนำบุหรี่กลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศทำได้ยากขึ้นและมีความเสี่ยงไม่คุ้มกับผลตอบแทน" นายพรชัย กล่าว

ทั้งนี้ การปรับปรุงระเบียบดังกล่าว อยู่ในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลารับฟังความคิดเห็นประมาณ 30 วัน และหลังจากนั้นจะนำข้อคิดเห็น และข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ได้มาประกอบการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ ก่อนที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกรอบในขั้นตอนสุดท้าย ที่จะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ดังนั้นจึงคาดว่าภายในสิ้นปี 2569 จะได้เห็นความชัดเจนของแนวทางการแก้ปัญหาการกลอบนำบุหรี่ที่ส่งออกไปแล้ว วนกลับมาจำหน่ายภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียและลดผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตในอนาคต

อย่างไรก็ดี กรมสรรพสามิตได้เผยผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในรอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ว่า สามารถจับกุมดำเนินคดีรวม 35,739 คดี เพิ่มขึ้น 5.84% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เปรียบเทียบปรับและประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.98% โดยสินค้าที่พบการกระทำผิดมากที่สุด ได้แก่ ยาสูบ รองลงมาคือ สุรา และน้ำมัน

“จำนวนคดีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่จะนำข้อมูลจากคดีที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อประเมินแนวโน้ม รูปแบบการกระทำผิด และความเสี่ยงใหม่ ๆ สำหรับกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามในระยะต่อไป โดยกรมฯ ได้ปรับแนวทางการป้องกันและปราบปรามจากเดิมที่เน้นการจับกุมภายหลังเกิดเหตุ มาเป็นการทำงานเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Enforcement) โดยนำข้อมูลการจับกุม พื้นที่ เส้นทางลำเลียงสินค้า ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงเบาะแสจากประชาชน มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการให้เหมาะสมกับปัญหาในแต่ละพื้นที่” อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุ

สำหรับแนวทางการทำงาน กรมสรรพสามิตใช้หลักต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ โดยต้นน้ำครอบคลุมพื้นที่ชายแดนและแหล่งที่มาของสินค้า กลางน้ำเป็นเส้นทางลำเลียง จุดพัก และจุดกระจายสินค้า ส่วนปลายน้ำครอบคลุมร้านค้า ตลาด และผู้บริโภค พร้อมวิเคราะห์รูปแบบการกระทำผิดและความเสี่ยงเชิงลึกในแต่ละพื้นที่ ซึ่งกรมฯ พบว่าลักษณะการกระทำผิดแตกต่างกันตามพื้นที่ ทั้งชายแดน พื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่เศรษฐกิจ และศูนย์กลางการกระจายสินค้า จึงจำเป็นต้องออกมาตรการที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น จากเดิมที่ใช้มาตรการในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรรพสามิตโชว์ปราบสินค้าผิดกฎหมายมูลค่าทะลุ 6,274 ล้านบาท

รัฐบาลโชว์ผลปราบสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต รอบ 11 เดือน ปีงบฯ 69 จับ 35,739 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.84 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.98