'เลขา ครป.' ชี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก่อนเปิดประเทศ

ภาพจากเฟซบุ๊ก Metha Matkhao

เลขา ครป. ชี้รัฐเปิดกิจการภายในประเทศ ก่อนขยับเปิดประเทศ เตือนซ้ำรอยโควิดปะทุรอบใหม่ใหญ่กว่าเดิม

31 ต.ค. 2564 – นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงการที่รัฐบาลประกาศจะเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้ว่า ตนเองเห็นด้วยบางส่วนเพราะมาตรการรัฐยังบกพร่องมาก ก่อนประชาชนจะล้มตายเพราะโควิดก็อดตายกันก่อนแล้ว ชนชั้นกลาง ชนชั้นล่าง แรงงาน ลูกจ้างรายเดือนทั้งหลายกำลังจะอดตายกันหมดถ้าไม่เปิดกิจการต่างๆ จริงๆ แล้วรัฐควรเปิดกิจการภายในประเทศให้เรียบร้อยให้หมดเสียก่อน มีมาตรการดูแลป้องกันโรคและวัคซีนรองรับ ค่อยเปิดประเทศอีกขยักหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็จะซ้ำรอยกรณีทูตอียิปต์ และนักท่องเที่ยวจีนที่นำร่องเข้ามาอาจเกิดโควิดรอบใหม่ใหญ่กว่าเดิม

นายเมธา กล่าวว่า แต่ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินนโยบายลูกผสม ระหว่างการแก้ปัญหาทางการเมืองผสมกับแก้ปัญหาโควิด โดยเอาโควิดมาเป็นข้ออ้างในการคงอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อรวบอำนาจรวมศูนย์ไว้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี แต่พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาโควิด นอกจากการรักษาอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะคงไว้เพื่อตั้งข้อหาทางการเมืองกับประชาชนที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล วันนี้แกนนำราษฎรก็คงถกตั้งข้อหาอีกจำนวนมาก

เลขา ครป. ระบุว่า ทุกวันนี้คนไทยคงอ่านข่าวการเมืองแล้วอึดอัด จนรอวันระเบิดออกมา โดยเฉพาะล่าสุดประกาศของ กทม. ฉบับที่ 45 ที่มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นประธาน ก็ไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหา ถามว่าเมื่อไหร่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. จะดีกว่า จะได้ฝากความหวังไว้กับคนใหม่ การห้ามการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มบุคคลเกิน 1,000 คน ยกเว้นได้รับอนุญาตจาก กทม. หรือเป็นกิจกรรมของรัฐจัดได้ ไม่รู้เอาเหตุผลมาจากไหนนอกจากการปิดกั้นการชุมนุมของประชาชน

“ ดังนั้น ควรยกเลิกการประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯ ทั่วประเทศตามนานาอารยะประเทศได้แล้ว แล้วใช้กฎหมายปกติในระบบนิติรัฐ การคงการประกาศเคอร์ฟิวในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ยังเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไร้ความรับผิดชอบต่ออำนาจที่ใช้ไป ไม่มีมาตรการช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองผลกระทบของอำนาจที่ใช้ไปแล้วเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประชาชน” นายเมธา ระบุ

นายเมธา ระบุด้วยว่า งบประมาณกว่า 100 ล้านบาทที่จะจ้างลิซ่า มาโปรโมทการท่องเที่ยวไทยนั้น ถ้ากระจายรายได้ให้นักร้อง-นักดนตรีชาวไทยที่ตกงานอยู่ ก็จะกระจายรายได้ในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองได้อย่างมาก แค่จังหวัดละ 1 ล้านบาทก็จ้างงานได้หลายวง แค่ในกทม.อีก 20 กว่าล้านบาท จ้างนักร้องวงละ 1 แสนบาทได้ถึง 200 วง หรือนักดนตรีทั่วไปวงละหมื่นบาทได้ถึง 2,000 วง ถ้า 100 ล้านบาท ก็ได้ถึง 10,000 วง รับรองเศรษฐกิจไทยคึกคักขึ้นแน่ แต่จะไม่ค่อยมีเงินทอนให้ใคร อันนี้เฉพาะกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการแสดง.


เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผู้ว่า สตง.' ลุยตรวจโครงการลำตะคอง พบสะดุดโควิดงบล่าช้า

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่วนกลาง และจังหวัดฯ ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าของโครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง

วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ

กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส

นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด

นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์  ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ

รัฐบาลยกเว้น 'ค่าไฟ' พ.ย. 420 ล้าน เยียวยาน้ำท่วมสงขลา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา เดินหน้าไปอย่างมาก โดยปัจจุบันสามารถนำประชาชนกลับบ้านไปได้กว่า 90%

'ดร.อานนท์' ชงใช้กฎอัยการศึกระเบิด 'ถนนลพบุรีราเมศวร์' ระบายน้ำจากแอ่งกะทะหาดใหญ่

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า