
“ไพศาล” แนะหนทางไปต่อของรัฐบาลลุงตู่ “ป.ประยุทธ์” ต้องหั่นโควตารัฐมนตรีส่วนตัวให้กับ ป.ประวิตรได้ดูแลให้สมกับเป็นแกนนำรัฐบาล
04 พ.ย.2564 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “หนทางปรองดองของรัฐบาลลุง!” ระบุว่า 1.กองเชียร์ลุงตู่ได้ปั่นกระแสทุกวันว่า 3ป.แตกคงโพละ บางรายก่นด่า ป.ใหญ่ไม่ไว้หน้า และชี้นำให้ ป.เล็กไปตั้งพรรคใหม่
ถ้าเป็นแบบนี้ก็คือแพแตก ต้องแยกกันว่ายน้ำกลางทะเลในท่ามกลางดงฉลาม เข้าทำนองแยกกันตายหมู่ เว้นแต่จะตั้งสติยั้งคิดได้ว่าต้องหันกลับมาปรองดองกันจึงจะอยู่ได้!!!
2.ขณะนี้ ป.เล็กมีฐานะเป็นนายกฯ คนกลาง โดย ป.ใหญ่เป็นหัวหน้าพรรคแกนของรัฐบาล ทว่า ป.เล็กได้รวบเอากระทรวงต่างๆ เป็นโควตาตัวเองมากมายคือ กลาโหม มหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลังงาน ต่างประเทศ ศึกษา คลังและดิจิตอล
ในขณะที่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและเหรัญญิกพรรคแกนไม่มีกระทรวงครองเทียบกับพรรค 5 เสียงที่ได้โควตารัฐมนตรีก็ไม่ได้ นักเลงการเมืองเขาถือว่าหยามกันมากไป เห็นเป็นแค่คนหามเสลี่ยงให้ขุนหลวงนั่งไขว่ห้างหรืออย่างไร?
3.ในฐานะที่เป็นพรรคแกนหลักของรัฐบาลก็มีธรรมเนียมทางการเมืองอยู่แล้วว่าต้องได้ครองกลาโหม มหาดไทย และกระทรวงใหญ่อีกกระทรวงเป็นอย่างน้อย นอกนั้นเป็นไปตามสัดส่วนจำนวน ส.ส. หนทางแห่งการปรองดองเพื่อรวมกันเราอยู่จึงน่าจะเป็นไปตามธรรมเนียมนี้!!!! ถ้าเป็นเช่นนี้รัฐบาลก็คงอยู่ต่อไปได้ มิฉะนั้นอาจไม่ทันได้ฉลองปีใหม่!
อย่าลืมว่าสภาพการเมืองปัจจุบันนั้น ป.เล็กมีเดิมพันสูงที่สุด!!! เพราะหากพลาดพลั้งจะรับกฐินและอยู่ในเมืองไทยได้หรือ? ถึงเวลานั้นจะหันหน้าไปทางไหนก็จะไม่มีทางเห็นกองเชียร์แม้แต่สักคนเดียว!! จะมีกุนซือ ที่มีสติปัญญา เสนอทางออกและหนทางปรองดองกันบ้างไหมนี่????
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปชป.' จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ชุมพร–ระนอง 1 ล้านล้าน ถามเอกชนลงทุนจริงหรือรัฐแบกความเสี่ยง
รองโฆษกปชป. จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลโครงการ Land Bridge ให้ครบ ทั้งรูปแบบ PPP เอกชนที่ยืนยันลงทุน สมมติฐานปริมาณตู้สินค้า ภาระเวนคืน และแผนรองรับหากเอกชนถอนตัว ชี้โครงการระดับ 1 ล้านล้านบาทต้องตอบให้ชัดว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และหากไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย
'ศุภจี' โชว์ภาพเบื้องหลังเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หารือ 'แทมมี่ ดักเวิร์ธ' สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ
ศุภจี เผยภาพระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐฯ การเจรจาการค้า ก่อนและหลังเข้าพบคุณแทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ
ไม่รั่วสตางค์เดียว! ‘อนุทิน’ยัน‘พรก.กู้เงิน4แสนล้าน’นายกฯต้องรับผิดชอบ
"นายกฯ อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้ายนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ ย้ำจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อ ปชช. รับรองไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

