ประกาศมหาดไทย อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ

6 พ.ย. 2564 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ

ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 (ฉบับที่ 5)ตามที่ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาการทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมานั้น เนื่องจากได้มีการปรับปรุงมาตรการในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว จึงจำเป็นต้องแก้ไขประกาศนี้เพื่อให้สอดคล้องกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม ผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ ลงวันที่ 10 กรกฎาคมพุทธศักราช 2557 และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ให้ยกเลิกความใน (5) ของข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 (ฉบับที่ 4) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(5) ยื่นคำขอจัดทำทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ศูนย์การบริหารการทะเบียนภาค สาขาจังหวัด หรือสถานที่อื่นที่กรมการปกครองกำหนด”

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“พาณิชย์” ผนึกมหาดไทยลุยปราบนอมินีห้วยขวาง

“พาณิชย์” ร่วมทีมมหาดไทยส่งทีมปราบนอมินี ตรวจสอบโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่มและ และร้านบิวตี้ ย่านห้วยขวาง พบทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีคนต่างชาติทำงานไม่มีใบอนุญาต บางรายอ้างผู้มีอำนาจขอเคลียร์ทางโทรศัพท์ ส่วนบริษัทที่ดูแลธุรกิจ พบเป็นนอมินี เหตุสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีดำเนินการจัดตั้งและหาผู้ถือหุ้นคนไทยให้

ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

เปิดลึก 'กรมการปกครอง-มท.' ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ

เปิดลึก กรมการปกครอง-มท. ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ ดันแก้กม.-ออกคำสั่งให้เอาปืนมอบราชการตรวจภายใน 180 วัน แต่ฝ่ายกฎหมายแทงสวน เตือนเสี่ยงโดนร้องใช้อำนาจเกินขอบเขต-สร้างภาระประชาชน

'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น

“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย

มท. สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ยกระดับ 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก