
ในหลวงโปรดเกล้าฯ องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.นราธิวาส
24 ธ.ค. 2565 – เวลา 09.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 3,000 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และมอบแก่นายอำเภอที่ประสบอุทกภัยได้แก่ นายอำเภอตากใบ นายอำเภอระแงะ นายอำเภอจะแนะ และนายอำเภอรือเสาะซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ต่อไป และมอบแก่ราษฎรตำบลตากใบ อำเภอตากใบ ณ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 44 อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา
วันเดียวกัน พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ไปประชุมติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ณ ห้องประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 44 อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ในการนี้ องคมนตรี ได้แจ้งแนวทางในการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัย รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือราษฎรไปกล่าวในที่ประชุม เพื่อให้แต่ละหน่วยนำไปปรับแผนในการปฏิบัติและประสานความร่วมมือกันต่อไป

ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยในตำบลตากใบ อำเภอตากใบ ต่อจากนั้น องคมนตรีและคณะ เดินทางไปติดตามสถานการณ์การเกิดอุทกภัยบริเวณชุมชนตลาดบ้านมูโน๊ะ และเยี่ยมครูและบุคลากรโรงเรียนบ้านมูโน๊ะ กับลงพื้นที่ดูบริเวณพนังกั้นน้ำโก-ลก ที่กั้นพรหมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ที่ชำรุดพังเสียหายทำให้น้ำจากแม่น้ำโก-ลกไหลเข้าท่วมบริเวณตลาดชุมชนบ้านมูโน๊ะ และโรงเรียนบ้านมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก ทำให้บ้านเรือนราษฎร และโรงเรียนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยและให้กำลังใจแก่ครูและประชาชนเพื่อให้มีขวัญกำลังใจกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขโดยเร็ว ต่อไป

จังหวัดนราธิวาส ได้รับอิทธิพลจากร่องสมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และความกดอากาศต่ำแผ่ปกคลุมอ่าวไทย ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่เป็นวงกว้าง ระหว่างวันที่ 18-21 ธันวาคม 2565 เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณูปโภค ถนน สะพาน วัด โรงเรียน มัสยิด กุโบร์ พื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหาย ใน 13 อำเภอ 75 ตำบล 586 หมู่บ้าน ราษฎรบาดเจ็บ 8 คน เสียชีวิต 4 ราย ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลีคลายแล้ว เหลือในพื้นที่อำเภอตากใบ และอำเภอสุไหงโก-ลก และพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มต่ำและติดกับแม่น้ำยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
เคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในหลวง พระราชินี ทรงสรงน้ำพระศพ พระราชทานพระโกศทองใหญ่พระเกียรติยศสูงสุด "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปพระราชทานน้ำสรงพระศพ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวด พระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
ในหลวง พระราชทานเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ เรื่อง สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่า
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมขบวนเชิญพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปในการพระราชทานน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา
ในหลวง พระราชทานความช่วยเหลือประชาชนประสบอัคคีภัยชุมชนริมคลองนางหงส์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปภัมภ์
สนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก เพิ่มประสิทธิภาพสนามบินและการผลิตน้ำแข็งแห้ง
เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพสนามบินฝนหลวง สร้างถนนแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชน พร้อมก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแข็งแห้งสำหรับปฏิบัติการฝนหลวง เผยภารกิจกว้างไกล ทั้งสร้างฝนเพื่อพื้นที่การเกษตรและลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

