ปลัดสธ. เผยแผนยุทธศาสตร์ 5ปี เน้นใช้เทคโนโลยี นำระบบเทเลเมดิซีนดูแลรักษาผู้ป่วย เผยมีรพ.เงินทุนติดลบ 30 กว่าแห่ง

9 พ.ค. 2566- ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 5/2566 ว่า เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี ได้มอบแนวทางการจัดทำยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขระยะ 5 ปีข้างหน้า ให้พัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการประชาชน เช่น การตรวจรักษาผ่านระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) การจัดบริการส่งยาให้ที่บ้านเหมือนบริการส่งอาหาร ส่วนการพัฒนาบุคลากร จะเน้นในสาขาวิชาชีพที่ประชาชนต้องการมากขึ้น เช่น ทันตแพทย์ เป็นต้น

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา มีการพัฒนาเรื่องบริการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery) ซึ่งหลังดำเนินการไปประมาณ 2-3 หมื่นรายต่อปี พบว่าผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย ลดระยะเวลานอนโรงพยาบาลและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย รวมถึงประหยัดงบประมาณของรัฐได้อย่างมาก จึงให้ขยายบริการไปถึงโรงพยาบาลชุมชนในหัตถการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพื่อค้นหาโรคมะเร็ง เพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรองและเข้าสู่ระบบดูแลรักษาได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่วนการติดตั้งโซล่าเซลล์ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 20% ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในปี 2566 นี้ เนื่องจากในปี 2567 -2568 มีแผนที่จะจัดหาอุปกรณ์ประหยัดพลังงานให้กับทุกโรงพยาบาลในสังกัด รวมถึงทยอยเปลี่ยนรถพยาบาลเป็นรถไฟฟ้าเพื่อช่วยประหยัดงบประมาณ ค่าน้ำมัน และช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย

“ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์โรงพยาบาลเงินบำรุงติดลบ ซึ่งมีประมาณ 30 กว่าแห่ง จากทั้งหมดกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งต้องย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิด แต่ต้องไปหาสาเหตุ เช่น เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก มีประชากรน้อย ทำให้ได้รับเงินเหมาจ่ายรายหัวน้อย หรือมีปัญหาเรื่องการติดตามเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งต้องดูเรื่องการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วย ได้มอบนโยบายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดไปดูแลตามแนวทาง 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล โดยให้สนับสนุนเงินเพื่อดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในจังหวัดได้ ให้เกิดการพัฒนาไปด้วยกัน” นายแพยท์โอภาสกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สธ. ลุยทำ 'ห้องปลอดฝุ่น' 10 จังหวัดเสี่ยง 2,275 ห้อง จัด 'มุ้งสู้ฝุ่น' ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

โฆษกสธ. แจงมาตรการเชิงรุกสู้ฝุ่น PM 2.5 ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง พร้อมรุกทำห้องปลอดฝุ่น เผย 10 จังหวัดเสี่ยง มี 2,275 ห้อง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนกว่า 2.18 แสนคน

รัฐบาลแนะดูแลสุขภาพห่างไกล 'วัณโรค' พบผู้ป่วยใหม่แสนราย

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ย้ำเตือนดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค แนะหากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์