บอร์ด สปสช. เห็นชอบ 'แผนและวงเงินการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ที่จําเป็น 'วงเงินกว่า 1.07 หมื่นล้าน

13 ก.ย.2566- นพ.สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) วันที่ 4 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา โดยมี รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอแผนและวงเงินการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตามโครงการพิเศษ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2567 ภายในวงเงิน 10,781.15 ล้านบาท โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประสานกับโรงพยาบาลราชวิถีและองค์การเภสัชกรรม เร่งรัดเตรียมการเพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดหา เพื่อให้มียา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เพียงพอต่อการใช้และไม่กระทบกับการให้บริการเมื่อเข้าสู่ปีงบประมาณ 2567 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค. 2566 นี้ โดยในระหว่างรอ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ให้ใช้เงินงบประมาณของปี 2566 ไปพลางก่อน

ขณะเดียวกัน บอร์ด สปสช. ยังมอบหมายให้ สปสช. ประสานกับโรงพยาบาลราชวิถีและองค์การเภสัชกรรม ในการจัดทำข้อเสนอวิธีการจัดหาและบริหารจัดการคลังกลาง แบบ real VMI สำหรับปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไป เพื่อสํารองยาให้เหมาะสม และลดอัตราการสูญเสียยาจากกรณีการหมดอายุ เสื่อมสภาพอีกด้วย

นพ.สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า แผนและวงเงินการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตามโครงการพิเศษ วงเงิน 10,781.15 ล้านบาท จะมีทั้งหมด 149 รายการ ประกอบด้วย

4 ส่วนหลักๆ คือ 1.งบเหมาจ่ายรายหัว เช่น ยาจําเป็น (ยา จ.2 / ยากําพร้า และยาต้านพิษ) ยาวัณโรค สายสวนหัวใจ ชุดประสาทหูเทียม รากฟันเทียมและถุงทวารเทียม 2.งบบริการผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ ทั้งในส่วนของยา ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น

3.งบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เช่น น้ำยาล้างไตผ่านทางช่องท้อง สาย TK สำหรับการล้างไตผ่านทางช่องท้อง ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง และตัวกรองเลือดสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และ 4.งบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค อาทิ วัคซีนชนิดต่างๆ ยายุติการตั้งครรภ์ ถุงยางอนามัยรวมถึงสารหล่อลื่น

ทั้งนี้ แม้ บอร์ด สปสช. จะเห็นชอบแผนงานและวงเงินงบประมาณข้างต้นแล้ว แต่ก็ได้มีข้อเสนอแนะให้ สปสช. พิจารณารายละเอียดแผนการใช้เงินปีงบประมาณ 2567 ให้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่ยังรอการออก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 โดยให้ใช้เงินในงบประมาณปี 2566 ไปพลางก่อนนั้น ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ซึ่งให้ใช้เงินได้ไม่เกิน 66.6% หรือ 2 ใน 3 ของแผนงบประมาณทั้งหมด ดังนั้นเมื่อมีแผนในการใช้จัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตามวงเงิน 10,781.15 ล้านบาทแล้ว สปสช. อาจต้องปรับเกลี่ยวงเงินงบประมาณในโครงการอื่นๆ เพื่อให้ยอดรวมการใช้เงินไม่เกิน 2 ใน 3 ของวงเงินงบประมาณรวมตามที่ได้รับจากสำนักงบประมาณเท่านั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยามะเร็งพระราชทาน' ส่งถึงรพ.แล้ว 2.88 พันกล่อง คาด ต.ค. กระจายครบ

รัฐบาลเผยยามะเร็งพระราชทาน 'IMCRANIB' กระจายให้โรงพยาบาลแล้ว 2,880 กล่อง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับยาแล้ว 215 ราย คาดกระจายครบ 23,000 กล่อง ภายในเดือนตุลาคม

'จุลพันธ์' ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายบัตรทอง

กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขโครงสร้างโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่หรือโครงการบัตรทอง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ

'เดชรัต' ผู้รับผิดชอบนโยบายปฏิรูป สปสช. พรรคส้ม แจง 3 ข้อ ยืนยันไม่คิดล้มบัตรทอง

นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในดราม่าเรื่อง พรรคประชาชน จะล้ม บัตรทอง หรือ สปสช. มีหลายข้อกล่าวหาด้วยกัน ผมในฐานะผู้ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชน ขอชี้แจงหลัก 3 ข้อ และขอสรุปข้อรับฟังที่ผมรับฟังจากทุกท่านในส่วนที่เหลือ

ส้มขยาด! ไม่แตะ 30 บาท ดันปฎิรูป สปสช.ให้มีส่วนร่วมมากขึ้น

'เท้ง' ย้ำ 'ปชน.' ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยัน หนุนแก้กม.บัตรทองเพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิปชช.-ไม่เพิ่มภาระผู้ป่วย พร้อมดันปฏิรูป สปสช. ให้ภาคประชาชน-ผู้ให้บริการมีส่วนร่วมมากขึ้น