
28 ต.ค.2567- ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “จริยธรรมการใช้ AI กับงานทางวิชาการ งานวิจัย” ระบุว่า ในอดีตงานวิชาการ งานวิจัย เรามีเครื่องมือต่างๆมาช่วยเสริมในการทำงานให้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้เครื่องคิดเลข คอมพิวเตอร์ ต่อมาการค้นหา บนระบบออนไลน์ ทุกอย่างก็เปรียบเสมือนเป็น AI เบื้องต้น และมีการยอมรับ ให้ใช้ช่วยเหลือในด้านงานวิชาการและงานวิจัย
ปัจจุบันก็เช่นเดียวกัน การมี AI ก็สามารถมาก ที่จะมาช่วยเหลืองานวิจัยและงานวิชาการได้ ให้ทำได้รวดเร็วขึ้น แน่นอนก็คงต้องมีขอบเขตของจริยธรรม AI กับงานวิจัย ผลงานการคิดค้นทั้งหมด การทำวิจัยจะต้องออกจากไอเดียของเรา และใช้ AI ช่วยเสริมให้ทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ถือว่าผิดจริยธรรม เช่น ช่วยค้น ช่วยเรียบเรียง ช่วยแปลภาษา
แต่ถ้าให้ AI ทำงานแทนเราทั้งหมด โดยไม่ได้ออกจากแนวความคิดเราเลย หรือเอา AI มาเป็นผู้ร่วมวิจัย ถือว่าไม่เป็นยอมรับ
เมื่อใช้ AI มาช่วยเหลืองานวิจัย ทุกครั้งสิ่งที่ AI generate ขึ้นมา จะต้องได้รับการตรวจทานและแก้ไขจากเราอย่างละเอียด จึงจะเป็นที่ยอมรับ
ดังนั้นเมื่อเอามาช่วยงานวิจัยสามารถทำได้ แต่ให้เอามาทำแทนไม่สามารถยอมรับได้ไม่ว่างานวิชาการใดๆ
ในปัจจุบัน เพื่อความโปร่งใส การใช้ AI จะต้องบอกว่าเรานำ AI มาใช้ในส่วนไหน บางสำนักพิมพ์ให้ชี้แจง ไม่ได้เป็นข้อห้ามใช้ แต่ต้องมีการชี้แจงคล้ายๆ กับการบอกผลประโยชน์ทับซ้อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โทนี แบลร์' ให้คำปรึกษา 'รัฐบาลอนุทิน' ยกระดับเศรษฐกิจไทย
'อนุทิน' หารือ 'โทนี แบลร์' อดีตนายกฯ อังกฤษ 3 สมัย ดึงประสบการณ์ TBI ร่วมยกระดับเศรษฐกิจไทย–ขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญ BRG เตือน AI กลายเป็น 'แผนที่' ช่วยคนโกง ชี้ 'วิจารณญาณมนุษย์' คือปราการสุดท้ายปิดช่องโหว่
สองผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีนิติวิทยาจาก Berkeley Research Group (BRG) เผยผลวิเคราะห์เตือนองค์กรทั่วโลกและในประเทศไทยว่า แม้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยเพิ่มความเร็วในการตรวจสอบการทุจริตอย่างก้าวกระโดด แต่กระบวนการตรวจสอบของ AI ที่สม่ำเสมอและคาดเดาได้ง่าย กลับกำลังกลายเป็น "แผนที่" ยื่นให้ผู้กระทำผิดใช้หลบเลี่ยงระบบ พร้อมย้ำเตือนว่าดุลยพินิจของมนุษย์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการปิดช่องโหว่นี้
'หมอยง' ชี้พัฒนาวัคซีน ยังไล่ตามวิวัฒนาการ 'ไวรัส' มากกว่าสกัดกั้น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์
'หมอยง' ยกข้อมูลชี้ชัด ความรุนแรงโควิด-19 ปัจจุบัน ไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่
หมอยงชี้นับตั้งแต่มีการระบาดใหญ่ของโลกโควิด 19 เข้าสู่ปีที่ 6 ในปีแรกที่โรคระบาดทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน ไม่เคยติดเชื้อ ไม่เคยได้รับวัคซีน ทุกคนมีสิทธิ์ติดโรคได้เท่ากัน

