
พฤติกรรมผู้บริโภคจำนวนมากซื้อของเข้าบ้านทุกสัปดาห์ ทั้งพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ของสด จนถึงอาหารสำเร็จรูป ห้างสรรพสินค้ามีโปรโมชั่นราคาพิเศษ ราคาถูกทุกวัน ดึงดูดใจ แม้กระทั่งในศูนย์อาหาร (Food Court) ขายอาหารจานเด็ด ราคาสุดคุ้ม แถมมอบส่วนลด แต่สุดท้ายกินไม่หมด อาหารดีๆ ต้องถูกทิ้งลงไปในถังขยะ ถือเป็นการสร้างขยะอาหาร (Food Waste) จำนวนมหาศาล ปัจจุบัน Food Waste ถือเป็นวิกฤตขยะที่ทวีความรุนแรงในสังคมไทย

จากข้อมูลขยะอาหารมีแหล่งกำเนิดมาจากตลาดสดอันดับ 1 รองลงมาห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ อาคารสำนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่มักมีศูนย์อาหารอยู่ด้วย อีกทั้งจากการสำรวจขยะอาหารในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยกรุงเทพมหานคร ปี 2565 พบมีสัดส่วนขยะอาหารมากที่สุด คิดเป็น 46% ของขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น นำมาสู่การวางแผนลดขยะอาหารในศูนย์อาหารนำร่อง พร้อมเผยแพร่แนวทางลด Food Waste ที่ดี ซึ่งล่าสุดจัดสัมมนาเผยแพร่ผลงานและแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะอาหาร ภายใต้โครงการส่งเสริมการป้องกัน ลด และจัดการขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดกรณีศูนย์อาหาร จัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันก่อน

ธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ปี 2567 ภาพรวมปริมาณมูลฝอยของไทยมีกว่า 27ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นขยะอาหาร 10 ล้านตันต่อปี คิดเป็น 146 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ถือเป็นปริมาณที่สูง ถ้าลงลึกสัดส่วนอาหารขยะ 36% จากสวน 11% สขยะอาหารจากตลาดสดมากสุด ขณะที่ขยะเศษอาหารจากห้างร้าน สำนักงาน คอนโดมิเนียม สถานศึกษายังมีปริมาณสูง เป็นปัญหาที่ต้องมาขบคิด แนวทางขับเคลื่อนจัดการขยะอาหารในอนาคต รวมถึงการส่งเสริมการปรับพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ปัจจุบันมีแนวทางปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะอาหารจากโครงการส่งเสริมการป้องกันและลดขยะอาหารกรณีศูนย์อาหาร ปัญหาไม่ได้มาจากทิ้งอาหารอย่างเดียว แต่มาเกิดจากการจัดการไม่ดี สูญเสียอาหารตั้งแต่ต้นทางกว่า 53% ทั้งการเก็บเกี่ยว การแปรรูป

การแก้วิกฤตขยะอาหาร รองอธิบดี คพ. ระบุระดับโลกมีแผนที่นำทางจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566-2573 ) เป้าหมายลดขยะอาหารลงร้อยละ 50% ภายในปี 2573 ส่วนในไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะอาหารของประเทศ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อขับเคลื่อนดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 12) มุ่งพัฒนารูปแบบการลดขยะอาหาร เน้นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้จำหน่ายอาหาร ผู้ประกอบอาหาร และผู้บริโภค การนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เหลือขยะอาหารไปกำจัดน้อยที่สุด และรณรงค์ลดขยะอาหารภายใต้แนวคิด “Stop Food Waste Start the Future” ซึ่งในเขตเมืองต้องหารูปแบบที่เหมาะสมกับพฤติกรรมคนเมือง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันยอดผู้ลงทะเบียนไม่เทรวม กทม. เพียง 2.5 แสนราย จากจำนวนประชากรกว่า 5 ล้านคน
“ ตามแผนระยะ1 นำร่องศูนย์อาหาร ผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจร่วมโครงการ โดยเสนอให้รัฐมีมาตรการจูงใจด้านภาษีที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้จัดทำแนวปฏิบัติที่ดี ลดการเกิดขยะอาหาร มีการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด สุดท้ายเป็นการจัดการขยะอาหารที่ปลายทาง การขับเคลื่อน 15 ศูนย์อาหารนำร่องเป็นก้าวแรกไปสู่จุดหมายปลายทางเป้าหมายการลดขยะ 28% ภายในปี 70 และขับเคลื่อนแผนในเฟสต่อไปอีก 25% ภายในปี 73 “ นายธนัญชัย กล่าว

กานดา ชูแก้ว รองเลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทยมีขยะอาหารมากเป็นอันดับสองในอาเซียน คนไทยทิ้งอาหารเฉลี่ย 154 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอาหารของโลก ขณะที่แนวโน้มขยะอาหารอาเซียนลดลง แต่ไทยกลับมีแนวโน้มสูงขึ้น ขยะอาหารก่อให้เกิดผลกระทบทุกมิติ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรทางธรรมชาติ รวมถึงก่อให้เกิดก๊าซมีเทนที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สูง ซึ่งไทยต้องเร่งขับเคลื่อนตามแผนที่นำทางเป้าหมายระดับโลกอย่างเร่งด่วน ล่าสุด สผ.จัดทำ MOU ขับเคลื่อนจัดการขยะอาหาร แสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า ไทยปฏิบัติตามกฎกติกามาตรฐานสากล
“ ศูนย์การค้าและมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งกำเนิดขยะขนาดใหญ่ เกี่ยวข้องกับคนทุกช่วงวัย รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่เป็นพลังสำคัญ ถ้าสร้างระบบจัดการขยะอาหาร สร้างความตระหนักได้จะเกิดเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หนุนจัดการครบห่วงโซ่ เรามีแผนดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนและผลักดันลดขยะอาหาร จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อลดขยะอาหาร ตั้งเป้าหมาย คิกออฟสร้างความตระหนักเดือน พ.ย.-ธ.ค.68 จะเกิดผลในวงกว้างช่วงเดือนมกราคม 69 รวมถึงการจัดอบรมลดขยะอาหารสำหรับผู้ประกอบการในปีหน้า องค์กรนำร่องจะเป็นต้นแบบและผู้นำการเปลี่ยนแปลง “ รองเลขาฯ สผ. กล่าว

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ขยะอาหารประกอบด้วยการสูญเสียขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหาร หากจัดการไม่ดีก่อให้เกิดเชื้อโรคและมลพิษส่งผลกระทบต่อสุขภาพ 3% ของก๊าซเรือนกระจกที่ปลดปล่อยมาจากขยะอาหาร ต้องมีการจัดการขยะอาหารจากแหล่งกำเนิด ลดขยะอาหารให้เหลือน้อยที่สุด สำหรับทิศทางการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนต้องกระจายทรัพยากรอย่างทั่วถึง ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมจากการผลิตและบริโภค รวมถึงสนับสนุนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนในระดับประเทศ
“ การนำร่องจัดการแหล่งขยะอาหารขนาดใหญ่ ร้านค้าส่งค้าปลีก โรงแรม ร้านอาหาร บริการจัดเลี้ยง ตลาดสด ศูนย์อาหารและที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ในอนาคตจะถอดบทเรียนและทำเป็นคู่มือแนวทางปฎิบัติที่ดี เพื่อขยายผลสู่เป้าหมายการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืน เราจะใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืนหรือบริหารจัดการลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างไร ต้องเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมถึงพัฒนาระบบจัดการก่อนอาหารหมดอายุ ที่ผ่านมา หารือร่วมกับหลายภาคส่วนถึงแนวทางดำเนินงานที่ดี เพื่อส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่กลุ่มเปราะบางหรือเด็กกำพร้า รวมถึงการส่งเสริมโครงการในศูนย์อาหารต่างๆ ไทยมีแผนการจัดการขยะระยะยาว จากแผนจะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไรเป็นโจทย์ที่ท้าทาย” ดร.วิจารย์ กล่าว

เขมาพัสส์ พูลสวัสดิ์ นักวิจัย TEI กล่าวว่า ศูนย์อาหารที่เข้าร่วมโครงการจะมีผู้เชี่ยวชาญและคณะที่ปรึกษาให้คำแนะนำบุคลากรได้รับพัฒนาศักยภาพเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้อง โดยรวมปริมาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของขยะที่เกิดขึ้น ลดการปล่อยก๊าซกระจกไม่น้อยกว่า 5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการศึกษาปริมาณและองค์ประกอบอาหารของศูนย์อาหารต่างๆ ผลศึกษาพบว่า กลุ่มแป้ง 50% รองลงมาผัก เนื้อสัตว์ และโปรตีน ขยะอาหารที่กินไม่ได้และกลุ่มไขมัน ตามลำดับ
สำหรับศูนย์อาหารที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาใช้บริการ เช่น ศูนย์ราชการ ไปรษณีย์ไทย และศูนย์อาหารแบบปิดเมื่อเปรียบเทียบปริมาณอาหารจากศูนย์อาหารก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ สามารถลดลดลงได้เฉลี่ยร้อยละ 21 โดยที่โครงการสามารถเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์อาหารจากศูนย์อาหารได้ 100% ไม่มีขยะจากศูนย์อาหารไปสู่หลุมฝังกลบ ส่วนสัดส่วนการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ ทำสารบำรุงดิน 72% ทำอาหารสัตว์ 28% ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนได้มากกว่า 125 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

ข้อสังเกตจากการคัดแยกองค์ประกอบขยะอาหาร นักวิจัย TEI พบอาหารส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแป้ง ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว ซึ่งผู้บริโภคสามารถแจ้งว่า ต้องการข้าวมาก ข้าวน้อย เส้นมาก เส้นน้อย อาหารกลุ่มโปรตีน พวกเนื้อสัตว์ เลือดหมู ผักบางชนิด เป็นชิ้นใหญ่ ผู้ประกอบการสามารถหั่นให้เป็นชิ้นขนาดเล็กขึ้นเพื่อลดปริมาณ ลดขยะอาหารกลุ่มนี้ บางส่วนของขยะอาหารยังมีกระดาษทิชชู แก้วน้ำ พลาสติก หลอด ไม้ลูกชิ้น ปนกับเศษอาหาร ต้องมีการตั้งถังขยะรองรับเพิ่มเติมในส่วนนี้ การคัดแยกส่วนใหญ่มีการกรองแยกขยะอาหารกับน้ำออกจากกัน ขยะอาหารที่กินไม่ได้ก็คัดแยก
“ ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการหลังครัว เช่น การจัดเก็บวัตถุดิบ การปรับแต่งอาหาร ลดการเกิดขยะอาหาร ข้อแนะนำจากการอบรมการจัดเก็บวัตถุดิบให้แบ่งประเภทและอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเนื้อและผัก การจัดเก็บวัตถุดิบเครื่องปรุงต้องใช้หลักการ First in First out ลดของเสีย การใช้เขียงต้องแยกประเภทสำหรับใช้ตัดแต่งวัตถุดิบ ส่วนการเก็บรักษาอาหารปรุงสุกสามารถเก็บได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ถ้าเกินกำหนดแนะนำให้ผู้กำกับให้ผู้ประกอบการอุ่นซ้ำ การใช้วัตถุดิบตกแต่งจาน ลดการใช้และใช้วัตถุดิบที่สามารถกินได้ เช่น มะเขือเทศ พริกชี้ฟ้า มะเขือพวง รวมถึงสังเกตและสอบถามปริมาณและความต้องการผู้บริโภคก่อนเสมอ “ เขมาพัสส์ กล่าว

1 ใน 15 ศูนย์อาหารลดขยะอาหารนำร่อง พิมศิณี โลหิตกุล ผู้จัดการอาวุโส ส่วนบริหารอาคาร 1 ฝ่ายบริหารศูนย์ราชการ 1 บ.ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กล่าวว่า ศูนย์ราชการ มี 4 ศูนย์อาหารที่บริษัทรับผิดชอบ อาคาร A มีผู้ใช้บริการ 4,000 คนต่อวัน มีปริมาณขยะ 200 กิโลกรัมต่อวัน หลังเข้าโครงการฯ ผู้ประกอบการจัดเตรียมอาหารให้พอดี คัดแยกขยะเศษอาหาร พบขยะลดลงเหลือ 80-100 กก.ต่อวัน อาคาร B มี 3 ศูนย์อาหาร ก็จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ขยะอาหารนำมาใช้ประโยชน์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ดูแลต้นไม้ในศูนย์ราชการ โครงการพระราชดำริ และโรงเรียน เป้าหมายต่อไปจะมุ่งสู่ Zero Waste ผ่านการคัดแยกขยะทุกประเภทตามแนวทางระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทส. เปิดเวทีอบรม “ปธส.” รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดให้พิธีปฐมนิเทศ และเปิดอบรม
รองนายกฯ สุชาติ สั่งกรมทะเล ติดตามสถานภาพทรัพยากรทางทะเลอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ประกอบการปล่อยน้ำเสีย ลงทะเลหาดจอมเทียน
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการมายังอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหลัง ได้รับรายงานกรณีพบการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณหาดจอมเทียน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
ทส. ลงพื้นที่นครสวรรค์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด มุ่งยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของประเทศ
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ด
ทส. ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมพิธี บำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) และกิจกรรม ‘รวมพลังแห่งความภักดี’
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) และกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”
ทส. สั่งระดมพลตรวจสอบข้อร้องเรียนบุกรุกที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน พบผิดจริงสั่งดำเนินการตามกฎหมาย
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ใน 2 กรณี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อคปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน
ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ และคืนความเป็นธรรมให้กับราษฎรโดยเร็ว

