ยกเครื่อง'พลังงานไทย'สู้วิกฤตสงคราม

โครงสร้างพลังงานไทยยังพึ่งพาฟอสซิลมากถึง 76%  แบ่งเป็นน้ำมัน 56% ก๊าซ 10% ถ่านหิน 10%  ยิ่งกว่านั้นไทยใช้ฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้า 69%   ในสัดส่วนนี้เป็นก๊าซ 54.2% ถ่านหิน 14.8% น้ำมัน 0.1%  นี่คือ ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศยังคงอิงเชื้อเพลิงฟอสซิล ไทยพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานได้ไม่ถึงครึ่ง นำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศสูงถึง 92%  ท่ามกลางวิกฤตสงครามตะวันออกกลางและปัญหาสิ่งแวดล้อม  

หันกลับมามองพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย  ไม่ว่าจะไบโอดีเซล  เอทานอล  พลังงานชีวมวล  แสงอาทิตย์  น้ำ ลม  ก๊าซชีวภาพ  ขยะ พบว่าสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนต่อการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย ยังน้อยมากไม่ถึง 15% อย่างไรก็ตาม ในร่างแผนแม่บทพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของประเทศไทย  หรือแผน  AEDP 2024   ตั้งเป้าหมายพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกภายในปี 2580 อยู่ที่ 37%  ครอบคลุมทั้งภาคไฟฟ้า ความร้อน และการขนส่ง หากทำได้จริง นี่คือ ทางออกวิกฤตพลังงานไทย และเป็นขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ  ลดการนำเข้าฟอสซิลกว่า 4 แสนล้าน  สร้างรายได้เกษตรกรไทย 4 หมื่นล้าน  

พลังงานสะอาดยังก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า  1.3 ล้านล้าน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน 75 ล้านตันคาร์บอน บรรเทาปัญหาความแปรปรวนสภาพอากาศ อีกมิติพลังงานหมุนเวียนสอดรับทิศทางการลงทุนด้วยพลังงานสะอาด และกำแพงภาษีคาร์บอนของยุโรปที่พร้อมปิดตายประตูส่งออกสินค้าไทยหากพลังงานที่ใช้ทำลายสิ่งแวดล้อม

เหตุนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาฝ่าวิกฤตพลังงานไทยค้นหาคำตอบว่า พลังงานหมุนเวียนเป็นโอกาสหรือเพียงภาพลวง  โดยมีนายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.ปราโมช รังสรรค์วิจิตร คณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ เข้าร่วม พร้อมด้วยขุนพลพลังงานระดับแถวหน้าของประเทศไทยล้อมวงเสวนาฝ่าวิกฤตพลังงานไทย  ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน  นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า  หากสงครามลุกลามจนก๊าซ LNG ขาดแคลนและราคาพุ่งทะลุเพดาน โครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนที่ไทยมี สร้างระบบหลากหลาย  ทั้งโซลาร์ ลม ระบบสายส่ง หรือระบบ   Micro Grid ในชุมชนพื้นที่ห่างไกล  ต้องดำเนินการรวมเทคโนโลยีแล้วจะรอด ต้องนำพลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพมาร่วมรับมือกับก๊าซ LNG ที่หายไป ขณะนี้ไทยมีกำลังผลิตเหลือมาก สำรองไว้ กลายเป็นต้นทุนและภาระ ตกไปสู่ค่าไฟของประชาชน ถ้าดึงพลังงานหมุนเวียนที่มีมาใช้ได้จะลดค่าไฟ และช่วยเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น เป็นโอกาสที่ทำได้

ส่วนประเด็นปุ๋ยเคมีราคาแพงและผลผลิตต่ำ การเร่งผลักดันแก๊สโซฮอลล์ E20 และดีเซล B7  เพื่อทดแทนน้ำมันดิบ นายกิตติศักดิ์ ย้ำว่าเป็นโอกาสทางรอดของความมั่นคงของประเทศ  เพราะเอสเอ็มอีต้นทุนขนส่ง 15-30% เอทานอลไทยมาจากภาคเกษตร และไม่ได้แย่งอาหารมาเติมรถ เพราะประเทศไทยเป็นฐานผลิตอาหารของโลก ไทยผลิต มันสำปะหลัง อ้อย ส่งออกน้ำตาลมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  หากสนับสนุนการใช้เอทานอลต้องมุ่งไปทิศทางนี้ แต่ความรู้ความเข้าใจระหว่างผู้ใช้กับผู้ผลิตยังไม่เพียงพอ นโยบายรัฐต้องช่วยเรื่องกำหนดทิศทางเพื่อให้ระบบไปด้วยกัน ยานยนตร์ต้องช่วยสร้างความมั่นใจ  เอทานอลมีคุณภาพ ไม่ว่าจะ E20  E80  แม้จะไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่น้ำมันเอทานอลเป็นสะพานเปลี่ยนผ่านไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นของประเทศ

ด้าน นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ผลักดันโรงไฟฟ้าชีวมวล มุ่งสู่พลังงานสะอาด แสดงทัศนะว่า ช่วงวิกฤตก๊าซ LNG หายไป เรานำเข้า 30% หมายความว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติยังใช้ก๊าซจากอ่าวไทยและอันดามัน ฉะนั้น ไฟฟ้าไม่ขาด หากพูดถึงโซลาร์เซลล์กับโซลาร์บวกแบตเตอรี่ ไทยมีความพร้อมแล้ว อีกอย่างชีวมวลเป็นโรงไฟฟ้าที่เดินระบบได้เหมือนก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน จ่ายไฟเหมือนโรงใหญ่ 24 ชั่วโมง แต่ที่ผ่านมา มีการส่งสัญญาณผิด นำไปสู่การผลิตไฟขายตอนพีค เพราะราคาดีกว่า ที่น่าเสียดาย ก๊าซชีวภาพศักยภาพมากมาย น้ำเสียจากโรงแป้ง โรงปาล์ม ขี้หมูขี้ไก่ แต่รัฐไม่รับซื้อ ทั้งที่โรงงานติดตั้งระบบนี้แล้ว ทำให้เสียประโยชน์ วันนี้ระบบสายส่งไทยมีความพร้อม เรามีไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ไม่จำเป็นต้องสร้างสายส่งใหม่รองรับ แต่ต้องให้บุคคลที่สามเข้ามาร่วมใช้สายส่ง จัดทำสัญญาจ่ายค่าผ่านสายส่ง พลังงานหมุนเวียนต่อสู้กับวิกฤตสงครามได้แน่นอน

 ส่วนการรับมือภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน  (CBAM) ท่ามกลางวิกฤตที่ค่าไฟฟ้าพุ่งทะลุสูง นายนทีกล่าวว่า ไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และต้องเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม มีเรื่อง CBAM  กระทบเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม แต่ชีวิตจริงที่ไม่เกี่ยวกับ CBAM  โดนหมด  ด้วยนโยบายธุรกิจสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ปัจจุบันไฟฟฟ้าสีเขียวของไทยมีแค่ 25% พลังงานสะอาด พลังงานสีเขียวต้องเข้ามา ต้องแก้ปัญหาที่โครงสร้าง ไม่ใช่เปลี่ยนที่ปลายทาง

“ ไม่ใช่วิกฤตจบไปก็จบ ราคาถูกลงก็นิ่ง ที่คุยจะเปลี่ยนก็ไม่ปรับ ฉะนั้น ต้องทำอย่างจริงจัง จึงจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ เรากลัวพลังงานไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนที่ไม่เสถียรและไม่แน่นอน แต่ไม่ใช่ให้เป็นภาระภาครัฐ เปิดให้ภาคธุรกิจเอกชนเข้าไป นำเทคโนโลยีและการวิจัยมาหนุนเสริม  ภาคพลังงานปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 70%  ไฟฟ้าเน้นมั่งคง ราคาถูก ตอบโจทย์ Net Zero นี่คือปัญหาที่พลังงานหมุนเวียนไม่เกิด เพราะราคาแพง เราต้องเลิกพูดราคาถูก เราต้องพูดถึงความคุ้มค่า ไบโอดีเซล เอทานอล สร้างรายได้เกษตรกรไทย เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจฐานรากที่แท้จริง   “ นายนที กล่าว

ด้าน นายศาณินทร์ ตรียานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย  ผู้คร่ำหวอดอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน กล่าวว่า  ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย มีพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตเป็นอันดับ 3 ของโลก ผลผลิตปาล์มน้ำมันของไทยอยู่ที่ประมาณ 11-13 ล้านตันต่อปี เรามีผลผลิตมากพอที่จะก้าวไป นี่คือ โอกาส   กินอิ่ม ทำพลังงานจนพอ แล้วยังส่งออกต่างประเทศอีก วันนี้ทำอย่างไรจะทำให้พลังงานทดแทนมีศักยภาพมั่นคงและยั่งยืน ในส่วนไบโอดีเซล ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 3  ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เราบริหารจัดการสต๊อกพลาดบ้าง ทำให้ราคาสูง ฉะนั้น ต้องทำต้นทุนให้ถูก สิบปีที่แล้วมีบริษัทใหญ่ต่างชาติมาตั้งในประเทศไทย เพราะไทยมีนโยบายไบโอดีเซล   ส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน แต่ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนมากพอ   

มุมมองต่อเป้าหมายผลักดันยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF)  และฮับอุตสาหกรรม Biorefinery  นายศาณินทร์มองว่า อุตสาหกรรมการบินปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงมาก ทำให้ต้องผลักดันเรื่องนี้ อุปสรรคสำคัญอยู่ที่วัตถุดิบตั้งต้น  มีการกำหนดต้องใช้น้ำมันไม่แย่งคนบริโภค  ปัจจุบันแย่งกันซื้อน้ำมันใช้แล้ว หากเราบริหารวัตถุดิบที่ปลูกได้ ทั้งเอทานอล ปาล์มน้ำมัน อย่างยั่งยืนจริง หากโลกพูดถึงความยั่งยืนอย่างแท้จริงในการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง ไทยจะมีความพร้อมเป็นศูนย์กลาง  โอกาสประเทศไทยไม่มีใครสงสัย เหลือแค่จะทำโอกาสให้สำเร็จอย่างไร ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนเองต้องทำความเข้าใจพลังงานหมุนเวียนมากกว่าเรื่องราคา แต่เป็นมิติพลังงานยั่งยืนที่ทั่วโลกพูดถึง  เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยบนโต๊ะ  

ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล อดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ แสดงทัศนะประเด็นเดียวกันว่า เรามีเอทานอล ไบโอดีเซล รวมถึงน้ำมันใช้แล้ว แต่เก็บได้น้อย ต้นทุนสูง ต้องหาโมเดลจัดเก็บ รวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว  วัตถุดิบมี แต่ต้องการการบริหารจัดการ รวมถึงนโยบายต้องชัดเจน ให้สอดรับนโยบายการบินโลก ไทยเป็นศูนย์กลางการบิน  1.2 ล้านเที่ยวบิน ต้องพัฒนาเทคโนโลยีและลงทุน หากภาคเอกชนมองว่าคุ้มค่าลงทุนไปได้แน่นอน ส่วนน้ำมันปาล์มก็มีโอกาสทำได้ เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพก็เริ่มแล้ว

 “ เมื่อก่อนคนมองว่าจะใช้พลังงานสะอาดต้องจ่ายเพิ่ม แต่ปัจจุบันพลังงานสะอาดจะเป็นทางรอด ถ้าฟอสซิลมาช้า ในประเทศมีไบโอดีเซล เอทานอล เป็นโอกาสที่ยืนระยะสู้ได้ การจะไปสู่ Net Zero  เหลือเวลาอีก 24 ปี จะไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดเลยหรือไม่ ซึ่งก็หนีไม่พ้นไบโอดีเซล เอทานอล ประเทศไทยมีศักยภาพในมือจะทิ้งไว้เฉยๆ หรือดึงขึ้นมาเป็นตัวช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทุกคนต้องร่วมตัดสินใจเรื่องพลังงานไทย “ ดร.สุมิตราย้ำ

รศ.ดร.ศิริพร  จงผาติวุฒิ   รองคณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี และผู้ประสานงานภาคอุตสาหกรรม Biorefinery Hub of Knowledge กล่าวว่า  ไทยมีทั้งทรัพยากร วัตถุดิบ  และอุตสาหกรรมไทยมีความพร้อม นี่คือ โอกาส นโยบาย ทิศทางต้องชัดเจน อุตสาหกรรมต้องปรับตัวอย่างไร ผลิตแล้วใครซื้อ ส่วนกฎหมายกฎระเบียบต้องปรับเปลี่ยน ไม่ให้ล้าสมัย ด้านเทคโนโลยี ต้องการผู้มีความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานที่แตกต่างหลากหลายและมองเรื่องความยั่งยืนควบคู่ ในการพัฒนาเทคโนโลยี งบวิจัยพอมี แต่ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่  ปัจจุบันนักวิชาการรวมพลังจากสถาบันการศึกษาต่างๆ  แชร์คน แชร์อุปกรณ์เครื่องมือ ร่วมมือกัน ฝากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม โจทย์สำคัญจะทำอะไร ประเทศอยากได้อะไร ต้องสื่อสารกับนักวิชาการ Biorefiney Hub of Knowledge พร้อมร่วมพัฒนาและหาทางออกในโจทย์อุตสาหกรรม นำไปสู่การผลิตพลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีตรมว.คลัง' ร่อน จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อาจฝ่าฝืน รธน.

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องพรก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า

ครม. เห็นชอบ วาระแห่งชาติด้านพลังงาน เผยมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

'ธนพร' หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน รับมือวิกฤตพลังงาน ชี้หนักกว่าโควิด ย้ำรัฐบาลต้องเร่งช่วยประชาชน สะกิดฝ่ายค้าน คิดให้ดี ก่อนตั้งธงขวาง

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักรัฐศาสตร์ ให้ความเห็นกรณีรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานโลก ว่า

วิกฤตครั้งใหญ่มาถึงแล้ว 'ผู้เชี่ยวชาญพลังงาน' สรุปคำเตือนจาก ผอ.IEA ที่คนไทยต้องตื่นตัว

นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า