30 ก.ค.2569 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “การแพทย์ในอดีต กับปัจจุบัน มุมมองส่วนตัวที่ทำเวชปฏิบัติ” ระบุว่า ผมขอเล่าความหลังเพื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ผมเข้าเรียนแพทย์ใน ต้นปี 2512 ปี Apollo ลงดวงจันทร์ และจบ พ.บ ในปี 2517 ในปี 2518 เป็นอินเทอนร์ 1 ปีที่โรงพยาบาลจุฬา และต่อผู้เชี่ยวชาญทางด้านกุมารเวชศาสตร์ อีก 3 ปี ที่จุฬา หลังจากนั้นก็บรรจุเป็นอาจารย์ภาควิชากุมาร จุฬามาโดยตลอด และได้ไปต่างประเทศอังกฤษ ในช่วงระหว่างปี 2527 ถึง 2528 กลับมาได้เปิดคลินิกเอง ตอนเย็น แต่ก่อนไปอังกฤษ ก็ได้มีโอกาสทำเวชปฏิบัติทั่วไปโดยเน้นทางเด็ก ที่โพลี่คลินิก ทำงานคลินิกตัวเองตอนเย็น ประมาณปี 2529 จนถึง 2540 ก็เลิก เพราะงานค่อนข้างหนักมากกว่าจะกลับถึงบ้านกินข้าว 3-4 ทุ่ม เมื่อเลิกทำ มีเวลาว่างมากขึ้น มีโอกาสทำงานวิชาการได้ดีขึ้นมาก การทำคลินิกเวชปฏิบัตินอกเวลาราชการก็ยังคงทำอยู่แต่น้อยลงมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจในโรงพยาบาลมากกว่า และยังคงทำอยู่จนถึงปัจจุบัน
สถานะทางเศรษฐกิจครอบครัวปัจจุบัน ถ้าเปรียบเทียบก็สู้ พี่ชาย และพี่ที่เป็นแฝดไม่ได้ ดังนั้นสำหรับลูกหลานถ้าคิดว่าเรียนแพทย์ แล้วจะร่ำรวย ก็ขอให้คิดเสียใหม่ แพทย์เป็นวิชาฤาษี ไม่อด มีบุคคลอยู่ 2 อาชีพ ที่ได้รับประทานสิ่งของที่ดี คือ พระ และหมอ แต่ที่จริงหมอก็ไม่ใช่ความจริง ควรจะเป็นลูกหมอหรือหลานหมอมากกว่า เพราะหมอเองก็ไม่มีเวลาที่จะกิน จริงไหม ดังนั้นโดยส่วนตัวจึงไม่ได้ถึงกับเชียร์ให้ลูกหลานมาเรียนแพทย์ ขอให้ไปตามความถนัด
อยากจะเล่าว่าชีวิตเริ่มจากศูนย์ เพราะก่อนเข้าเรียนแพทย์ไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียนแพทย์ ชอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และชีวะก็ไปได้ ที่เป็นปัญหามากคือภาษาอังกฤษ เพราะเราเรียนจากต่างจังหวัดเริ่มเรียนภาษาอังกฤษเมื่อป 5 จึงมีปัญหาค่อนข้างมาก ได้เข้าเรียนแพทย์โดยตัดสินใจก่อน Entrance ประมาณ 3-4 เดือน เพราะพี่ชายที่แสนดี คอยดูแลและส่งเสีย ขอให้เรียนแพทย์ ก็เลยได้เรียนสมใจ
ตอนเรียนแพทย์ก็เรียนได้ อยู่ในที่กลางๆ สนใจสิ่งที่อยากจะเรียนรู้มาก และการเรียนก็มีความสุข ไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้เลย สมัยเรียน เรียนและทำภาคปฏิบัติหนักกว่านักเรียนแพทย์ในปัจจุบันมาก อยู่เวรก็ต้องอยู่กับพี่ ถ้ามีเคสหนักก็อยู่กับพี่จะจนสว่างก็ว่ากัน มีเวรเจาะเลือดตอนเช้า ต้องตื่น 05:00 น มาเจาะเลือดเป็นการฝึกการเจาะเลือดได้อย่างดี ภาคปฏิบัติสามารถทำได้เป็นอย่างดี เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมาก มีแพทย์และนิสิตแพทย์น้อยมาก เพียง 80 คนเท่านั้น เมื่อเป็นแพทย์ประจำบ้านก็อยู่กัน 4 คนปีละประมาณ 4-5 คน ดังนั้น ไม่ว่าจะทำการเจาะคอ ใส่หลอดคอ ให้น้ำเกลือไม่ได้ก็ทำ Cut Down เปิดหาเส้นเลือดแล้วใช้สายสอดใส่ อุปกรณ์ต่างๆ แตกต่างกับสมัยนี้มาก สมัยนี้ทุกอย่างดีขึ้น ที่ต้องเจาะคอเอง เพราะเมื่อก่อนโรคคอตีบ และบาดทะยัก เป็นจำนวนมาก ปีละประมาณ 40-50 ราย และไม่สามารถที่จะปรึกษาหมอหูคอจมูกให้มาเจาะคอได้ เพราะแพทย์ทุกฝ่ายก็มีน้อยอยู่แล้ว การทำอินเตอร์เวนชั่น ก็ต้องทำเองหมด ระบายน้ำช่องปอด เจาะท้อง ผมเองสนใจทางโรคตับ การตรวจชิ้นเนื้อตับด้วยการเจาะมาตรวจผมทำตั้งแต่เป็นแพทย์ประจำบ้านปีที่ 2 และทำมาตลอด ปัจจุบันการทำหัตถการทั้งหมดเหล่านี้ ต้องปรึกษาเฉพาะ แผนก ถ้าไม่เช่นนั้นถ้ามีอาการแทรกซ้อนขึ้นมา ก็คงได้เรื่องแน่นอน สมัยก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ ดีมากๆ การเกิดอาการแทรกซ้อนใหญ่ๆ ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องการฟ้องร้องเลย ในปัจจุบัน การรักษาผู้ป่วย อย่าให้เสียชีวิต โดยเฉพาะโรคปัจจุบันทันด่วน ถ้าเสียชีวิตมักจะได้เรื่อง เมื่อก่อน รักษาไข้เลือดออก มีเสียชีวิต เพราะบางรายมาช็อคเป็นเวลายาวนาน และบางรายก็มาช้ามาก แต่ในปัจจุบันนี้ การรักษาไข้เลือดออก ถ้าเสียชีวิต มักจะเป็นเรื่อง ยังไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด ก็ได้เงิน 400,000 บาทก่อน
แพทย์ในปัจจุบันส่วนใหญ่จึงทำประกัน เหมือนประกันภัยรถยนต์ โดยเฉพาะถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ประกันจะมาช่วย แต่เราก็จะต้องเสียเบี้ยประกันทุกปีเช่นเดียวกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้ดูห่างเหิน
ยังจำได้ดี เมื่อเรียนอยู่ในชั้นพรีคลินิก อาจารย์ท่านหนึ่งสอนเป็นคำกลอนไว้ว่า
เมื่อมฤตยูอยู่หน้าทวารา
หมอเทียบเปรียบปานพระเจ้า
เมื่อไข้หนักสุมรุมเร้า
หมอคือเทพเจ้าจุติมา
เมื่อหมอร้องขอค่ายา
หมอคือตัวห่ากาลี
สิ่งนี้พยายามคอยเตือนใจว่าเราในภาพของคนไข้ เราจะต้องเป็นผู้ให้ แล้วผลลัพธ์ต่างๆก็จะกลับคืนมาทีหลัง แต่ในสังคมปัจจุบันคงไม่เป็นเช่นนั้น
ผมจะใช้โอกาสนี้ เล่าเหตุการณ์ในอดีตส่วนตัวเทียบกับปัจจุบันให้ฟังเป็นตอนๆต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอยง' ชี้ 'ไม่โกง' ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก
จุฬาฯ ส่งวงมหาดุริยางค์ฯ รำลึก 129 ปี ร.5 เสด็จสวีเดน
จุฬาฯ เตรียมส่งวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนเดินทางไปแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทยที่เมืองรากุนดา ประเทศสวีเดน ร่วมงานรำลึก 129 ปี ร.5 เสด็จประพาสสวีเดน วันที่ 19 ก.ค. 25
'หมอยง' เตือน 'โรคมือ เท้า ปาก' ปีนี้แนวโน้มระบาดมากขึ้น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
'ศ.นพ.ยง' หวนรำลึกบทเรียน 5 ปีโควิด!
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

