ก.อ.มติเอกฉันท์ ‘โกวิท’นั่งอสส. ชงวุฒิฯไฟเขียว

ก.อ.มีมติเอกฉันท์ตั้ง “โกวิท ศรีไพโรจน์" นั่งอัยการสูงสุดคนที่ 21 หลัง "โชคชัย”   รอง อสส.ยื่นขอขึ้นเป็นอัยการอาวุโส ก่อนชงวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ มีผล 1 ต.ค.

ที่ห้องประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)   เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์  ประธานคณะกรรมการอัยการ เป็นประธานการประชุม ก.อ. มีวาระสำคัญในการเลือกอัยการสูงสุดคนใหม่ โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา นายโชคชัย ทิฐิกัจจธรรม รองอัยการสูงสุด อาวุโสลำดับที่ 3 ซึ่งเดิมมีคิวจะขึ้นอัยการสูงสุดในช่วงสิ้นปีงบประมาณนี้ ได้ยื่นขอขึ้นเป็นอัยการอาวุโสเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสำนักงาน ก.อ.ได้รับเรื่องไว้เเล้ว จะมีผลวันที่ 1 ต.ค.2569 

ทั้งนี้ เมื่อนายโชคชัยซึ่งมีอาวุโสสูงสุดได้ขอพ้นจากตำแหน่งบริหารเพื่อไปดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส ทำให้ลำดับอาวุโสของนายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด จากที่สองเลื่อนมาเป็นลำดับแรก จึงส่งผลให้ในวาระการประชุม ก.อ. ที่มีวาระการเเต่งตั้งอัยการสูงสุดคนใหม่ ตามขั้นตอนกฎหมาย ประธาน ก.อ.จะเสนอชื่อผู้ที่อาวุโสสูงสุดลำดับที่ 1 ที่อายุไม่เกิน 65 ปี เเละไม่ได้เป็นอัยการอาวุโส ขึ้นรับการพิจารณาจาก ก.อ. เพื่อขึ้นดำรงตำเเหน่งอัยการสูงสุด เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และการเลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการ พ.ศ.2566 ข้อ 17 โดยเสนอชื่อนายโกวิท เพื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคนที่ 21 ต่อจากนายอิทธิพร แก้วทิพย์

ซึ่งภายหลังจากที่มีการเสนอชื่อนายโกวิท  ทางคณะกรรมการอัยการได้ใช้สิทธิอภิปรายเรื่องความสามารถและความเหมาะสมของนายโกวิท  ก่อนที่คณะกรรมการอัยการจะมีมติเป็นเอกฉันท์ เลือกนายโกวิทให้ขึ้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคนถัดไป โดยหลังจากนี้ รายชื่อว่าที่อัยการสูงสุดคนใหม่จะถูกส่งให้วุฒิสภาพิจารณา และหากผ่านขั้นตอนทั้งหมดเเละได้รับโปรดเกล้าฯ เเล้ว  นายโกวิทจะขึ้นดำรงตำเเหน่งอัยการสูงสุดคนที่ 21 มีวาระดำรงตำเเหน่ง 2 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค.69 จนถึง 30 ก.ย.2571

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโชคชัยเเละนายโกวิทเป็นเพื่อนนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 98 เเละมีรายงานว่าทั้งคู่เรียนห้องเดียวกัน สำหรับนายโชคชัยเป็นคนมีบุคลิกเงียบ  เก็บตัว ชอบความสงบ ทำให้มองว่าอาจจะคล้ายกับกรณีนายสมเกียรติ คุณวัฒนานนท์ รองอัยการสูงสุด ที่มีคิวอาวุโสขึ้นอัยการสูงสุด ที่เคยขอขึ้นเป็นอัยการอาวุโสก่อน 1 ปี ส่งผลให้นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ เลื่อนคิวขึ้นมาเป็นอัยการสูงสุดคนที่ 19 เเทน

ในส่วนนายโกวิท เดิมมีคิวอาวุโสจะขึ้นดำรงตำเเหน่งอัยการสูงสุดอยู่เเล้ว 1 ปี ถึงนายโชคชัยไม่ขอขึ้นอาวุโสก่อนในปีนี้ นายโกวิทมีคิวขึ้นดำรงตำเเหน่งอัยการสูงสุดในปีถัดไป เเต่การที่นายโชคชัยขอขึ้นอัยการอาวุโสครั้งนี้ ทำให้นายโกวิทจะนั่งดำรงตำเเหน่งอัยการสูงสุด 2 ปี ซึ่งที่ผ่านมาอัยการสูงสุดจะนั่งวาระคนละ 1 ปี ซึ่งหลายคนมองว่าไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้เต็มที่ การที่มีอัยการสูงสุดดำรงตำแหน่ง 2 ปี อาจเกิดผลดีกับองค์กร

สำหรับนายโกวิท เป็นอัยการมือทำคดี เคยอยู่สำนักงานคดีพิเศษ รับผิดชอบคดีม็อบการเมืองและคดีผู้มีอิทธิพลสำคัญ ก่อนย้ายกลับไปภาคใต้ มีบทบาทในเรื่องคดีเกี่ยวกับปฏิบัติหน้าที่มิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐที่สมัยเป็นอธิบดีอัยการปราบปรามทุจริตภาค 8 ที่สำคัญที่ผ่านมาตอนเป็นอธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ มีบทบาทในการจัดอบรมบรรยายปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร บทบาทหน้าที่ของอัยการผู้ช่วยที่สอบได้ รวมถึงพัฒนาเพิ่มพูนทักษะของข้าราชการอัยการทั้งหมด รวมถึงหลักสูตรใหญ่ๆ  ของอัยการทั้งหมด

รวมทั้งยังมีบทบาทสมัยนั่งอธิบดีอัยการ สำนักงานปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นสำนักงานที่มีความสำคัญดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงเกี่ยวกับคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ นอกจากนี้ ได้รับเลือกเป็นกรรมการเนติบัณฑิตยสภา เเละกรรมการอัยการ ถือว่าได้รับการยอมรับจากแวดวงอัยการ ในเเง่วิชาการ นายโกวิทมีการศึกษาค้นคว้ากฎหมายเกี่ยวกับคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบอย่างละเอียดเชี่ยวชาญ ถูกมองว่าเป็นอัยการที่ครบเครื่องทั้งบุ๋นทั้งบู๊ เพราะอยู่ทั้งสายงานอบรมเเละสายงานคดี

โดยนายโกวิทจบการศึกษาปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เนติบัณฑิตไทย  สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา  ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนคดีสำคัญ เคยรับผิดชอบคดีเรียกค่าไถ่ (คดีกลุ่มโจรไข่หมูก เส้งเอียด) และคดีอุ้มฆ่านายอัลรูไวลี (คดีความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย).

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง