"อนุทิน" นั่งหัวโต๊ะภาครัฐ-เอกชน ยกระดับปราบคอร์รัปชัน สั่งเปิดข้อมูลภาครัฐไม่ต้องกั๊ก ลั่นพบนายกฯ-รมต.โกงยื่นตรวจสอบได้เลย เชื่อมีหลักฐานแน่ โจรย่อมทิ้งร่องรอย ไม่เห็นด้วย CPI ทำสถิติจากความรู้สึก ทำประเทศเสียหาย สั่งทุกหน่วยทำรายงานศึกษาปิดช่องโหว่ทุจริต สยบข้อครหา ด้านเอกชนชมเปาะรัฐบาลแอ็กชันเร็วมาก พร้อมร่วมมือ ป.ป.ช.-ป.ป.ท. จ่อตั้งคณะทำงานร่วม ทส. พร้อมส่งข้อมูลให้ คพ. สภาไฟเขียวร่าง กม.อำนวยความสะดวกฯ ยืนตาม สว.แก้ไข
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม เวลา 09.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครั้งที่ 1 โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), ผู้แทนประธานสภาหอการค้าและผู้แทนสภาอุตสาหกรรม ซึ่งมีตัวแทนจาก 35 หน่วยงานภาครัฐ และคณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.)
โดยนายกฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดจากการที่รัฐบาลได้รับทราบความกังวลใจของประชาชนจากผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการภาครัฐ โดย กกร. ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลและผู้บริหารหน่วยงานราชการ เห็นว่าสมควรที่จะรับฟังและศึกษาให้ความเห็นของทุกคนเพิ่มเติม ในการหาทางแก้ปัญหาป้องกันปราบปรามในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง โดยเสนอปฏิรูปกระบวนการอนุมัติอนุญาต ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส ลดความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตทุกรูปแบบ และเร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย รวมถึงการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในการต่อต้านการทุจริตของประเทศไทยให้เป็นที่รับทราบของประชาชน และยังเลยไปถึงประชาคมโลกในระดับนานาชาติ
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) เพื่อประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (CPI) ขอมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติ เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยตรวจสอบปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด และให้มีการสนับสนุนทุกกรณีเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการทำงาน และทำทุกวิถีทางให้หน่วยงานเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานแก่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเราปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปลอดการทุจริตคอร์รัปชัน
“ผมเคยเป็นฝั่งขอข้อมูล ขอเท่าไหร่ก็มีข้อยกเว้น ข้อมูลนี้ให้ได้ ข้อมูลนั้นให้ไม่ได้ ผมได้แจ้งนายปกรณ์ให้เปิดเผยให้หมด ไม่มีคำว่าปิด เพราะมีกฎหมายที่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอยู่แล้ว แม้มีข้อยกเว้นก็เข้าไปแก้กฎหมาย ไม่ให้มีข้อยกเว้น เปิดก็เปิดไปเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเปิดๆ ปิดๆ เฉพาะส่วนที่อยากให้รู้ ส่วนที่ไม่อยากให้ดูไม่เปิด อย่างนี้จะแก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใสไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการคอร์รัปชัน ซึ่งผมบ่นกับเลขาฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่าปล่อยให้มีเรื่องนี้ได้อย่างไร ถ้าพวกท่านเห็นว่าข้าราชการคนไหนโกง รัฐมนตรีคนไหนโกง นายกฯ คนไหนโกงและทุจริต ท่านไปคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปศาล ไป ป.ป.ท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปทุกที่ที่ท่านไปได้ ไปในหน่วยงานที่มีการบังคับบัญชาเหนือหน่วยงานที่เขาทุจริต เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย เรื่องของกฎหมายพิสูจน์ได้ด้วยเอกสารต่างๆ โจรย่อมทิ้งร่องรอย ผมคิดว่าเราเจอเป็นเคสๆ เน้นให้เต็มที่ และผมเชื่อว่าท่านจะมีประชาคมมากมายมาให้การสนับสนุนให้ข้อมูล ที่จะทำให้สอบไปถึงต้นตอได้" นายกฯ ระบุ
อย่างไรก็ตาม การที่จะไปวัดจากการสอบถาม ตนขอกราบเรียนตรงๆ ว่าวันนี้ท่านมาถามตนในฐานะเป็นประชาชนทั่วไปไม่ใช่นายกฯ คิดว่าเมืองไทยมีคอร์รัปชันไหม คำตอบคือมีถาม 10 คนก็บอกมี 10 คน ฉะนั้นตรงนี้ทำให้การรับรู้รับทราบเรื่องพวกนี้ต้องแก้ไข และไปทำเป็นสถิติเป็นเหตุให้ประเทศไทยมีความเปราะบางพอสมควรในการที่ถูกกำหนดว่าเป็นประเทศที่เชื่อว่ามีการทุจริตมากมายในระบบของประเทศนี้ ผลสรุปและบทวิเคราะห์เช่นนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศทั้งในเรื่องของความเชื่อมั่นทางการเมืองการลงนามต่อเอ็มโอยู การสร้างความร่วมมือต่างๆ ที่เขาต้องใช้เงินใช้ทองมาลงทุนในประเทศไทย เพื่อใช้ประเทศของไทยของเราเป็นฐานการผลิตที่สามารถมาลงทุนได้ และมีความมั่นใจสามารถสร้างรายได้ให้กับทั้งประเทศเราเอง สิ่งเหล่านี้มีความเสียหาย
ด้านนายปกรณ์กล่าวว่า นายกฯ ให้ความสำคัญและให้ความมั่นใจกับภาคเอกชนว่าข้อมูลที่รับมาจะเอามาปิดช่องโหว่กันอย่างไร และตนได้ให้นโยบายต่อไปว่าให้เอาข้อมูลในประเด็นต่างๆ เข้าไปทำการสำรวจ ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยไปศึกษาว่าตรงไหนยังมีช่องโหว่บ้างที่อาจจะก่อให้เกิดประเด็นการคอร์รัปชัน ให้ไปหาทางปิดช่องโหว่ แล้วนำเสนอทำเป็นรายงาน นำเสนอต่อ คตท.
ส่วนเรื่องการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่ภาคธุรกิจมีประเด็นปัญหาอยู่ใน 6 หรือ 7 กลุ่มธุรกิจ ในวันที่ 10 มิ.ย. ภาคเอกชนจะเสนอข้อเสนอแนะมายังรัฐบาลจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต และพอเสนอมาแล้วจะนำมารับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเว็บไซต์ law.go.th และเมื่อได้ความคิดเห็นเป็นอย่างไรแล้ว สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้นำสรุปเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปรับปรุงแก้ไข จะได้ไม่เกิดช่องโหว่ที่เป็นข้อครหากันอีก
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุมนายกฯ ตอบรับข้อเสนอขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตจากคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเครือข่าย ทั้ง 6 ประการ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปทบทวนและปรับปรุงกลไกการทำงานภายใน โดยเฉพาะเปิดเผยข้อมูล นอกจากนี้รัฐบาลยังเดินหน้าขับเคลื่อนกลไก “Open Government” ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูล ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ด้านนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เผยว่า มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง ทส.กับ กกร. ซึ่งเป็นนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง รวมทั้งได้สั่งการให้ทุกกรมไปหาว่างานไหนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด อาจจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นงานอื่นหรือไม่ หยิบ 1-2 งานเพื่อทำขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน หรือ SOP ว่าจะสามารถรั่วไหลตรงไหนได้บ้าง หลักการที่คุยกันในที่ประชุมคือ ให้มีความโปร่งใส ลดการใช้ดุลยพินิจ ต้องประกาศคู่มือปฏิบัติงาน ระบุระยะเวลาให้ชัดเจน อันไหนลดขั้นตอนได้
ขณะที่ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย พร้อมด้วยนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (ทีไอจี) กล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ และรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการ คตท.ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องการทุจริต ถือว่ารัฐบาลมีแอ็กชันที่เร็วมาก เรารู้สึกดีใจ หลังจากที่เรามีการเซตอัปของ กกร.ร่วมกับหน่วยงานวิชาการ ทั้งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทีไอเจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดทำลักษณะข้อมูลเชิงวิชาการและข้อเท็จจริง ทั้งนี้ กกร.ได้คุยกับ ป.ป.ช. ป.ป.ท.แล้ว และพร้อมจะร่วมมือกัน
เมื่อถามว่า กรมควบคุมมลพิษระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลเรียกรับสินบนจาก กกร. นายพจน์กล่าวว่า ได้มีการหารือกันแล้ว โดยนายธนวรรธน์กล่าวเสริมว่า จะส่งข้อมูลให้วันที่ 22 พ.ค.นี้ ซึ่งร่างไว้ครบทั้งหมดแล้ว
เมื่อถามย้ำว่า ข้อมูลที่ส่งให้จะเป็นหลักฐานที่จะสามารถนำไปดำเนินการเอาผิดหน่วยงานได้ใช่หรือไม่ นายพจน์ย้อนถามว่า “เอาผิดใครล่ะ” เมื่อสักครู่ได้พูดคุยกับปลัด ทส. ว่าแบบสอบถามทั้งหมดทำสอดคล้องกับเวิลด์แบงก์และโออีซีดี ซึ่งเป็นแบบสอบถามว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไม่ได้เจาะลึกเอาผิดใคร
ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาเรื่องด่วน ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ..... ด้วยเสียงเห็นชอบ 435 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว สภาฯ ที่ 26 ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม ถือว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และจะได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 ต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก.อ.มติเอกฉันท์ ‘โกวิท’นั่งอสส. ชงวุฒิฯไฟเขียว
ก.อ.มีมติเอกฉันท์ตั้ง “โกวิท ศรีไพโรจน์" นั่งอัยการสูงสุดคนที่ 21 หลัง "โชคชัย” รอง อสส.ยื่นขอขึ้นเป็นอัยการอาวุโส ก่อนชงวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ มีผล 1 ต.ค.
ภท.ปัด‘เนวิน’จุ้นแก้รธน. ได้ประกัน‘สส.โตโต้’ไปต่อ
พูดแล้วทำ! "อนุทิน" จริงจังไม่จิงโจ้ นํา สส.ภูมิใจไทยชิงยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นพรรคแรก
จีบมาครงลงทุนไทย หนูขนคณะบินฝรั่งเศส คลังสวน‘ไหม’ไม่ลักไก่
“นายกฯ” เยือนฝรั่งเศส 21-27 พ.ค. เตรียมหารือ "มาครง-ผอ.IEA”
สภารุมบี้รบ.ถอดบทเรียน โศกนาฏกรรมกลางเมือง
สภาขยับ! โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ 4 พรรคการเมืองนั่งไม่ติด
‘ชัชชาติ’ชูแคมเปญสมัย2 ส้มไม่ยันผู้สมัครสก.ไร้โกง
"ชัชชาติ" คิกออฟแคมเปญชิงสมัย 2 "กรุงเทพฯ ทำงาน" ขึ้นจอ LED ทางด่วน
รู้จัก‘เฮ้ง’น้อยไป! กลับลำขอโทษสื่อ ‘ปกรณ์’สางทุจริต
“สุชาติ” ฉุนเดินชนไหล่นักข่าว หลังถูกจี้ปมไม่ตรวจสอบกรมควบคุมมลพิษคดีสินบน

