"สิริพงศ์” ตอบกระทู้สดเหตุรถไฟชนรถเมล์ รับคนขับรถไฟประมาท รฟท.สุ่มตรวจฉี่พนักงานขับรถเจอ “ฉี่ม่วง” 2 ราย สั่งให้ออกทันที “จิระพงศ์” นั่งหัวโต๊ะสอบข้อเท็จจริง เผยภาพวงจรปิดนาทีชนถูกตรวจละเอียดทุกวินาที ย้ำยังไม่ชี้ใครผิด เร่งสรุปข้อเท็จจริงเสนอ “พิพัฒน์” 2 มิ.ย. “ตำรวจ” เร่งขยายผลแกะทะเบียนรถต้องสงสัยฝ่าฝืนจราจรเป็นรายกรณี จ่อถกทุกหน่วยงานหวังหยุดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย
ที่รัฐสภา เวลา 10.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สอบถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เรื่องเหตุการณ์รถไฟขบวนสินค้าชนรถเมล์ที่แยกอโศก-ดินแดง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย สะท้อนความบกพร่องระบบบริหารจัดการความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะ
โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงแทน รมว.คมนาคมว่า ขบวนรถไฟคันเกิดเหตุใช้ความเร็ว 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เกินความเร็วปกติ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนหน้าเกิดเหตุมีไฟเหลืองแจ้งเตือนให้ชะลอขบวนที่สถานีมักกะสันแล้ว ขณะที่เกิดเหตุปะทะมีความเร็วอยู่ที่ 18 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งผลการสอบสวนทราบว่าพนักงานขับรถไฟประมาทในการดำเนินการ และพบภายหลังเป็นผู้ใช้สารเสพติดหลายตัว ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้ออกจากราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
นายสิริพงศ์ชี้แจงต่อว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้กำชับเข้มงวดเรื่องการตรวจสารเสพติด โดยให้ตรวจสอบพนักงานทุกคนในระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาตลอด แต่ที่ผ่านมาใช้วิธีสุ่มตรวจ หลังจากนี้นายพิพัฒน์จึงให้ตรวจแบบปูพรมทุกสังกัด 7-15 วัน หากแพทย์ยืนยันว่าเสพสารเสพติดกระทรวงจะดำเนินการต่อในทุกกรณี ยืนยันว่าไม่ปล่อยปละละเลยเรื่องนี้ ขณะที่การให้ไปศึกษาไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาใน กทม.ชั้นในนั้น เราพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องการสร้างภาระ ทำให้เสียเวลา ต้องเปลี่ยนขบวนรถ จะนำมาหาทางออกเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงให้มากสุด ส่วนมาตรการระยะกลาง ระยะ 1-2 ปี จะมีการเชื่อมต่ออาณัติสัญญาณกับ รฟท. กทม. และตำรวจจราจร นำระบบเทคโนโลยีมาใช้ ส่วนมาตรการระยะยาว อาจทำเป็นการขนส่งระบบรางในอุดมคติ คือรถไฟวิ่งรางลอยฟ้าทั้งหมด ส่วนถนนด้านล่างให้เฉพาะรถยนต์วิ่งเท่านั้น
ขณะที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย เดินหน้าดำเนินมาตรการตรวจหาสารเสพติดเชิงรุกในพนักงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ผลการตรวจเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2569 ตรวจพนักงานจำนวน 157 ราย ไม่พบผู้มีผลตรวจสารเสพติด ขณะที่วันที่ 20 พ.ค.2569 ตรวจจำนวน 141 ราย พบผู้มีผลตรวจสารเสพติดจำนวน 2 ราย การรถไฟฯ ได้สั่งให้บุคคลดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทันที พร้อมส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันโดยแพทย์ และดำเนินการตามขั้นตอนขององค์กร ทั้งการสอบข้อเท็จจริง การสอบสวนทางวินัย และการเข้าสู่ระบบคัดกรองและบำบัดรักษาตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า การรถไฟฯ จะดำเนินมาตรการตรวจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถทั่วประเทศ และจะไม่มีการละเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน การรถไฟฯ ต้องกลับมาทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในหลายส่วน โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในองค์กร เตรียมยกระดับแนวทาง “องค์กรปลอดยาเสพติด” ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถ เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น
ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการฯ ได้รับข้อมูลจาก รฟท. และนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อไล่เรียงเหตุการณ์ว่าในแต่ละช่วงเวลามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด 4 มุม มาแสดงพร้อมกันในเวลาเดียวกัน เพื่อให้เห็นเหตุการณ์ครบทุกด้าน ทั้งฝั่งรถเมล์ จุดทางรถไฟ และมุมการจราจรโดยรอบ พบลำดับเหตุการณ์สำคัญ เวลา 15.33.22 น. รถโดยสารประจำทางสาย 206 เคลื่อนผ่านเครื่องกั้นทางรถไฟด้านแรก เวลา 15.33.27 น. รถเมล์หยุดค้างบนรางรถไฟ เวลา 15.33.31 น. ระบบสัญญาณและเครื่องกั้นเริ่มทำงาน โดยเจ้าหน้าที่กั้นถนนพยายามกดปุ่มให้ไม้กั้นลง แต่ไม่สามารถปิดได้ เนื่องจากมีรถกีดขวาง ต่อมาเจ้าหน้าที่ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเตือน และโบกธงแดงเพื่อส่งสัญญาณหยุดขบวนรถไฟ
นายจิระพงศ์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ยังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในวันดังกล่าว ส่วนประเด็นว่าใครกระทำผิดหรือใครบกพร่องในหน้าที่นั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการทางคดีมากกว่า โดยคณะกรรมการฯ จะมุ่งเน้นไปที่การถอดบทเรียนและเสนอแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก แม้ตามคำสั่งจะกำหนดกรอบเวลาไว้ 30 วัน หรือในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ แต่จะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อสรุปข้อเท็จจริงเสนอนายพิพัฒน์ รมว.คมนาคม
ด้าน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ในขณะเกิดเหตุยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมอย่างแน่นอน สำหรับการดำเนินคดีขณะนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม ได้แก่ คนขับรถโดยสาร พนักงานกั้นถนน และคนขับรถไฟ โดยจะพิจารณาความผิดตามพฤติการณ์เป็นรายกรณี รวมถึงตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ปรากฏในภาพว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายจราจรหรือจอดคร่อมรางหรือไม่ บางคันยังไม่สามารถอ่านป้ายทะเบียนได้ชัดเจน จึงอยู่ระหว่างการแกะภาพและสืบสวนเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าไม่ใช่รถทุกคันที่ปรากฏในภาพจะถือว่ามีความผิด ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ว่าเข้ามาในพื้นที่ก่อนหรือหลังอย่างไร
พ.ต.อ.กัมพลกล่าวต่อว่า ในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 09.30 น.นี้ จะมีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากทุกฝ่าย เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาการประสานงานระหว่างหน่วยปฏิบัติยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางใหม่ให้ทุกหน่วยงานทำงานไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงการเข้มงวดจุดตัดรถไฟกับเส้นทางการจราจรว่า ได้สั่งการไปเองว่าจุดที่เป็นจุดตัดระหว่างทางเดินรถกับทางรถไฟขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสร้างวินัยจราจร และเคารพกฎเครื่องหมายจราจรกับผู้ใช้รถ หากมีการฝ่าฝืนต้องบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นจะเป็นการซักซ้อมหรือทบทวน หรือมีมาตรการเบื้องต้นอย่างไร ก็ไม่เห็นว่าจะมีรถคร่อมทางรถไฟอีก ซึ่งในวันที่ 26 พ.ค. จะเรียกผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลทั้งหมดที่มีพื้นที่เกี่ยวข้องกับรถไฟ เพื่อที่จะให้ข้อคิดเห็นและข้อแนะนำด้วยตัวเอง รวมไปถึงจะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทั่วประเทศ เพื่อให้รับรู้ใน 2-3 ประเด็นที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชน.ดิ้นยื่นแก้รธน.เอง ภท.ย้ำรัฐสภาเลือกสสร.
"ภท." เดือด "ปชน." ตราหน้าร่าง รธน.ฉบับน้ำเงิน ถือว่าแฟร์ใช้กลไกสภาแบ่งโควตาเลือก
คอนเฟิร์มงบฯ1.8หมื่นล. จ่อลงทะเบียนคนจนใหม่
"คลัง" คอนเฟิร์มดึง 1.88 หมื่นล้านจาก พ.ร.ก.กู้เงินสู้วิกฤตพลังงานโปะบัตรคนจนไม่ขัดวัตถุประสงค์ รัฐจ่อเปิดลงทะเบียนรอบใหม่คาดผู้รับสิทธิลดลง
‘หนู’ขึงขังสั่งปราบอันธพาล
"อนุทิน" เปิดเวิร์กช็อป 4 หน่วยงาน "มท.-ตร.-ยธ.-มั่นคง" สั่งลุยแก้ปัญหา ปชช. พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล
เซาะ‘องคมนตรี’ เท้งลั่นหากเป็นนายกฯเลี่ยงประชุมด้วย/อนุทินปัดก้าวก่าย
ตะลึง! "เท้ง" เตือนนายกฯ ไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ
สาเหตุเกิดจากน้ำขัง! "ประธานโสภณ" นำทีมตรวจรัฐสภา แจงภาพน้ำขัง-ขยะลอย เป็นขั้นตอนการทำความสะอาด หลังฝนตกหนัก
วันที่ 21 พ.ค.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร
ภท.ปัด‘เนวิน’จุ้นแก้รธน. ได้ประกัน‘สส.โตโต้’ไปต่อ
พูดแล้วทำ! "อนุทิน" จริงจังไม่จิงโจ้ นํา สส.ภูมิใจไทยชิงยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นพรรคแรก

