กรมรางแจ้งความเอาผิดพวกคร่อมเลนแล้ว เผยเป็นการใช้กฎหมายใหม่ลงดาบ ลั่นไม่ใช่การฟ้องแก้เกี้ยว “บิ๊กต่าย” สั่งด่วนให้ตำรวจทั่วประเทศสแกนจุดตัดรถไฟสุ่มเสี่ยง “บิ๊กเจี๊ยบ” ชี้ กทม.มี 19 จุดอันตราย เตรียมส่งจราจรลงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องจากเหตุการณ์รถไฟชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 206 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า สอบปากคำคนเจ็บไปแล้ว 14 ราย จากทั้งหมด 32 ราย ยืนยันในวันเกิดเหตุ รฟท.ไม่ได้มีการวิทยุสื่อสารหรือโทรศัพท์ประสานให้ตำรวจไปช่วยเคลียร์รถติดคร่อมรางแต่อย่างใด
ถามถึงพนักงานขับรถไฟคันเกิดเหตุที่ตรวจพบสารเสพติด 2 ชนิดทั้งยาบ้าและกัญชาในร่างกาย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ยอมรับว่ามีช่องโหว่ทางกฎหมาย เนื่องจากรถไฟอยู่ใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ไม่ใช่ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งกฎหมายไม่ครอบคลุมข้อหาขับเสพรถไฟ ตำรวจจึงทำได้เพียงเล็งแจ้งข้อหาเสพยาบ้าธรรมดา ส่วนกัญชาพ้นสภาพยาเสพติดแล้ว แต่ตามกฎหมายหากไม่พบของกลางในตัวพลขบวน จะถูกตีสถานะเป็นเพียงผู้ป่วยเสพยา ซึ่งตำรวจกำลังพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้หลุดคดี
ขณะเดียวกัน นายรักสิทธิ์ ไวตี ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน หลังรับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เพื่อเอาผิดกับผู้ขับขี่รถที่คร่อมรางรถไฟในวันที่ 16 พ.ค. เวลา 15.33 น. จนถึงช่วงเวลาเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ตามความผิด พ.ร.บ.ขนส่งทางราง 2568 และความผิดอาญาอื่นๆ
“จำนวนความผิดหรือข้อหาที่เข้าข่ายตามกฎหมาย ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนในขณะนี้ เนื่องจากต้องพิจารณาเป็นรายกรณีคล้ายกฎหมายจราจรทางบก โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างละเอียด" นายรักสิทธิ์ระบุ
ถามถึงสาเหตุของการแจ้งความ ว่าเกี่ยวข้องกับการที่มีสิ่งกีดขวางทำให้รถไฟไม่สามารถเดินรถได้หรือไม่ นายรักสิทธิ์กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ เนื่องจากกฎหมายกำหนดความผิดไว้ในกรณีก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบขนส่งทางราง หรือกีดขวางการเดินรถ ซึ่งกฎหมายการขนส่งทางรางถือเป็นกฎหมายเฉพาะที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกรณีแรกที่มีการนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ดำเนินคดีหลังมีผลบังคับใช้ ส่วนเกณฑ์การพิจารณาความผิดกับรถโดยสารประจำทางนั้น ก็ต้องดูองค์ประกอบตามกฎหมายอาญา ได้แก่ การกระทำความเสียหายและผู้กระทำผิด หากไม่เกิดความเสียหายอาจเข้าข่ายเพียงความพยายามกระทำผิด ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายต่อไป รวมถึงอาจมีผลต่อการพิจารณาความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยด้วย
เมื่อถามว่า การแจ้งความครั้งนี้มองเป็นการแก้เกี้ยวได้หรือไม่ นายรักสิทธิ์ยืนยันว่า การเข้าแจ้งความไม่ได้มีเจตนาดำเนินคดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนและระบบขนส่งทางรางโดยรวม เพราะความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ
ถามถึงสาเหตุหลักของอุบัติเหตุครั้งนี้ นายรักสิทธิ์ย้ำว่า การจอดคร่อมรางเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย โดยยังต้องพิจารณาความเป็นไปได้ของความประมาทร่วมจากหลายฝ่าย เช่น พนักงานขับรถ, พนักงานรถไฟ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องตรวจสอบเชิงลึกเป็นรายจุดและรายเวลา ซึ่งกรมฯ ไม่มีอำนาจชี้ขาดว่าใครถูกหรือผิด แต่มีหน้าที่กำกับดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการดำเนินการและการปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางเดินรถกับทางรถไฟทั่วประเทศ โดยมอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.กำกับดูแล กำชับให้ทุกพื้นที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางมาตรการจัดการจราจร ป้ายเตือน สัญญาณไฟ ไม้กั้น และใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติ
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ รฟท.เพื่อกำหนดแนวทางผ่าทางตันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างยั่งยืน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
พล.ต.ท.สยามกล่าวภายหลังประชุมว่า จากการกางตารางสำรวจกายภาพพบว่า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีจุดตัดทางรถไฟรวมทั้งสิ้น 71 จุด ในจำนวนนี้มีจุดเสี่ยงอันตรายขั้นวิกฤตอยู่ 19 จุด ซึ่ง รฟท.และ บช.น.ได้สั่งการให้จัดระดับความเสี่ยงแยกเป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียว เพื่อประเมินความปลอดภัย โดยมาตรการระยะสั้น ตำรวจจะลงพื้นที่ปูพรมตีเส้นจราจร ติดป้ายเตือน และตั้งกล้องวงจรปิด รวมถึงส่งตำรวจจราจรลงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ส่วนระยะกลางและยาวจะนำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติมาบริหารจัดการเดินรถ ร่วมกับการกางตารางเวลาเดินรถล่วงหน้าเพื่อสับหลีกการจราจรไม่ให้รถติดคร่อมราง
ด้านนายอุดม เหมาเพชร วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงปมแผงกั้นว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในยังจำเป็นต้องใช้ระบบไฟฟ้าที่มีเจ้าหน้าที่คุม เพราะหากใช้ระบบอัตโนมัติขณะรถติดขัดอาจเกิดอันตรายเพิ่มขึ้น ยอมรับเครื่องกั้นหลายจุดยังกั้นได้เพียงฝั่งละ 1 ด้าน (ไม่เต็มพื้นที่ 4 ด้าน) ซึ่งอยู่ระหว่างแผนปรับปรุงระยะยาว ส่วนเหตุเครื่องกั้นพญาไทชำรุดเมื่อเช้ามืด พบว่าเกิดจากประชาชนขับรถชนเสียหาย ไม่ใช่ระบบพัง
นายอุดมยังได้กล่าวขอโทษครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตต่อกรณีที่มีกระแสต่อว่า รฟท.ละเลยไม่เหลียวแล โดยยืนยันว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และรักษาการผู้ว่าฯ รฟท.ได้ประสานเยียวยาแล้ว พร้อมยอมรับความจริงว่า ที่ผ่านมา รฟท.มีมาตรการตรวจเพียงแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่หลังเกิดเหตุได้สั่งสแกนยาบ้าและพบพนักงานปัสสาวะเป็นสีม่วงเพิ่มอีก 2 ราย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อนุทิน’สั่ง‘เอกนิติ’ ต่ออายุ‘ไทยพลัส’
“อนุทิน” สั่ง “เอกนิติ” ขยาย “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อ 1 หรือ 2 เดือน ตามงบที่เหลือ พ่อค้า-แม่ค้าเชียร์ลั่น อยากให้ขยายไปถึงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เผยถ้าโครงการจบตลาดเงียบแน่นอน
สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน
รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย
14ก.ย.คุมเข้มกกต. เตรียมตร.1กองร้อยอารักขาแถลงเย็นไม่ระบุมติ-ชื่อ
“อนุทิน” มั่นใจ ปชช.ยังเชื่อมั่นรัฐบาลนี้บริหารประเทศ ย้อน “สนธิ” ทำเพื่อความสะใจ ผลที่ได้ประชาชนเดือดร้อน กับ “เนวิน” มองตาก็รู้ใจ ขณะที่ กกต.คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน จ่อแถลงผลช่วงเย็น คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด “ไอติม” ลั่นหากไม่ส่งฟ้องศาล 229 คน ไม่จบแน่
‘ชวน’แฉหนี้บุญคุณทำพัง
“ชวน” เตือนองค์กรอิสระ จะให้ประวัติซ้ำรอยหรือ ชี้หนี้บุญคุณที่นักการเมืองทำไว้ ทำให้องค์กรเหล่านี้ลังเลใจ ลำบากใจ เพราะครั้นจะไม่ปฏิบัติตามก็ถูกกดดัน แฉการเมืองส่งคนตัวเองเข้าแทรกแซงหมด
ชำนาญกู้ทุ่นระเบิด! อนุทินโวสถานะรบ.ปึ้ก/แห่บี้14ก.ย.กกต.ต้องฟ้องศาลหมด
นายกฯ ปีติ "เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" พระราชทานแจกันดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี พร้อมนิมนต์เกจิดังเมืองตรังเจิมกระหม่อม-ลงยันต์บนโต๊ะทำงาน ปิดทองนรสิงห์
สีหศักดิ์การันตี มาเลย์หนุนไทย แก้ปัญหาไฟใต้
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดไทม์ไลน์เหตุยิงปะทะผู้ก่อเหตุรุนแรงเทือกเขาตะเวดับ 2 ราย พบหมายจับรวม 9 หมาย ยึด M16-AK-104 พร้อมระเบิด 2 ลูก "สีหศักดิ์" ย้ำแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ทั้งความมั่นคงและการพัฒนา เผยมาเลเซียให้ความร่วมมือเต็มที่

