
“ไทยช่วยไทยพลัส” ปิดลงทะเบียนวันสุดท้าย 5 วันทำยอดกว่า 26 ล้านราย ชวนร้านค้าร่วมโครงการ มีแอป “นกกระซิบ” ยกระดับความรู้ธุรกิจ มาอีก! ลดภาระค่าครองชีพ ดัน MRT 4 สายเข้าร่วมโครงการด้วย รัฐช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย.-30 ก.ย.69 ผ่านแอป “เป๋าตัง”
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ณ เวลา 22.05 น. ภายหลังปิดระบบลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” มีประชาชนลงทะเบียน 26.04 ล้านราย สะท้อนการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของรัฐบาล ขณะที่ร้านค้าทั่วประเทศตอบรับเข้าร่วมโครงการอย่างคึกคัก เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง
น.ส.รัชดากล่าวว่า ขณะที่ร้านค้าใหม่ยังสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และเริ่มรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส และผ่านการอนุมัติแล้ว สามารถกดรับข้อตกลงและเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที
น.ส.รัชดากล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเปิดใช้งาน AI “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเพิ่มทักษะการค้าขายยุคดิจิทัล (Upskill) ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต๊อกสินค้า และประเมินสุขภาพทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ถือเป็น “พลัส” ที่รัฐบาลเพิ่มเข้ามา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดภาระค่าครองชีพและรักษากำลังซื้อของประชาชน โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ได้แก่ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้ประชาชน และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างสะดวก ปลอดภัย และประหยัด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิตามโครงการสามารถใช้สิทธิชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 โดยรัฐบาลร่วมจ่ายค่าโดยสารในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนชำระเอง 40% วงเงินสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการลดปัญหาการจราจรและมลพิษในเมือง โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิซื้อตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ผ่านแอป “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานีของรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพและสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสร้างความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนทุกกลุ่ม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทุ่มบัตรทอง ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ
30 บาทเฮ! รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช.ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย “ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ” บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ระบุใช้งบประมาณประหยัดจากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิ
‘เลือกผู้ว่าฯ’ คึกคัก! แข่งนโยบายสุดจัด
หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คึกคัก! “อนุชา" ควง "อภิสิทธิ์" ลุยตลาดตรอกหม้อ ชูสตรีทฟู้ดเป็นระเบียบ-ฟันต่างด้าวแย่งอาชีพ เล็งรื้อฟื้นเส้นทางเรือ EV แก้รถติด-ลดฝุ่น PM 2.5 หวังเจาะฐานสวิงโหวต 20%
แฉแชตไลน์ปลอม จับโป๊ะช่วยนํ้าเงินด้วยรายชื่อผู้สมัครสส.ไม่ตรงกับกกต.
จับโป๊ะ! แชตไลน์ "ช่วยน้ำเงินด้วย" ปจ.ภูเก็ตกล่าวหา “อธิบดีกรมการปกครอง” หนังคนละม้วน เทียบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ไม่ตรงประกาศจริงของ กกต. “โสภณ” บอกไม่รู้ ย้ำแยกบทบาทชัด หลังนั่งประธานสภาฯ กล่าวติดตลก ภูมิใจไทยไม่ใช่ตำบลกระสุนตก เป็นแค่หมู่บ้าน ย้อนสื่อฯ ใครเป็นรัฐบาลยุคไหนก็โดน จ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ 7-8 ก.ค.นี้ ชี้หาก กมธ.ถกไม่ล่าช้า ขั้นตอนทุกอย่างจะเร็วตาม
'พร้อมพงศ์' ชี้คนแห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ฟ้องชัดปัญหาปากท้องยังหนัก
“พร้อมพงศ์” ชี้ยอดลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” กว่า 26 ล้านสิทธิ สะท้อนประชาชนกำลังเผชิญปัญหาปากท้องและค่าครองชีพสูง แนะรัฐบาลเร่งยกระดับการแก้
ไทยช่วยไทยพลัส ยังแรงไม่หยุด 'สุขุม' ชี้ รัฐบาลใช้เปิดเกมกู้คะแนนนิยม ย้ำแบรนด์ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ
รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงความคิดเห็นถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของรัฐบาล ซึ่งออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน ผ่านทั้งการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการ 60:40 ที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิแล้วในขณะนี้ ว่า ถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนชัดว่า รัฐบาลกำลังพยายามใช้มาตรการเศรษฐกิจเข้ามาฟื้นความเชื่อมั่นและสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองกลับคืนมา

