สีหศักดิ์ซัดเขมร เล่นเล่ห์โชว์โลก ไทยมีแผนรับมือ

นายกฯ ขอ ปชช.ใช้ชีวิตตามปกติ  ไม่ต้องกังวลเหตุยั่วยุชายแดนไทย-เขมร ขณะที่ "สีหศักดิ์” ฟาดเต็มหน้าเล่ห์เขมร หัวชนฝาใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ชี้ปิดประตูทุกบานใส่ไทย ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เลือก  ซัดเมื่อไหร่จะเลิกเล่นเกม ดึงความชอบธรรมในเวทีระหว่างประเทศ ยันฝ่ายไทยเตรียมพร้อมรับมือ จ่อถกที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายชาวฝรั่งเศส ขณะที่กองทัพขีดเส้นรั้วชายแดนโป่งน้ำร้อนเสร็จ มิ.ย.

เมื่อวันพุธ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุยั่วยุกันเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ยังควบคุมได้ไม่มีอะไรต้องกังวลใช่หรือไม่ว่า  ประชาชนยังสามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ ทั้งฝ่ายความมั่นคงและกองทัพยืนยันว่าจะดูแลแนวเขตของประเทศไทยอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องของการเจรจาอะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงการต่างประเทศ

 “เราไม่มีความเดือดร้อนอะไร เรายังไม่มีการเจรจาเรื่องเขตแดน จากการที่เราได้มีการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ไป ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลได้ไตร่ตรอง  หารือ และประเมินสถานการณ์แล้ว การตัดสินใจของรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานที่จะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง มีประโยชน์ และไม่ก่อความเดือดร้อนใดๆ ให้กับคนในประเทศของเรา ต้องขอชมเชยพี่น้องทหารที่ใช้ความอดทนอย่างเต็มที่ต่อการยั่วยุ เราไม่เคยเป็นฝ่ายยั่วยุ” นายกฯ ระบุ

ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรามีกฎการปะทะอยู่แล้วไม่ต้องห่วง ตนเชื่อว่าในพื้นที่แก้ปัญหาได้

วันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เพิ่งเดินทางถึงกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุม OECD Ministerial Council Meeting 2026 (MCM) หรือการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ยื่นหนังสือถึงไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS แล้วว่า  ข้อเท็จจริงก็คือการประนอมภาคบังคับมันใช้เวลา อย่างกรณีประเทศติมอร์-เลสเต กับประเทศออสเตรเลีย ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ดังนั้นเท่ากับว่าอีก 2 ปี เราจะไม่สามารถกำหนดเขตแดนทางทะเล หรือพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างกันได้ แต่ทำไมเราถึงไม่ลองให้มีการเจรจากันเสียก่อน ถ้าเราลอง เราอาจจะบรรลุข้อตกลงได้เร็วกว่านี้ก็ได้

นายสีหศักดิ์ระบุว่า ดังนั้นเจตนาของฝ่ายกัมพูชาจึงเป็นที่สงสัย ที่คงต้องการกำหนดเงื่อนไขของเขา และการสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายกัมพูชา แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ มันไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหา ในเมื่อตัดสินใจไปในเส้นทางนี้ ฝ่ายกัมพูชาก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขาด้วย เพราะขณะที่เขาจะไม่เปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกันเลย ในเรื่องเขตแดนทางทะเล แต่อยากให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ อยากให้มีการพูดคุยเรื่องความมั่นคงชายแดน รวมไปถึงเรื่องเขตแดนทางบกอะไรต่างๆ

ซึ่งถ้าเราจริงใจต่อกัน เราก็ควรพร้อมที่จะริเริ่มการพูดคุยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ฝ่ายกัมพูชาเริ่มอย่างนี้ก่อน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบต่อการพูดคุยในแง่ของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ การพูดคุยเรื่องความมั่นคงชายแดน และการเริ่มต้นที่จะพูดคุยเรื่องเขตแดนเป็นต้น สิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาตัดสินใจทำสวนทางกับสิ่งที่กัมพูชาพยายามเรียกร้องกับไทย จึงไม่เข้าใจว่าเจตนาของกัมพูชาที่จะไปสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ เป็นการแก้ไขปัญหาจริงๆ หรือเปล่า เขาปิดประตูที่จะพูดคุยเรื่องอื่น เรื่องความจริงใจ ความพยายามที่จะร่วมมือกัน มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาพูดเลย

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ฝ่ายไทยพร้อมอยู่แล้ว เพราะเราคาดการณ์อยู่แล้วว่าจะต้องมาในเส้นทางนี้ และเราได้เตรียมการมาสักพักหนึ่งแล้วว่าถ้าเขามาทางนี้ เราจะดำเนินการอย่างไร ใครจะเป็นผู้ประนีประนอมฝั่งไทย ใครเป็นผู้มีคุณสมบัติความเชี่ยวชาญ และในวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.69) นอกจากจะมาร่วมการประชุม OECD แล้ว ตนยังจะได้ไปคุยกับที่ปรึกษากฎหมายชาวฝรั่งเศสของไทยว่า เราจะต้องเตรียมการอย่างไร และแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ซึ่งท่าทีของเราคือ เมื่อนายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศเจอกันในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ว่าจะจริงใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยการพูดคุย และจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งตอนนั้นนายกรัฐมนตรีของไทยก็ได้พูดคุยเรื่อง MOU 2544 กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้วว่าเจตนาของเราคืออะไร ไม่ใช่อยู่ดีๆ  ยกเลิก แต่เรายกเลิกเพื่อให้เริ่มการเจรจาใหม่ และให้โอกาสกับการพูดคุยระหว่างกัน เพื่อให้มีความคืบหน้า

 “ขณะนี้ถือว่าเขาปิดประตูแล้วหลายอย่าง ทั้งสำหรับการพูดคุยในเรื่องเขตแดนทางทะเล การไปสู่กลไกประนอมภาคบังคับ ฝ่ายไทยก็พร้อม เราไม่ได้หวั่นไหวอะไร แต่เขาก็ปิดประตูสำหรับการพูดคุยในเรื่องอื่นๆ ที่เขาประสงค์ให้มีความคืบหน้า รู้สึกว่ามันเป็นการตัดสินใจของเขา เขาต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น" นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์ระบุว่า ช่วงที่ตนเดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้หารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ก็ได้บอกว่าทำไมเราไม่ลองให้มีการพูดคุยกันเสียก่อน ถ้าไม่ได้จริงค่อยไปใช้กลไกอื่นๆ และเมื่อมีการพูดคุย เราก็สามารถพูดคุยในเรื่องอื่นได้ เช่นเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ ที่กัมพูชาให้ความสำคัญด้วย แต่เส้นทางนี้คือการปิดประตู ซึ่งเมื่อพูดถึงสันติวิธี การพูดคุยคือสันติวิธีที่ดีที่สุด แต่เมื่อเขามาทางนี้ก็เท่ากับว่าเขาปิดประตูที่จะพูดคุยเรื่องอื่น เรื่องความจริงใจ ความพยายามที่จะร่วมมือกัน มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาพูดเลย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สิ่งนี้หมายถึงกัมพูชาปิดประตูเรื่องการเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาอยากให้มีการพูดคุย เพราะเรามีความขัดแย้งและมีการปะทะกัน ซึ่งเกิดความสูญเสีย สิ่งเหล่านี้การแก้ไขปัญหาและปัญหาต่างๆ มันไม่ใช่เรื่องปักปันเขตแดนแน่นอน แต่เป็นเรื่องความมั่นคงชายแดน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และนี่เป็นท่าทีของไทย ซึ่งเรามองด้วยความเป็นจริง และเราก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาเล่นเกมอะไรกับกัมพูชา

"แต่เข้าใจว่าฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่มองเรื่องนี้เป็นเกม ที่จะต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ หรือทำเพื่อกระแสภายในประเทศเราก็ไม่รู้ โดยท่าทีของไทยคือ เราแสดงความคาดหวังที่จะมองไปในอนาคต ซึ่งการเดินไปข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้ความพยายาม และต้องสร้างบรรยากาศที่ดี ตรงนี้ที่เขาเดินเขาต้องตระหนักว่ามันมีผลกระทบทางด้านอื่นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย เพราะไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะใช้เดินหน้าการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา" นายสีหศักดิ์ระบุ

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ความจริงแล้ว เขาควรจะบอกเราโดยตรงก็ได้ แล้วมาพูดคุยกันว่า ภายใต้กลไกแต่ละคนจะทำอะไรกันบ้าง แต่เขากลับออกมาประกาศต่อชาวโลก ต่อคณะทูต สร้างความได้เปรียบอะไรต่างๆ ให้เห็นว่าเขาเป็นฝ่ายที่มีความชอบธรรม เป็นฝ่ายรุกก่อน เกมแบบนี้เป็นเกมของฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งส่วนหนึ่งก็พูดว่าอยากจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ อีกส่วนหนึ่งก็พยายามดำเนินการในเวทีระหว่างประเทศแบบไม่จบเสียที

"ต้องถามว่า เมื่อไหร่เราจะจบสิ่งเหล่านี้ เมื่อไหร่เราจะเลิกเล่นเกมเสียที แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนไทยเองก็เข้าใจว่ายังคงไม่เกิดขึ้นได้ในทันที ถ้าเขามีความตั้งใจ มันก็ต้องไม่ใช่ด้วยวิธีการอย่างที่เขาทำอยู่ในเวลานี้ ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าสันติวิธีดีที่สุดแล้ว ตนก็สงสัยในเจตนาของฝ่ายกัมพูชา

 “ถ้าเขาไปทางนี้เราก็เต็มที่ ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล และการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศว่าเราพร้อม" นายสีหศักดิ์ระบุ

ด้าน พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณี "เพจเฟซบุ๊ก ดึกดำบรรพ์" โพสต์ภาพแนวกำแพงรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างกำแพง ระบุว่า ไม่ได้เป็นการสร้างประตูเข้า-ออกแต่อย่างใด แต่เป็นความยาวของกำแพงที่ไม่มาบรรจบกัน โดยกำแพงจะถูกออกแบบมาให้มีความยาวประมาณ 3 เมตร แต่ในภาพที่ปรากฏการณ์ พบว่าพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวมีความยาวเกิน 3 เมตร จึงทำให้เกิดช่องว่าง ดังนั้นจำเป็นต้องทำอีก 1 แผ่น เพื่อมาปิดช่องว่างซึ่งจุดที่เป็นประเด็น อยู่ระหว่างหมุดหลักเขตที่ 52 และหมุดหลักเขตที่ 53

 “ทั้งนี้ ระยะทางการสร้างรั้วในพื้นที่ดังกล่าว มีความยาวอยู่ที่กว่า 1.3 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 40 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เพราะปัจจุบันเหลือแค่นำแผ่นปูนและโครงเหล็กมาประกอบเข้าด้วยกัน เสมือนการสร้างรั้วบ้าน มันไม่เท่ากันตลอด ซึ่งจะมีบางจุดที่เป็นรอยต่อ เราจึงต้องเติมในจุดนั้นให้เต็ม” พล.ต.วิทัยระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯอนุทิน ตอกพวกไลฟ์สดป่วนชายแดน เป็นภัยสังคม ต้องส่งไปรพ.ศรีธัญญา

นายกฯ ขอ ปชช.ไม่ต้องกังวล เหตุยั่วยุชายแดนไทย-เขมร เย้ย "กังฟู" แฉบ่อนเอี่ยวนักการเมือง บอกเรื่องมั่นคงของจริงไม่มีใครไลฟ์บอกน่าส่งไปศรีธัญญา

‘เนวิน’ไม่ติดใจเสรีบุกบ้าน

“อนุทิน” แจงปม "เขากระโดง" รฟท.ฟ้องเป็นรายแปลง ถ้าศาลมีคำวินิจฉัยทุกคนต้องทำตาม กม .“ไชยชนก” เผยคุย “เนวิน” แล้ว "เสรีพิศุทธ์" โผล่ถึงหน้าบ้านส่วนตัวไม่ติดใจ