ทักษิณรอปลดEM ยธ.ให้คกก.ออกใบบริสุทธิ์/ชัชชาติท้าใบเสร็จอากง

“นายกฯ อนุทิน” ยินดี “ทักษิณ” พ้นโทษ “รมว.ยธ.” ยันมีชื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษจริง เผยขั้นตอน “แม้ว” พ้นโทษ-ถอดกำไล EM  ต้องรอ คกก. 3 ฝ่ายพิจารณาภายใน 120 วัน  พร้อมรอใบบริสุทธิ์ก่อนนัดหมายพบ จนท.คุมประพฤติอีกครั้ง “พินทองทา” น้ำตาคลอ บอกครอบครัวชินวัตรปลาบปลื้ม “ประเสริฐ” ยินดีผู้นำจิตวิญญาณ พท.พ้นโทษ เชื่อไม่เข้ามาก้าวก่ายงานพรรค รับหากมีโอกาสจะขอคำแนะนำ “ชัชชาติ” ท้า “คริส” เปิดหลักฐานส่วยแต่งตั้ง ผอ.เขต   ลั่นพูดแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ตั้งข้อสงสัยทำไมต้องแฉในช่วงนี้ แจง “ระบบอากง” แค่คําที่แต่งขึ้นมา  “พรรคเศรษฐกิจ” นัดแถลงเปิดโปงระบอบอากง 6 มิ.ย. “ปชป.” เล็งปราศรัยใหญ่หาเสียง

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเกณฑ์พ้นโทษตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 ว่า รับทราบจากข่าวแล้ว ก็ขอแสดงความยินดีกับท่าน ซึ่งวันนี้เป็นวันมงคล เราไม่พูดเรื่องอื่น

ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า นายทักษิณเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569

ถามว่า ที่มีข้อสงสัยนายทักษิณยังเหลือโทษอีก 1 เดือน 10 วัน ขณะที่บางส่วนบอกพ้นโทษแล้ว ข้อสรุปเป็นอย่างไร รมว.ยุติธรรมยืนยันว่า ตามกฎหมายให้พ้นโทษเลย เพราะเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ตามมาตรา 8 เมื่อซักว่าสามารถปลดกำไล EM ได้เลยใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ปลดได้เลย

“หลังจากนี้จะยังมีขั้นตอนของคณะกรรมการอีกชั้นหนึ่งในการพิจารณา โดยจะมีคณะกรรมการแยกส่วนกันไปแต่ละจังหวัด ส่วนรายละเอียดจะประชุมผมยังไม่ทราบว่าแต่ละจังหวัดมีรายละเอียดอย่างไร หรือประชุมเมื่อใด แต่ยืนยันว่ามีรายชื่อของนายทักษิณแน่นอน” รมว.ยุติธรรมกล่าว

มีรายงานว่า กรณีนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 8 แห่งตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 เนื่องจากมีโทษเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ใช้บังคับ จึงทำให้จากเดิมที่นายทักษิณยังอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ 4 เดือน นับแต่วันที่ 11  พ.ค.69 และจะพ้นโทษบริบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69 ซึ่งนายทักษิณจะต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานครเดือนละครั้ง ก็ถือว่าสิ้นสุดระยะเวลาการคุมประพฤติทันที และไม่ต้องรอให้ถึงวันพ้นโทษ 9 ก.ย.69

อย่างไรก็ตาม ในกรณีเรื่องการปลดกำไล EM ภายหลังพ้นโทษนั้น นายทักษิณยังจำเป็นต้องรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ซึ่งระบุไว้ว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน รวม 3 คน เป็นคณะกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.นี้ใช้บังคับ เพื่อความสะดวกแก่ศาลแห่งท้องที่นั้นพิจารณาออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับแล้วแต่กรณี

ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.นี้ใช้บังคับ เพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคำสั่งปล่อยหรือลดโทษแล้วแต่กรณี เมื่อได้มีหมายหรือคำสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับแล้ว ให้คณะกรรมการทำบัญชีผู้ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเก็บไว้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถานหนึ่งฉบับ ส่งศาลหนึ่งฉบับ ส่งกระทรวงยุติธรรมหนึ่งฉบับ และทูลเกล้าฯ ถวายอีกหนึ่งฉบับ

พท.เชื่อ 'แม้ว' ไม่มายุ่งพรรค

“กรณีนายทักษิณต้องได้รับเอกสารใบบริสุทธิ์ หรือใบสุทธิให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งใบบริสุทธิ์ถือเป็นเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังใช้ในการปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรที่มีผลต่อการเดินทางไปต่างประเทศอีกด้วย เมื่อเสร็จสิ้นทั้งกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 และได้รับใบบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว นายทักษิณจึงจะได้รับการนัดหมายประสานงานเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อรับการปลดกำไล EM คืนสู่อิสรภาพ” แหล่งข่าวระบุ

ด้าน น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ ซึ่งมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.2569 ที่ท้องสนามหลวง พร้อมนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ คู่สมรส และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เรื่องนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วยความตื้นตันและมีน้ำตาคลอว่า รู้สึกดีใจกับคุณพ่อ ดีใจกับครอบครัวของเราและครอบครัวอื่นๆ ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งภายในครอบครัวก็มีการพูดคุยกันว่าดีใจ

ถามว่า หลังจากนี้จะมีการนัดกันภายในครอบครัวเพื่อไปพักผ่อนที่ไหนหรือไม่ นายณัฐพงศ์ สามี น.ส.พินทองทาตอบแทนว่า ยังไม่มีกำหนดการอะไรเลย แต่ก็ถือว่าวันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อถามว่าจะไปทำบุญอะไรหรือไม่ น.ส.พินทองทา กล่าวว่า ในครอบครัวก็มีการทำบุญกันเรื่อยๆ อยู่แล้ว และหลังจากนี้คงจะไปไหนมาไหนกันสะดวกมากขึ้น แต่ยังไม่ได้วางแผนเรื่องการเดินสายทำบุญ ก็คงทำในสิ่งดีๆ แต่ตอนนี้รู้สึกตื้นตัน พูดไม่ออก

เมื่อถามว่า ทางทนายได้มีการแจ้งขั้นตอนหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ น.ส.พินทองทากล่าวว่า คาดว่าจะต้องรอเรื่องอย่างเป็นทางการก่อน

 “ภายในครอบครัวได้มีการพูดคุยกัน รวมถึงกับ น.ส.แพทองธารด้วย ครอบครัวเราก็ดีใจ เพราะผ่านมาช่วงหนึ่งแล้ว ช่วงนี้ก็นิ่งๆ แต่ก็รู้สึกดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกปลาบปลื้มกับสิ่งที่ได้รับอิสระ คุณพ่อก็สบายขึ้น แค่นี้ก็เป็นที่สุดของลูกๆ กับครอบครัวแล้ว” น.ส.พินทองทากล่าว

ถามว่า การใช้ชีวิตประจำวันช่วงนี้นายทักษิณอยู่กับหลานๆ ใช่หรือไม่ น.ส.พินทองทากล่าวว่า คุณพ่ออยู่บ้าน ช่วงนี้เงียบสงบดี แต่หลานเข้าไปหาหนาแน่น บอกได้เลยว่าหนาแน่น 7 คน

ส่วนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย​ (พท.) กล่าวว่า สมาชิกและแกนนำพรรคทุกคนมีความรู้สึกยินดีที่นายทักษิณได้รับพระมหากรุณาธิคุณพ้นโทษในครั้งนี้ ส่วนตัวยังไม่ได้โทรศัพท์พูดคุยแสดงความยินดีแต่อย่างใด

ถามว่า หลังนายทักษิณ​พ้นโทษแล้วมีโอกาสจะให้คำปรึกษากับพรรค พท.หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า นายทักษิณมีความผูกพันกับพรรค พท.อยู่แล้ว เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค เพราะฉะนั้นโอกาสที่สมาชิกจะพบกับนายทักษิณก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นเรื่องปกติ

ซักว่านายทักษิณจะมาให้คำแนะนำกับพรรคหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ตนมองว่านายทักษิณคงไม่​มายุ่งตรงนี้ เพราะพรรคมีโครงสร้างของพรรค มีกรรมการบริหารพรรคที่ขับเคลื่อนอยู่แล้ว เมื่อถามว่าในฐานะเลขาฯ พรรคมีโอกาสที่จะขอคำแนะนำหรือปรึกษากับนายทักษิณบ้างหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า นายทักษิณมีประสบการณ์และมีความรู้ และเคยเป็นอดีตผู้นำประเทศ เป็นบุคคลสำคัญ การได้รับคำแนะนำจากนายทักษิณ ตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาหากมีโอกาสตนก็ยินดีที่จะไปปรึกษานายทักษิณในบางเรื่อง

ถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.แพทองธารในฐานะหัวหน้าครอบครัว​เพื่อ​ไทยบ้างหรือไม่ หลังนายทักษิณได้รับการอภัยโทษ เลขาฯ พรรค พท.กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดในเรื่องนี้

ชัชชาติท้าเปิดระบบอากง

วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ย้อนถามผู้สื่อข่าวกรณีเขากระโดง ที่นายกรัฐมนตรีระบุการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะต้องเดินหน้าฟ้องรายแปลงนั้นทาง รฟท.รายงานเรื่องแล้วหรือยังว่า   รายงานเรื่องอะไร เรื่องนี้ต้องร้องไปตามปกติ และต้องรอคำพิพากษาจากศาล ส่วนขั้นตอนฟ้องศาลไปถึงขั้นไหนแล้วตนไม่ทราบ

ด้านความเคลื่อนไหวการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ และอดีตผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจเตรียมแถลงข่าวถึงความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต และการทุจริตคอร์รัปชันผ่านระบบอากงว่า ทีมของพรรคเศรษฐกิจเคยคุ้นกัน เพราะเคยเป็น สก.มาก่อน เพราะคุยกันมาตลอด

ถามกรณีการซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต นายชัชชาติกล่าวว่า “เอาเลย แจ้งมาเลย แต่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองนะ ถ้าหากมีหลักฐานผมไม่น่าจะรอดมาถึงปัจจุบันนี้ เพราะเรื่องความโปร่งใส การทุจริต เป็นเรื่องที่คนจ้องเล่นงานอยู่แล้ว ถ้ามีข้อมูล ไม่ต้องมาพูดในตอนนี้ ควรจะพูดในสมัยที่ผมดำรงตำแหน่งอยู่ ซึ่งชัดเจนอยู่แล้วว่าการซื้อขายตำแหน่งเราไม่ทำ เพราะเป็นจุดหายนะ ถ้าท่านมีประสบการณ์มาหรือรู้ข้อมูลมาจากไหน เอาข้อมูลมาเลย ซึ่งถ้าหากข้อมูลชัดเจนก็ให้แจ้ง ป.ป.ช.เลย อย่ามาพูดอย่างเดียว”

ซักว่าพรรคเศรษฐกิจฝากคำถามมาว่าซื้อกับใคร นายชัชชาติกล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ ถ้าหากท่านรู้ ท่านชี้แจงมา แต่ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงการเลือกตั้ง การให้ข้อมูลแล้วเกิดความเข้าใจผิดกับผู้สมัครมันมีผลความผิดทางอาญา ซึ่งใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตนเอง

“ตอนนี้ให้ฝ่ายกฎหมายคอยดูอยู่แล้ว ซึ่งผมก็เจอนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ก่อนเลือกตั้ง ผมก็เจอบ่อยแต่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผมมาก่อนเลย รวมไปถึงอดีต สก. ผมก็เจอกันแต่ไม่เคยพูด ทำไมต้องมาพูดในช่วงนี้ คิดว่าน่าจะมีจุดประสงค์แอบแฝงหรือเปล่า แต่ไม่ได้กลัว ถ้ามีข้อมูลอะไรหรือใครแอบอ้างชื่อผมก็บอกมาเลย ขอให้มีความชัดเจน ขอให้พูดและรับผิดชอบคำพูดของตนเองด้วย ไม่มีปัญหา เรายืนอยู่ตรงนี้ต้องรับการตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ได้กลัวอะไร” นายชัชชาติกล่าว

อดีตผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันว่า หากนายคริสมีความมั่นใจก็แถลงข่าวไป ถ้ามีข้อมูลและหลักฐานก็สามารถแจ้งความจับคนทำผิดได้เลย เพราะเรื่องนี้เราได้พูดตั้งแต่ต้น

 “ระบบอากงไม่มี มันเป็นคําที่แต่งขึ้นมา เป็นแนวทางปฏิบัติของทีมงาน ผมก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนอากงก็คือ นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ก็เจอสมาชิกของพรรคการเมืองตลอด ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอใกล้ที่จะเลือกตั้งมีปัญหาขึ้นมา ซึ่งผมก็ยินดีรับการตรวจสอบ การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นการเอาคนที่เก่งมีความสามารถ มีผลงานสะท้อนออกมา ก็เป็นผลงานของทีมงานที่แต่งตั้งมา ยินดีและยอมรับการตรวจสอบจากทุกคน ไม่มีปัญหา” อดีตผู้ว่าฯ กทม.ระบุ

ส่วนนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีแต่งตั้ง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 เป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม.ว่า เราได้ทำงานร่วมกับ ศ.ดร.สุรพลมานานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ด้วยจังหวะการเคลียร์ภาระงาน  ก่อนหน้านี้ยังไม่ค่อยสะดวกเปิดตัว แต่ก็ต้องเรียนว่าสาเหตุที่เชิญมาเพราะเป็นผู้มีความรู้  ประสบการณ์และความสามารถ ในการจัดการองคาพยพขนาดใหญ่ของ กทม.

ถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากผู้สนับสนุนพรรคว่าเป็นการลดอุดมการณ์ของพรรค เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เราไม่ได้มองเรื่องคะแนนเสียงหรืออะไร อย่างที่บอกมองความสามารถของบุคคลและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ทั้งการบริหารกรุงเทพมหานคร และการใช้กฎหมายมหาชน ซึ่ง ศ.ดร.สุรพลเป็นอาจารย์ที่ได้รับการยอมรับในวงการด้านกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายมหาชน เป็นการมองความสามารถล้วนๆ ไม่ได้มองเรื่องอื่นเรื่องใด

พอถามว่าได้มีการเคลียร์กันถึงจุดยืนเรื่องการรัฐประหารแล้วใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ศ.ดร.สุรพลได้ชี้แจงไปแล้ว หากมีคนต่อต้านหรือกระแสตีกลับก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องสื่อสาร เรื่องแบบนี้เป็นการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนมากกว่า

ปชป.เล็งปราศรัยใหญ่ชิงผู้ว่าฯ

ที่ซอยพหลโยธิน ซอย 1 เขตพญาไท นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. และคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชน โดยนายอนุชาได้เดินทักทายพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง

นายอนุชากล่าวว่า ในพื้นที่เขตพญาไทปัญหาแรกคือทางเท้า ซอยค่อนข้างที่จะแคบ เรื่องของมอเตอร์ไซค์รถยนต์สัญจรปกติอยู่แล้ว ส่วนคนเดินฟุตปาธยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เมื่อถามชาวบ้านบอกว่าใช้เวลาเป็นปีก็ยังไม่เสร็จ เราต้องเข้ามาเพื่อให้ทุกท่านมีความมั่นใจหากเรามีโอกาสได้ทำงาน ถ้าเป็นพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้น เราจะนำเรื่องไปพูดคุยในสภา กทม. และพูดคุยกับผู้ว่าฯ กทม.โดยตรง ทำให้การแก้ไขปัญหารวดเร็วขึ้น

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผลตอบรับดีขึ้นโดยลำดับ แม้ตอนแรกอาจจะไม่มาก แต่ตอนนี้หลังจากลงพื้นที่ทำให้การรับรู้และการตอบรับดีขึ้น แต่เราต้องทำกันอย่างหนัก เบื้องต้นวันที่ 17 มิ.ย. หรือ 18 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ เราจะมีการปราศรัย เพื่อนำเสนอนโยบายต่างๆ ให้ครบถ้วนและเก็บเกี่ยวประเด็นของการลงพื้นที่ เพื่อถ่ายทอดให้ประชาชนรับทราบ เรายืนยันว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ เพราะ 5 เรื่องหลักที่นายอนุชานำเสนอเป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนต้องการ แต่การแก้ไขสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยคนที่มีทักษะการบริหารความสามารถในการบริหารงาน และมีประสบการณ์ทางการเมืองด้วย

หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า มีนโยบายหนึ่งที่เราต้องการผลักดัน คือการใช้พื้นที่เพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ กทม.ต้องทราบอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถนำมาวางแผนและนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์สูงสุด ในอดีตภาษีที่ดินยังไม่เก็บภาษีเต็มที่ เจ้าของที่ดินใช้ประโยชน์ทำการเกษตรเพื่อไม่ให้เสียภาษีอัตราที่สูงแต่ ในมุมมองของเราพื้นที่เหล่านั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์สาธารณะได้และ กทม.สามารถจูงใจในเรื่องของการลดภาษีได้ ซึ่งสามารถนำมาเป็นพื้นที่ของศิลปะและเกี่ยวข้องกับสวนสาธารณะ

ถามถึงกรณีพรรค ปชน.เปิดตัว ศ.ดร.สุรพล จะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ตนไม่กังวลอะไร การทำงานการเมืองอยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจ

ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ  กทม. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจ เตรียมแถลงเปิดโปงระบอบอากง เบื้องหลังการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม และการจัดซื้อจัดจ้างในยุคนายชัชชาติวันที่ 4 มิ.ย.ว่า คิดว่าถ้ามีหลักฐานการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างก็ร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช.ได้เลย ตนเห็นด้วยกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอยู่แล้ว แต่ในข่าวนี้ตนสะดุดอยู่คำหนึ่ง นั่นก็คือระบบอากง เอาว่าขออนุญาตอธิบายคำคำนี้ในมุมที่รับทราบมาดีกว่า ตนเข้าใจว่าคำว่าระบบอากง น่าจะหมายถึงทีมงานอาวุโสท่านหนึ่งของ อ.ชัชชาติ ที่มีหน้าที่ต้องคอยไปเจรจากับ สก.กลุ่มหนึ่งในเรื่องงบประมาณอยู่เสมอ เรียกว่าเจรจากันจนเหนื่อยก็ว่าได้

“เท่าที่ผมรู้ ใน กทม.มี สก.กลุ่มหนึ่งที่คอยแพ็กกันเป็นทีม เวลาที่ผู้ว่าฯ จะเอางบประมาณหรือเอาข้อบัญญัติใดๆ มาผ่านสภา กทม. สก.กลุ่มนี้ก็จะยกทีมมาขอต่อรองผลประโยชน์กับผู้ว่าฯ อยู่ร่ำไป ที่ผ่านมาก็จะมีทีมงานอาวุโสท่านนี้นี่ละที่คอยรับหน้าเสื่อ รับแรงกดดันแทนผู้ว่าฯ ต้องมาเสียเวลาต่อรองนั่นโน่นนี่ แถมยังต้องเจอกับคำข่มขู่ประมาณว่าถ้าผู้ว่าฯ ไม่ยอมให้พ่อค้าหรือผู้รับเหมาของ สก.กลุ่มนี้ได้งานจากงบ กทม. สก.กลุ่มนี้ก็จะไม่ยกมือให้หรือไม่ก็จะรุมกันตัดงบโครงการต่างๆ ที่ผู้ว่าฯ เสนอเข้ามายังสภา กทม.” นายวิโรจน์กล่าว

มีรายงานจากพรรคเศรษฐกิจแจ้งว่า พรรคจะแถลงข่าวเปิดหลักฐานปฏิบัติการ ทุบ! ระบอบอากง วันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคาร M Group ถนนวิภาวดี ข้างโรงพยาบาลทหารผ่านศึก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯอนุทิน ตอกพวกไลฟ์สดป่วนชายแดน เป็นภัยสังคม ต้องส่งไปรพ.ศรีธัญญา

นายกฯ ขอ ปชช.ไม่ต้องกังวล เหตุยั่วยุชายแดนไทย-เขมร เย้ย "กังฟู" แฉบ่อนเอี่ยวนักการเมือง บอกเรื่องมั่นคงของจริงไม่มีใครไลฟ์บอกน่าส่งไปศรีธัญญา

‘เนวิน’ไม่ติดใจเสรีบุกบ้าน

“อนุทิน” แจงปม "เขากระโดง" รฟท.ฟ้องเป็นรายแปลง ถ้าศาลมีคำวินิจฉัยทุกคนต้องทำตาม กม .“ไชยชนก” เผยคุย “เนวิน” แล้ว "เสรีพิศุทธ์" โผล่ถึงหน้าบ้านส่วนตัวไม่ติดใจ