ไทยสู้เกมเขมร เสนอ2ตัวแทน เปิดภาพมัดคอ

ไทยสู้เกม "ประนอมภาคบังคับ" "สีหศักดิ์" หารือทีมที่ปรึกษา กม.ของไทยที่ฝรั่งเศส วางกรอบทำงานเชิงรุก เชื่อแนวโน้มดี เตรียมเสนอชื่อฝ่ายไทย 2 คน พร้อมรุดแจงข้อเท็จจริงฝั่งไทยให้ “ที่ปรึกษา ปธน.มาครง” ทราบ ขออย่าฟังความข้างเดียว เขมรปฏิเสธวางทุ่นระเบิดดักรถถังเนิน 745 “ทภ.2” เปิดภาพมัดคอ

 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ได้พบหารือกับคณะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของไทย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรี OECD ในระดับรัฐมนตรี โดยการหารือในครั้งนี้เพื่อกำหนดท่าทีเชิงรุกของไทยในการแก้ปัญหาต่อประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในไหล่ทวีประหว่างไทย-กัมพูชา  ตลอดจนแนวทางการดำเนินการภายใต้กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ซึ่งได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว

และเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 ก่อนการเดินทางไปกรุงปารีส รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ได้เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน โดยมีหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมบูรณาการและวางแนวทางปฏิบัติงานร่วมกัน

นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตไทยในกรุงปารีสว่า ในโอกาสที่มาประชุม OECD ครั้งนี้ยังทำให้ได้เริ่มกระบวนการเตรียมตัวของไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ โดยตนได้หารือกับคณะผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศของเราซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสและชาวอังกฤษ โดยทุกท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับในเวทีกฎหมายระหว่างประเทศ และเคยให้คำปรึกษารวมถึงเคยว่าความในคดีสำคัญในเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศ ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) มาแล้ว เพราะฉะนั้นก็มีความมั่นใจในข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญของเรา

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แม้เราไม่ได้เลือกทางนี้ แต่การตัดสินใจของฝ่ายกัมพูชา เราก็มีความพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของเรา และเราไม่ได้ดำเนินการในเชิงรับแน่นอน  แต่จะดำเนินการในเชิงรุก ครั้งนี้มาคุยกันว่ากรอบเวลาจะเป็นอย่างไร ใครบ้างจะเป็นผู้ประนอมฝั่งไทย เพราะแต่ละฝ่ายจะเสนอผู้ประนอมประเทศละ 2 คน และจะมีผู้ที่เป็นประธานซึ่งเป็นกลาง และเราได้หารือกันเรื่องของตารางเวลา ว่าการดำเนินการภายใต้การประนอมภาคบังคับต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด ทราบว่าในกรณีที่ผ่านมาก็ใช้เวลา 1 ปีเป็นอย่างน้อย และอาจจะยาวนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี และเราคุยกันด้วยว่ากรอบที่เราจะเสนอการทำงานของ “คณะประนอม” จะเป็นอย่างไร เราก็ต้องเสนอกรอบในเชิงรุกด้วย ฝ่ายกัมพูชาก็คงเสนอกรอบของเขาว่าคืออะไร แต่เราก็จะเสนอกรอบของเราที่คิดว่าสอดคล้องกับผลประโยชน์ของเรามากที่สุด ซึ่งเราได้คุยกันในเกือบทุกมิติ

 “ถึงแม้เราไม่ได้เลือกทางนี้ แต่เราไม่ต้องกลัว และไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับการไปในเส้นทางนี้ เผลอๆ มันอาจจะดีกว่าการเข้าสู่การเจรจาก็ได้ ถ้าเราว่าไปตามหลักกฎหมาย เพราะหลายอย่างที่กัมพูชาอ้างในช่วงที่ผ่านมา มันไม่ได้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และแนวโน้มต่างๆ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกับประเทศไทย ก็ขอให้มั่นใจตรงนี้” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า วันที่ 5 มิ.ย. 69 เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทยในตอนเช้า ก็จะไปรายงานให้ท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบ และให้ท่านมีบัญชาในสิ่งที่เสนอ  เพราะนอกจากคณะประนอมต่างประเทศแล้ว ต้องมีตัวแทนฝ่ายไทยในกระบวนการประนอม ซึ่งก็คือหัวหน้าคณะของฝ่ายไทยด้วย โดยในส่วนของกัมพูชาก็คือ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศกัมพูชา  ซึ่งต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ว่าจะให้ผู้ใดเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยที่จะรับผิดชอบ ขณะที่ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็จะมีการบรรยายสรุปต่อคณะทูตต่างประเทศในไทย เพราะที่ผ่านมากัมพูชาเสนอข่าวของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเป็นแนวทางที่เข้าข้างฝ่ายกัมพูชา ประเทศไทยก็ต้องเสนอข้อเท็จจริงว่าอะไรที่ทำให้เราต้องเข้าสู่กระบวนการนี้

เมื่อถามว่า รายชื่อคณะประนอม 2 คนที่ฝ่ายไทยจะต้องเป็นผู้นำเสนอมีใครบ้าง นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรามีชื่ออยู่แล้ว ที่จริงเราคิดมาล่วงหน้าพอสมควรแล้ว บางครั้งเราก็ต้องคิดเผื่อไว้ เพราะบางท่านอาจติดภารกิจ และเราได้ทาบทามคนที่เราเห็นว่าเหมาะสมแล้วด้วยเช่นกัน จริงๆ แล้วเราได้เตรียมการมาสักพักแล้ว เพราะรู้ว่าเขาต้องมาทางนี้ โดยเราต้องเลือกคณะประนอมที่ดี ที่ดูแล้วมีความเชี่ยวชาญ ไม่มีความลำเอียง ไม่อย่างนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อการพิจารณา ตนขอไม่พูดถึงตัวบุคคล แต่ขอพูดในหลักการ แต่เราดูความเชี่ยวชาและเคยผ่านเวทีเช่นนี้มาแล้ว ที่สำคัญคือมีความเป็นกลาง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญที่เลือกมาทุกคนเรามีความมั่นใจ

นายสีหศักดิ์ยังได้กล่าวถึงการพบปะกับที่ปรึกษาประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส สำหรับภูมิภาคอเมริกา  เอเชีย และโอเชียเนีย ณ ทำเนียบประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศสว่า เขาอยากจะทราบสถานะความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เราได้ยืนยันไปว่า ไม่ว่าฝ่ายกัมพูชาจะพูดอะไร จะกล่าวหาประเทศไทยอย่างไร สิ่งที่เราชัดเจนคือ เรามุ่งที่จะเดินหน้าในความสัมพันธ์ ปัญหาทั้งหลาย มันไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย ส่วนเรื่องเขตแดนทางทะเล ก็พูดให้เข้าใจว่าเจตนาของเราคืออะไร โดยย้ำว่าเราอยากพูดอะไรในสิ่งที่มองไปข้างหน้า ล่าสุดในเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ก็อยากจะพูดในเรื่องของสหประชาชาติ เรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศ เรื่องไทย-กัมพูชาไม่ใช่ประเด็น แต่เขาก็บังคับให้เราต้องพูด  เพราะฝ่ายกัมพูชาก็ไปใช้เวทีนี้อีก ซึ่งเขาก็เข้าใจดีและได้รับทราบในแง่มุมของเรา ไม่ใช่ฟังจากกัมพูชาอย่างเดียว  คิดว่าเป็นการเยือนที่เป็นประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่หน่วยทหารปฏิบัติการในพื้นที่ช่องบกตรวจพบ และสามารถถ่ายภาพการวางทุ่นระเบิดดักรถถังชนิดแสวงเครื่องของทหารกัมพูชา ที่วางกำลังบริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเนิน 745 และอยู่ด้านหน้าแนวการวางกำลังของฝ่ายไทยไว้ได้ และฝ่ายไทยได้ทำหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชา ปรากฏว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีหนังสือตอบกลับต่อการประท้วงดังกล่าว มีเนื้อหาปฏิเสธว่า เมื่อได้พิจารณาข้อมูลที่ฝ่ายไทยส่งมาอย่างรอบคอบแล้ว จากข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือเพียงเท่าที่ได้รับยังไม่สามารถตรวจสอบหรือยืนยันได้ถึงแหล่งที่มา  ประเภท วัน เวลาที่นำไปวาง หรือความเป็นเจ้าของของวัตถุดังกล่าว ว่าเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายังยืนยันว่ากองทัพกัมพูชาไม่เคยมีส่วนร่วม หรือให้การสนับสนุนกิจกรรมใดๆ ที่มุ่งสร้างความตึงเครียดคุกคามอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย  โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อพันธกรณีของกัมพูชาในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ การส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางสันติ

อย่างไรก็ตาม แม้หนังสือตอบกลับของกัมพูชาจะปฏิเสธความรับผิดชอบทุกประการ และอ้างว่าไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุระเบิดได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยมีอยู่กลับสวนทางกับคำชี้แจงดังกล่าวอย่าง เนื่องจากฝ่ายไทยสามารถบันทึกภาพขณะทหารกัมพูชานำวัตถุระเบิดเข้าไปวางในจุดดังกล่าวได้อย่างชัดเจน โดยจากเครื่องแต่งกายสามารถระบุได้ว่าเป็น กำลังพลของกองพล น้อยทหารราบที่ 21 ภูมิภาคทหารที่ 2 กองทัพแห่งชาติกัมพูชา และภาพหลักฐานที่ปรากฏจึงกลายเป็นคำถามสำคัญต่อคำปฏิเสธของกัมพูชา ว่าเหตุใดจึงยังยืนยันว่าไม่ทราบที่มาและไม่สามารถระบุผู้รับผิดชอบได้ ทั้งที่ภาพเหตุการณ์ได้บันทึกพฤติการณ์การนำระเบิดแสวงเครื่องเข้าพื้นที่ไว้ชัดเจนอยู่แล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สีหศักดิ์’ ถกทีมกฎหมายที่ปารีส วางเกมรุกปมไหล่ทวีปทับซ้อนไทย-กัมพูชา

รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ หารือคณะที่ปรึกษากฎหมายของไทย ณ กรุงปารีส กำหนดท่าทีเชิงรุกต่อประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในไหล่ทวีประหว่างไทย-กัมพูชา พร้อมเตรียมแนวทางดำเนินการภายใต้กระบวนการ