"สภาฯ" ไฟเขียวตั้ง "กมธ.ติดตามใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน" ตีกรอบให้พิจารณาแล้วเสร็จใน 90 วัน หลังฝ่ายค้านรุมซัดรัฐบาลเลี่ยงการตรวจสอบ "เท้ง" หวั่นเงินกู้ก้อน 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานถูกล็อกสเปก หวังเงินทอนให้ระบอบน้ำเงิน "กรณ์-มาร์ค" อัดชอบเล่นลิ้นทั้งที่ ศก.ไม่วิกฤตจริง "ไหม" ชี้ รบ.ถังแตกลักไก่ตีเช็คเปล่า "ศาลรธน." สั่งยื่นพร้อมหลักฐานแจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านภายใน 7 วัน "เอกนิติ” บอกตัดสิทธิ์บัตรคนจนพ่อแม่หากลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี ย้ำต้องการได้คนจนจริง กำชับคลังประสาน มท.คัดกรองให้ชัด "ยศชนัน" เล็งชง ครม.เพิ่มเบี้ยคนพิการอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็น 1 พันบาท
ที่รัฐสภา วันที่ 4 มิ.ย. 2569 เวลา 13.00 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของนายปรเมษฐ์ จินา สส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม (กธ.) โดยมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ ทั้งของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ รวมทั้งของนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
นายปรเมษฐ์เสนอญัตติว่า เพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาลและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน โดยในส่วนของอีก 2 แสนล้านบาทหลังนั้น ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงาน ที่ไม่ได้มีการกำหนดแผนงานที่ชัดเจน เช่น จะมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กี่โครงการ นำไปใช้กับครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้กี่ครัวเรือน จังหวัดใดบ้างกี่จังหวัด ใช้พลังงานน้ำอย่างไรบ้าง หรือพลังงานลมเช่นกัน หรือแม้กระทั่งสถานประกอบการ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เขาเข้าโครงการ และนำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินทุนหมุนเวียนแทนที่จะให้แบบเปล่า แต่ให้เป็นการกู้ที่้ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล ซึ่งในส่วนนี้ตนอยากเห็นความชัดเจนจากรัฐบาล
"เมื่อลองไปดูงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพลังงานจากไฮโดรเจน พบว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญ เพราะเมื่อไฮโดรเจนมีการระเหยก็จะได้น้ำ ฉะนั้นจึงอยากให้เจียดเงินจากในส่วนของ 2 แสนล้านบาทหลังไปสนับสนุนในส่วนนี้ โดยแบ่งเป็นอีกส่วนเพื่อทำงานวิจัยหรือคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผลิตพลังงานจากไฮโดรเจน อยากให้รัฐบาลมองให้รอบด้านเพื่อให้รัฐบาลมีความปลอดภัยในการใช้งบประมาณ รวมทั้งตอนนี้ผมมีความกังวลว่าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีและรัฐบาล อาจจะเตรียมความพร้อมไปเปิดบริษัทแผงโซลาร์เซลล์ การทำหลอดไฟฟ้า จึงอยากให้ทำไปตามกลไกตลาด ไม่อยากให้ไปฉีกกลไกตลาด ทำให้คนที่หากินโดยสุจริตเสียภาษีแบบตรงไปตรงมาไม่ต้องมาเพลี่ยงพล้ำกับนายทุน" สส.พรรค กธ.ระบุ
จากนั้นนายณัฐพงษ์อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่นเงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยาวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ทั้งที่หลักการของการออก พ.ร.ก.กู้เงินต้องใช้เท่าที่จำเป็น แต่รัฐบาลไม่ทราบจริงๆ หรือว่าเงินที่ใช้ในกองทุนดังกล่าวแต่ละปีใช้จำนวนเท่าใด ที่ผ่านมาตั้งขาดทุกปีโดยใช้เงินคงคลังไปจ่ายก่อน แล้วตั้งงบประมาณปีถัดไปเพื่อใช้เงินคงคลัง ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ พ.ศ. 2570 ออกไปเป็นเดือน ก.ค. รัฐบาลมีเวลาจัดสรรงบปี 70 ให้เพียงพอต่อกองทุนดังกล่าวแต่ไม่ทำ แต่เลือกใช้วิธีลักไก่เอาเงินกู้วงเงิน 1.8 หมื่นล้านไปใช้ดำเนินการ
รุมซัดรัฐบาลเล่นลิ้นกู้เงิน "เงินกู้ก้อนที่สองเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาทถือเป็นข้ออ้าง เพราะหากต้องการยกระดับ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดจริง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว เพราะมีภาคเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังใช้ช่องทางพิเศษ เลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ เพราะรัฐบาลหาทำ โดยอาศัยวิกฤตขัดแย้ง เสกเงิน ทำเอง หวังล็อกสเปก เหมือนกับบางโครงการของรัฐบาล เอไอ ไทยแลนด์ พาสปอร์ต ที่พบการล็อกสเปกให้บริษัทที่อยู่ในเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคการเมืองในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่" นายณัฐพงษ์กล่าว
ด้านนายกรณ์อภิปรายเสนอญัตติว่า วันนี้ประเทศไทยประสบปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่ ตนขอฟันธงว่าไม่มี เศรษฐกิจอาจจะไม่สู้ดี แต่ไม่มีปัญหาทางความมั่นคง ซึ่งวิธีการประเมินว่าเศรษฐกิจมั่นคงจริงหรือไม่ โดยปกติหลักๆ จะดูในเรื่องของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศคือจีดีพี แต่หลายฝ่ายพูดว่าลำพังเพียงแค่นั้นอาจจะไม่พอ ซึ่งต้องดูทุนสำรองระหว่างประเทศ การจัดเก็บรายได้ภาษีโดยรัฐบาล ถ้ารัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ก็ถือว่าหน้าที่จะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจยังมีความมั่นคงอยู่
นายกรณ์กล่าวว่า จากรายงานการจัดเก็บภาษีช่วง 7 เดือนแรกซึ่งรวม 2 เดือนที่มีวิกฤติสงคราม พบว่าเก็บภาษีเกินเป้า 3.1 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเงินคงคลังโดยรวมสิ้นเดือน เม.ย.เกือบ 3 แสนล้าน เพิ่ม 14% เทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งไม่ใช่สภาพการคลังที่ขาดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่ระดับหนี้สาธารณะอยู่ในวินัยกรอบการคลัง ขณะนี้ตัวเลขจีดีพี สภาพัฒน์ประกาศตัวเลขเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจไทยโต 2.8% เกินกว่าที่ทุกหน่วยงานคาดการณ์ไว้ ดังนั้นอัตราการเติบโตแม้จะไม่โตตามที่คาดหวังแต่ห่างไกลจากคำว่าวิกฤต หากดูเรื่องทุนสำรอง เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่าเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 10 ล้านล้านบาท สูงสุดระดับต้นในโลก และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประเทศไทยมีมา
"หากวัดตัวเลขและภาวะในประเทศแล้วไม่ใช่อยู่ในภาวะวิกฤต หรือเป็นปัญหาความมั่นคงที่เป็นวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน หากรัฐบาลบอกว่าห่วงค่าครองชีพของประชาชนก็มีทางอื่นที่ดีกว่านี้ ทั้งลดราคาน้ำมัน ลดภาษีสรรพสามิต เพื่อให้ค่าครองชีพถูกลงได้ ฝ่ายรัฐบาลอาจบอกว่าฝ่ายค้านมองไม่เป็นวิกฤต แต่รัฐบาลมองว่าเป็นวิกฤตค่าครองชีพ ถือเป็นการเล่นลิ้น การเมืองพอเล่นได้ แต่การคลังไม่ใช่ของเล่น หากมีทัศนคติออก พ.ร.ก.แบบนี้ หากกังวลและห่วงค่าครองชีพประชาชนมีวิธีอื่น โดยเฉพาะลดราคาน้ำมันลง ต้นทุนพลังงานลด ไฟฟ้าลดลง ไม่ต้องกู้ เพราะการกู้ทำให้เพิ่มหนี้สินประเทศและความมั่นคงถูกทำลาย” นายกรณ์ระบุ
อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายยืนยัน พ.ร.ก.ไม่อยู่ในระบบตรวจสอบ เพราะสภาฯ ตรวจสอบและสามารถเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ เหตุผลของการออก พ.ร.ก.มีความชัดเจน
ไฟเขียวตั้ง กมธ.สอบใช้เงินกู้
"ผมสนับสนุนการติดตามการใช้เงิน หากใช้เงินไม่คุ้มค่าต้องตรวจสอบ หากทุจริตไม่มีใครหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบได้ ทั้งนี้การกู้เงินไม่ใช่การตีเช็คเปล่า สภาฯ ต้องช่วยกันตรวจสอบเข้มข้น พรรคฟากรัฐบาลสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.”นายศุภชัยกล่าว
ส่วนนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาฯ ตั้ง กมธ.ของนายกรณ์ โดยนายชัยชนะระบุว่า "ก่อนจะอภิปรายในวันนี้ กระผมขอยืนไว้อาลัยซัก 30 วินาทีให้กับรัฐบาล ผู้ที่จะสร้างหนี้สินให้กับประเทศชาติในอนาคต” จากนั้นก็ยืนนิ่งสงบเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายดังกล่าวมี สส.ลุกอภิปรายเพื่อสนับสนุนต่อการตั้ง กมธ.ติดตามการใช้เงินกู้เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และกำกับการใช้เงินให้ตรงกับวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์กับประชาชน
เวลา 15.47 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. อภิปรายสนับสนุนการตั้ง กมธ.ฯ โดยขอเสียงเพื่อน สส.พร้อมได้ย้ำเหตุผลว่าทำไมต้องตั้ง กมธ.วิสามัญ เพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ก้อนนี้ เพราะรัฐบาลพยายามข้ามการตรวจสอบของสภาฯ ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือการเลือกใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แทนที่จะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพราะเริ่มชินชาว่าเมื่อไหร่ที่ต้องการจะกู้ก็ออก พ.ร.ก. แต่ความจริงแล้วรัฐบาลทำไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักการเบื้องต้นว่าหากจะกู้ รัฐบาลกู้เองไม่ได้ต้องขอสภาฯ ก่อน
"ปัญหารัฐบาลถังแตก เงินหมดคลัง ไม่มีเงินที่ไหนจะมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แต่พอเห็นอกเห็นใจก็เจอว่ารัฐบาลใช้ช่อง พ.ร.ก.ที่ไม่ต้องใส่รายละเอียดในการลักไก่ขอวงเงินมาก่อน เรียกว่าตีเช็คเปล่า จะใช้เงินอย่างไรเอาไว้หลังสุด จะใช้หนี้อย่างไรก็ยังไม่พูดถึง" น.ส.ศิริกัญญากล่าว
ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวสรุปญัตติของนายกรณ์ โดยย้ำถึงความจำเป็นของการตั้ง กมธ. ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยจะพูดเสมอว่าเงินที่เก็บจากภาษีประชาชน จะใช้จ่ายอะไรจะต้องให้ผู้แทนประชาชนอนุมัติและตรวจสอบ ดังนั้นกระบวนการงบประมาณปกติที่เราจะได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ประมาณปลายเดือนนี้ก็จะทราบว่าสภาฯ จะต้องพิจารณาตั้งแต่เรื่องของหลักการงบประมาณว่ายอดเงินเท่าไหร่ ขาดดุลเท่าไหร่ และต้องไปทำงานกันอีกหลายเดือนในชั้น กมธ.เพื่อตรวจสอบโครงการต่างๆ
"กรณีของการตรา พ.ร.ก.ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้กระทำได้ในบางสถานการณ์ ปัจจุบันมีการโต้แย้งกันอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงกันข้ามกับงบประมาณปกติ ครม.อนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลก็ไปกู้เงินแล้วเอามาใช้ได้ทันที จนถึงทุกวันนี้เงินเริ่มใช้แล้ว แต่สภาฯ ยังไม่มีโอกาสที่จะอนุมัติหรือกลั่นกรองโครงการใดๆ แม้แต่โครงการเดียว" นายอภิสิทธิ์กล่าว
จากนั้นที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 25 คน โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณากรณี สส.จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาฯ ผู้ร้อง ว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง จึงส่งความเห็นดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่งนั้น
ศาลสั่งแจงกู้ 4 แสน ล.ใน 7 วัน
ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้บุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และจัดส่งข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ชี้แจงเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีการตัดสิทธิ์พ่อแม่หากลูกนำไปลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบุพการีว่า กำลังให้กระทรวงการคลังดูอยู่ อย่างที่บอกเราต้องการสำรวจสิทธิเพื่อที่จะช่วยดูแลผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ
"ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปสำรวจ หัวใจสำคัญคือประชาชนที่เดือดร้อนและไม่ได้อยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่ได้มีการทบทวนสิทธิมานาน เพราะฉะนั้นจึงอยากช่วยกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆ ก่อน" นายเอกนิติกล่าว
ส่วน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ว่า ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 3 มิ.ย. เวลา 17.00 น. พบมีประชาชนได้รับสิทธิ์ในโครงการแล้วจำนวน 26,040,623 ราย และมีผู้ใช้จ่ายสำเร็จแล้ว 16,527,898 คน ในส่วนของยอดการใช้จ่ายสะสมภายใต้โครงการ มีมูลค่ารวม 6,214.99 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่ายจำนวน 3,614.79 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนร่วมจ่ายจำนวน 2,600.20 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการกระจายเม็ดเงินสู่ร้านค้าทั่วประเทศ
ขณะที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม.และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายยศชนันแถลงผลประชุมว่า ที่ประชุม กพช.เห็นชอบปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยคนพิการ จาก 800 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป โดยคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับประโยชน์ตรงส่วนนี้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการได้รับเบี้ยยังชีพ นอกจากนี้ยังเห็นชอบโครงการจัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการ โดยจะอนุมัติเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประจำปี 2569 วงเงิน 141 ล้านบาท ดำเนินการกว่า 17,000 รายการ ที่คนพิการต้องการให้ช่วยเหลือกายอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป
"ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการเรื่องการรับรองผู้ช่วยคนพิการ โดยปรับหลักเกณฑ์ให้เครือญาติพี่น้องสามารถเข้ามาช่วยดูแลคนพิการได้ หากผ่านการอบรมทักษะและได้รับการรับรอง จะมีค่าตอบแทน 60 บาทต่อชั่วโมง ไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน และ 30 วันต่อเดือน รวมเป็นเงิน 10,800 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องออกจากงานมาดูแลคนพิการที่บ้านให้มีรายได้ รวมถึงเห็นชอบการขยายวงเงินกู้เพื่อประกอบอาชีพของคนพิการ จาก 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท เพื่อรองรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน" นายยศชนันกล่าว
รองนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้จะนำรายงานเรื่องการจ้างงานคนพิการเข้าสู่ที่ประชุม ครม.รับทราบ เพื่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐในการจ้างงานผู้พิการของหน่วยงานภาครัฐให้ได้ตามเกณฑ์ที่ตั้งเป้าไว้ โดยเรื่องนี้ทางภาคเอกชนที่ดำเนินการไปแล้วสามารถทำได้ดี รวมทั้งที่ประชุม กพช.รับทราบร่าง พ.ร.บ.การออกแบบที่เป็นสากล Universal Design โดยจะตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและยกร่าง โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องหลายคน ภาคีคนพิการ เข้ามาร่วมพิจารณาทั้งในเชิงกายภาพและในเชิงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และมุมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีจุดมุ่งหมาย นอกจากช่วยเหลือคนพิการแล้วยังตอบรับสังคมผู้สูงอายุ จะทำให้การท่องเที่ยวที่มีผู้สูงอายุจากหลายชาติเข้ามา ทำได้ง่ายขึ้น เป็นการปรับปรุงให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทักษิณรอหมายปล่อยตัว พท.-ภท.สยบร้าวแก้รธน.
ปลดกำไล EM "ทักษิณ" อยู่ในชั้น คกก.เรือนจำธนบุรี รอแค่หมายศาลปล่อยตัว
ไทยสู้เกมเขมร เสนอ2ตัวแทน เปิดภาพมัดคอ
ไทยสู้เกม "ประนอมภาคบังคับ" "สีหศักดิ์" หารือทีมที่ปรึกษา กม.ของไทยที่ฝรั่งเศส วางกรอบทำงานเชิงรุก เชื่อแนวโน้มดี
จ่อเรียก‘ไชยชนก’ชี้แจง พิรุธTH-AIส่อฮั้วประมูล
"โรม" จ่อเชิญ "ไชยชนก" เข้าแจง กมธ.โครงการ TH-AI Passport สงสัยทุจริต-ล็อกสเปก
สภาสหรัฐสกัดทรัมป์
โดดเดี่ยว "ทรัมป์" สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติ 215 ต่อ 208 เสียง
ปลื้ม60:40ผุดพลัสใหม่ ไม่รื้อเกณฑ์บัตรคนจน
ขุนคลังย้ำเสียงเข้ม เกณฑ์คัดกรองผู้ได้สิทธิ์ "บัตรคนจน" ต้องเป็นกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุด
ทั่วหล้าถวายพระพร4รอบ‘พระราชินี’
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ

