
เปิดผลสภารับฟังความเห็นประชาชนหนึ่งเดือน เสียงส่วนใหญ่ค้าน-ไม่เอาร่าง กม.ยกเลิกเกณฑ์ทหารพรรคส้ม เฉือนเดือด 54.86% ต่อ 45.14% คนแห่ดู 152,592 ราย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 มีรายงานจากรัฐสภาถึงกรณีนายเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) กับคณะได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารเพื่อยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติที่ไม่มีภัยสงคราม ซึ่งกลุ่ม สส.พรรค ปชน.ให้เหตุผลในการเสนอกฎหมายดังกล่าวว่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเกณฑ์ทหารที่บังคับชายไทยบางส่วนเข้ารับราชการทหารในห้วงเวลาที่ไม่มีภัยสงคราม นำไปสู่การลิดรอนเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในระดับปัจเจกบุคคล และการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในวัยทำงานออกจากระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศ หากยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเพื่อให้กองทัพประกอบด้วยเพียงบุคคลที่สมัครใจเข้ารับราชการทหาร จะทำให้กองทัพดำเนินภารกิจรักษาความมั่นคงของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากทำควบคู่กับการลดยอดกำลังพลที่ไม่จำเป็น การยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ จะนำไปสู่จำนวนผู้สมัครใจที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
โดยหลัง สส.พรรค ปชน.ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.แล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้นำร่าง พ.ร.บ.ไปเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ทางเว็บไซต์ของสภา ตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 พ.ค.ถึงวันที่ 6 มิ.ย.ซึ่งเป็นวันสุดท้าย และพบว่ามีคนให้ความสนใจกันอย่างมาก โดยตัวเลขหลังผ่านเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 6 มิ.ย.มีคนเข้ามาดูรวม 152,592 ครั้ง และมีผู้แสดงความคิดเห็นร่วม 41,994 คน โดยเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว 45.14% ขณะที่ไม่เห็นด้วยมีมากกว่าคือ 54.86% ซึ่งการจะเข้าไปกดแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต้องกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อให้ระบบตรวจสอบคัดกรองไม่ให้แสดงความคิดเห็นซ้ำได้
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. ... ของพรรคประชาชนเป็นนโยบายตั้งแต่การหาเสียงปี 2566 ในสมัยพรรคก้าวไกลจนมาถึงการหาเสียงครั้งล่าสุดในปี 2569 ที่เป็นพรรค ปชน.ก็ยังคงชูนโยบายดังกล่าว สำหรับสาระสำคัญของร่างดังกล่าว มีอาทิ 1.ปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินโดยอัตโนมัติตั้งแต่ 1 ม.ค.ของปีถัดไป 2.ปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และจะมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปีไม่ได้ 3.กำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปีเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการตามหลักเกณฑ์และระยะเวลา ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี
4.กำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน 5.บัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว 6.ปรับปรุงระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้สอดคล้องกับประเภทที่ 2 สำหรับเงื่อนไขการปลดทหารเป็นประเภทที่ 1 หรือ 2 และระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 2 กำหนดไว้คงเดิม และ 7.เปลี่ยนระวางโทษทั้งหมดเป็นโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ยกเว้นความผิดฐานทำร้ายตนเองเพื่อให้พ้นจากการรับราชการทหาร ไม่มีระวางโทษปรับ
ส่วนประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็น ดังนี้ 1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปีจะถูกบรรจุเป็นทหารกองประจำการ 2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และห้ามมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปี 3.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดกรณีที่ ครม.เห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ
5.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 5.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการบัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว และ 6.ท่านเห็นว่ากฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารมีปัญหาหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้จะแก้ไขปัญหานั้นได้หรือไม่ เพียงใด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สั่งพิพัฒน์ดูแล นํ้าท่วมภาคใต้ ถลางสิ้นสุดภัย
“อนุทิน” มอบรองนายกฯ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ย้ำประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ
ตั้งเป้าขรก.เออร์ลี3หมื่น ก.พ.ปูดได้เงินก้อน18เท่า
“ปกรณ์” ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา
อานนท์อ่วมต่อ! คุกอีก2ปี8เดือน รวมขังยาว38ปี
“อานนท์ นำภา” อ่วมอีก คุก 2 ปี 8 เดือน ศาลอาญาฟัน 112 กรณีไปชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ไทยพาณิชย์
โวมีแผนสำรอง‘พลังงาน’
นายกฯ ลั่นติดตามสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่าน ยันมีแผนสำรองพลังงานสอดคล้องสถานการณ์
หนูเยือนภูฏาน/สมช.ถกด่วน
นายกฯ เยือนภูฏานอย่างเป็นทางการในรอบ 8 ปี พระภูฏานจัดพิธีกรรมสำคัญ “ซุงดึอ” ให้ “อนุทิน” ย้ำให้ตระหนัก
อัด‘จับปลาสองมือ’ อดิศรชี้ทำศึกซักฟอกเสียของ/ศาลไม่ให้ประกัน‘ชัยรัตน์’
“อนุทิน” แจงยิบปม “ซักฟอก-ข้อกล่าวหาหนีสภา” ในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” 31 ต.ค.นี้ “อดิศร” อัด “ปชน.” อ่อนหัดวางเกมยื่นอภิปราย ม.152

