
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษาปีที่ 47 "ในหลวง" โปรดเกล้าฯ จัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา เตรียมเคลื่อนพระศพจาก รพ.จุฬาฯ ไปพระที่นั่งพิมานรัตยา 13 มิ.ย. "ครม." มีมติให้ ขรก.ไว้ทุกข์ 15 วัน "ปชช." ดำเนินชีวิตปกติ ไม่งดกิจกรรมงานรื่นเริง "พสกนิกร" ร่ำไห้สุดอาลัย
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 07.26 น. สำนักพระราชวังออกประกาศเรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ความว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาสำนักพระราชวังออกประกาศเรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่า ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้
1.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึงเวลา 12.00 น. 2.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น.-16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
3.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น.- 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569 และ 4.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน
เวลา 19.04 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ท่ามกลางพสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จจำนวนมาก
เส้นทางขบวนเชิญพระศพฯ
ทั้งนี้ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯ ไป รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยเส้นทางขบวนเชิญพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยวขวาออกถนนพระราม 4 แยกสามย่าน เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท แยกพญาไท เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าประตูวิเศษไชยศรี เข้าพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทาง 10 กิโลเมตร
ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่เชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาตามปกติที่หน้าตึกสันติไมตรีและด้านบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะลดธงลงครึ่งเสาในช่วงสาย ขณะที่บรรดารัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชน พร้อมใจกันสวมชุดสีดำเพื่อถวายความอาลัย
เวลา 08.56 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่เวลา 10.00 น. นายกฯ เดินลงจากตึกไทยฯ ไปตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ หารือมอบหมายภารกิจถวายงานพระราชพิธี
จากนั้นเวลา 10.35 น. นายอนุทิน แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน สำนักพระราชวังได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว นำมาซึ่งความโทมนัสสุดอาลัยต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ไม่มีถ้อยคำใดที่จะสามารถบรรยายความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทยได้อย่างครบถ้วน เพราะความสูญเสียครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงข่าวร้ายที่ประชาชนได้รับรู้ หากเป็นความอาดูรสุดที่จะประมาณที่เกิดขึ้นในดวงใจของผู้คนทั้งชาติ
ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นเจ้าฟ้าราชนารีผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถ และพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ และประชาชน ตลอดพระชนมชีพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงพระองค์เป็นขัตติยนารีผู้ทรงคุณูปการยิ่งแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และกำลังพระทัย ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ พระปรีชาสามารถอันรอบด้าน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย นักการทูต นักสังคมสงเคราะห์ ล้วนเป็นแบบอย่างการดำรงพระองค์ให้คนไทยเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง กล้าที่จะใฝ่ฝัน มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ
นายกฯ กล่าวว่า แม้วันนี้ขัตติยนารีผู้ทรงเป็นความภาคภูมิใจของแผ่นดินไทย ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระปณิธานในการสร้างสังคมแห่งความเมตตา ความยุติธรรม และความเสมอภาค จะยังคงดำรงอยู่เป็นมรดกทางคุณธรรมของชาติ เป็นดั่งประกายแสงแห่งเพชรที่ส่องนำทางแก่คนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบไป
ขรก.ไว้ทุกข์ 15 วันไม่ห้ามรื่นเริง
“ในการนี้ กระผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยการตั้งมั่นอยู่ในความดี การมีเมตตาต่อกัน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่พระองค์ทรงยึดถือและทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างมาตลอดพระชนมชีพ เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้ กระผมในนามของรัฐบาล ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทั้งในและนอกราชอาณาจักร ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ขอให้พระเกียรติคุณ พระจริยวัตร และพระกรุณาธิคุณ สถิตเป็นมิ่งขวัญ เป็นแสงสว่างแห่งเพชรในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์” นายกฯ กล่าว
เวลา 11.00 น. นายอนุทินแถลงภายหลังการประชุม ครม.นัดพิเศษ ว่า การประชุมมีวาระเดียวคือการเตรียมการดำเนินการงานพระราชพิธีต่างๆ โดยมอบหมายให้แต่ละกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและให้การดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานให้ดีที่สุด โดยแนวทางการไว้อาลัยขอให้เป็นไปตามแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง
ถามถึงภารกิจของนายกฯ ที่จะเดินทางไปต่างประเทศต้องปรับอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับภารกิจต่างประเทศที่เตรียมการนัดหมายผู้นำประเทศต่างๆ ไว้แล้ว ก็ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม และตนได้แจ้งให้รัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆ ว่าหากมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ขอให้เน้นที่ตัวภารกิจและพยายามตัดกำหนดการที่ไม่ใช่ประเด็นหลัก และให้ไปในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
เมื่อถามว่า การจัดงานต่างๆ ของประชาชนสามารถดำเนินการต่อได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการใช้ชีวิต การทำมาหากิน การสร้างรายได้ต่างๆ คิดว่าประชาชนก็ใช้ชีวิตอย่างปกติไม่มีอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเก็บความเศร้าโศก ทุกคนมีความเศร้าโศก มีความเสียใจเป็นอันมากอยู่แล้ว แต่เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ การใช้ชีวิต การทำมาหากิน ขอให้เป็นเรื่องปกติ ตนมั่นใจว่าพวกเราทุกคนทราบดีว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรที่เหมาะสมในช่วงเวลาการไว้ทุกข์ และในแถลงการณ์สำนักพระราชวังแถลงมาชัดเจน และถือเป็นช่วงเหลื่อมล้ำ เพราะในส่วนราชการก็ไว้ทุกข์ในวาระของสมเด็จพระพันปีหลวงอยู่แล้ว
ซักว่างานรื่นเริงคอนเสิร์ตยังสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติ เหมือนสมัยสมเด็จพระพันปีหลวงก็สามารถจัดได้ งานทุกงานก็จะเริ่มด้วยการยืนถวายความอาลัย ถ้าเราทำตรงนั้นก็ถือว่าเราได้รับทราบและได้ปฏิบัติตนด้วยความเหมาะสมแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.นัดพิเศษจะเริ่มขึ้น นายอนุทินนำ ครม.ยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยถวายต่อการสิ้นพระชนม์ โดย ครม.เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงและแต่งกายไว้ทุกข์
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการและการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระศพเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 1.ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป 2.ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
"ตามที่พระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. โดยในวันดังกล่าวนายกฯ จะนำ ครม.ไปร่วมถวายน้ำสรงพระศพตั้งแต่เวลา 08.30 น." น.ส.รัชดากล่าว
พสกนิกรร่ำไห้ถวายอาลัย
วันเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ได้ทรงโพสต์ข้อความแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนพระองค์ "His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck" ตอนหนึ่งระบุว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสองขอถวายความเสียใจอย่างสุดซึ้งแด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชอาณาจักรไทย และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียเจ้าฟ้าผู้เป็นที่รักยิ่งพระองค์หนึ่ง ซึ่งทรงอุทิศพระชนมชีพเพื่อรับใช้ชาติและบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนของพระองค์
อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ลงนามออกประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กำหนดให้ทุกสังฆมณฑลและวัดคาทอลิกทั่วราชอาณาจักรได้ร่วมใจกันน้อมถวายพระราชกุศล
ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีดำ เดินทางมาแสดงความอาลัยถวายอย่างต่อเนื่อง ภายหลังทราบประกาศสำนักพระราชวังเรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า
นางกนกพรรณ จันทรเพท ข้าราชการบำนาญ อายุ 67 ปี กล่าวด้วยน้ำตาว่า ช่วงเช้าวันนี้เตรียมตัวไปใส่บาตร ลูกชายโทร.มาแจ้งข่าวเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ แม้จะทราบว่าพระองค์ประชวรและติดตามพระอาการผ่านข่าว แต่รู้สึกใจหาย ไม่คาดคิดว่าจะถึงวันนี้ คิดว่าพระองค์จะอยู่กับเราไปอีกนาน
"วันนี้ตั้งใจมาเฝ้าส่งเสด็จ และถวายความอาลัย วันที่ 13 มิ.ย. จะเดินทางไปถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง" นางกนกพรรณกล่าว
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มท.แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.69 ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ วัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม และจัดการลงนามแสดงความอาลัยในห้วง 15 วันดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ชัชชาติ’ เมินถูกคุ้ยปมแต่งตั้ง
“กกต.” เผยเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก.ยังไร้เรื่องร้องเรียน “ชัชชาติ” เมินถูกยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ มอบฝ่าย กม.ดูคนแอบอ้าง “ชัยวัฒน์” โอ่กระแสดีขึ้น ผู้สมัคร
อนุทินชูปฏิรูปกฎระเบียบ ‘ปกรณ์’ เคาะ 2ด.ชง ‘ครม.’
นายกฯ ปาฐกถาเวที JFCCT 2026 ย้ำปฏิรูปกฎระเบียบ พัฒนาคน เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน “ปกรณ์” เผยผลหารือ กกร.
ขู่ยื่นปปช.สกัดTH-AI ไอซ์ขึงขังลั่นไม่ไว้หน้าใคร ย ํ้าโครงการผิดปกติทุกสิ่ง!
"ไอซ์" ขู่ยื่น ป.ป.ช.สกัด TH-AI Passport 1,600 ล้าน ยันพบผิดปกติทุกอย่าง โวพรรคส้มมาตรฐานสูง ต่อให้เป็นญาติ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการี หากโกงจะไม่ไว้หน้า
ศาสตร์แห่งความเคารพและการไว้อาลัย เปิดบันทึกประวัติศาสตร์ 'ลดธงครึ่งเสา'
มนุษยชาติต่างมีวิธีส่งผ่านความโศกเศร้าและการหยิบยื่นความเคารพให้แก่ผู้ล่วงลับแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ทว่ามีสัญลักษณ์หนึ่งที่หลอมรวมเป็นภาษาสากลที่คนทั่วโลกเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยปากพูด นั่นคือ "การลดธงครึ่งเสา"
'พระองค์ภา' รอยยิ้ม ความหวัง และความทรงจำไม่มีวันเลือน
ในเช้าวันที่สายลมโชยแผ่วผ่านแผ่นดินไทย คล้ายมีร่องรอยของความโศกเศร้าโปรยปรายลงจับใจประชาชน หลังจากที่คนไทยทั้งชาติได้ร่วมใจกันสวดมนต์อธิษฐานจิตและเฝ้าติดตามพระอาการประชวรด้วยความห่วงใยมาเป็นเวลาช้านาน
ประกาศ สำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์
'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' สิ้นพระชนม์ ในหลวงโปรดเกล้าฯ สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระราชทานพระบรมราชนุญาตให้ปชช.ถวายน้ำสรง-ถวายสักการะพระศพ

