เอาใจรากหญ้า! รัฐบาลทุ่ม 4 พันล้าน จำแลงกองทุนหมู่บ้านเป็น "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" "อนุทิน" ฟุ้งช่วยคนจนเลิกพึ่งพาหนี้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ขณะที่ "ศุภจี" ตั้ง 4 คณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดัน ศก.ชุมชนแข่งขันได้ระยะยาว "สุรศักดิ์" ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้าบอร์ดเศรษฐกิจ เร่งเคาะแหล่งเงิน-ระบบลงทะเบียน ลุ้นสรุปสัปดาห์หน้า "ปลัดคลัง" แจงการใช้เงินกู้อยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียด "หมอวรงค์" เรียกร้องคืนสิทธิ์บัตรคนจนให้ทุกคน บี้คน รบ.กรณี ธปท.แจงเงินแบงก์พันล่องหน 140,000 ล้าน
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเข้าร่วมด้วย
นายกฯ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในวันนี้ เห็นว่าไทยช่วยไทยไม่ใช่แค่ 60-40 ไม่ใช่เป็นเรื่องของไทยช่วยไทย แต่คำว่าพลัสคือ เราพยายามจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ทั่วไปในประเทศของเรา ได้มีต้นทุนชีวิตที่ลดลง และเราพยายามจะหาโครงการต่างๆ และวิธีการต่างๆ มาทำให้ท่านได้สามารถสร้างโอกาสสร้างรายได้ เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ
"รัฐบาลจึงมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่าย แก้ไขปัญหาหนี้สิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ และเสริมความเข้มแข็งของทุกครัวเรือนและทุกชุมชน อันเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว" นายกฯ ระบุ
นายกฯ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนให้โครงการดีๆ เช่นนี้ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด และถ้าเป็นไปได้ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด วันนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง ด้วยวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร 79,610 กองทุน ในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้ประชาชนทั่วประเทศ ให้เงินทุนหมุนเวียน สำหรับการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต
"ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเงินทุน แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้มากที่สุด จะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบและเสียดอกเบี้ยสูงๆ แพงๆ เราทนสภาพนั้นไม่ได้ เพราะต้องเสียไร่ เสียนา เสียบ้าน โครงการนี้จะสร้างโอกาสให้ประชาชนได้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งการจะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่" นายกฯ กล่าว
ด้านนางสุขสมรวยกล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน
"หากได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้ ทั้งนี้กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ" นางสุขสำรวยระบุ
ตั้ง 4 ทีมขับเคลื่อน ศก.สร้างสรรค์
ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมคณะ แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยระบุว่า อนุกรรมการชุดนี้ได้เริ่มเดินเครื่องโครงสร้างเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาลกลุ่มที่ 2 ด้านการค้าและบริการ โดยที่ประชุมวันนี้ได้จัดตั้งคณะทำงาน 4 ชุด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ชัดเจน ไม่ใช่เพิ่มคณะกรรมการโดยไม่มีตัวขับเคลื่อนจริง ได้แก่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy สินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชนและ SME และการค้าระหว่างประเทศ
นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลจะเชื่อมงานนี้กับคณะเศรษฐกิจด้านอื่น โดยเฉพาะคณะของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เพื่อปรับสมดุลการส่งเสริมการลงทุน ลดการพึ่งพานำเข้า เพิ่มการใช้วัตถุดิบ แรงงาน และผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่การผลิต ภาพรวมการประชุมครั้งแรกจึงถือเป็นการเริ่มเดินเครื่องบอร์ดเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างเป็นระบบ จากการตั้งโจทย์ใหญ่สู่คณะทำงานเฉพาะด้าน พร้อมกรอบ 6-12 เดือนแรกเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปลดล็อกข้อจำกัด และวางฐานเศรษฐกิจการค้า บริการ เกษตร SME และชุมชนให้แข่งขันได้ระยะยาว
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยในการแถลงข่าวคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” หลังนำเสนอเป็นวาระเพื่อทราบต่อคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน
“สาระสำคัญของโครงการอยู่ระหว่างกำหนดเงื่อนไข ทั้งโรงแรมที่เข้าร่วม รูปแบบสนับสนุนภาคบริการอื่นนอกเหนือจากค่าอาหารและร้านอาหาร รวมถึงแพลตฟอร์มที่จะใช้ดำเนินการ เบื้องต้นมองระบบเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางหลัก ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการ แหล่งเงิน และความพร้อมระบบภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า” นายสุรศักดิ์กล่าว
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ยังไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าขณะนี้ทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างการเร่งสรุปรายละเอียดของโครงการ ที่เตรียมจะเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา เมื่อได้ข้อสรุปและมีความพร้อม กระทรวงต้นสังกัดก็น่าจะเร่งส่งเรื่องเข้ามาอย่างแน่นอน
นายลวรณกล่าวว่า รัฐบาลมีความตั้งใจอยากสรุปความชัดเจนของทุกโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน โดยเฉพาะในส่วนที่ 2 เรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2569 เพื่อหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติโครงการจะได้มีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี
“ตั้งใจจะสรุปความชัดเจนของทุกโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินกู้ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย.นี้ ดังนั้นหน่วยงานไหนมีโครงการอะไรที่จะดำเนินการก็อยากให้ส่งคำขอเข้ามาภายในเดือน ก.ย. 2569 เพื่อที่จะได้มีเวลาทำงานหรือดำเนินการภายใน 1 ปี” ปลัดกระทรวงการคลังระบุ
นายลวรณกล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่งสาธารณะ ไปสู่การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดนั้น เชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างเร่งพิจารณารายละเอียด แต่ทราบว่ามีหลายเรื่องที่ได้ข้อยุติแล้ว ส่วนที่เหลือคงเป็นการเขียนรายละเอียดของโครงการเพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา
จี้คืนสิทธิ์บัตรคนจนทุกคน
นายลวรณกล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการหารือเพื่อสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กับกระทรวงการคลัง โดยเบื้องต้นกรมฯ ได้เตรียมรูปแบบในการอุดหนุน (Subsidize) ผ่านสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อรถยนต์ (ไฟแนนซ์) ให้กระทรวงการคลังพิจารณา 2-3 รูปแบบ ซึ่งจะเป็นการอุดหนุนครั้งเดียวแล้วจบเลย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้โดยง่าย ซึ่งรูปแบบที่เตรียมเสนอมีทั้งการให้เงินชดเชย หรือเงินส่วนลดจากวงเงินที่ได้รับไฟแนนซ์ หรือการอุดหนุนผ่านอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น
“ยืนยันว่าโครงการนี้แตกต่างกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 3.5 อย่างแน่นอน เพราะมาตรการดังกล่าวเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่ครั้งนี้จะเป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นจึงเป็นคนละส่วนกัน" นายลวรณระบุ
ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสิทธิ์บัตรคนจนให้ประชาชนที่ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ว่า ที่โฆษกรัฐบาลออกมาเชิญชวนให้ประชาชนที่ไม่ได้อุทธรณ์สิทธิ์ประมาณ 5 ล้านคน ตนอยากให้มีการทบทวนให้ทุกคน
"ถ้าท่านลงพื้นที่จริงๆ ชีวิตประชาชนมันไม่ได้สะดวกสบายเหมือนที่พวกท่านอยู่ในทำเนียบฯ หรืออยู่ในสภาฯ ท่านบอกว่าประชาชนสามารถใช้แอปได้ ประชาชนใช้แอปไม่เป็น ท่านบอกว่าสามารถไปร้องเรียนในจุดที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉพาะธนาคาร 5 สาขา มันสร้างความยุ่งยากกับเขามาก บางคนเดินทางทีครึ่งวันเพื่อไปร้องเรียน บางคนเป็นลมเสียชีวิต" นพ.วรงค์กล่าว
นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า ดังนั้นประชาชน 5 ล้านคนที่เขาไม่มาอุทธรณ์สิทธิ์ เขาไม่ได้จะมีฐานะดีขึ้นทันทีทันใด ภายใต้กฎเกณฑ์ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา ตนอยากจะย้ำกับรัฐบาลว่าเขายังเป็นคนจนเหมือนเดิม ดังนั้นควรคืนสิทธิ์ให้คนจนเก่า
นพ.วรงค์กล่าวถึงกรณีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงเรื่องเงินแบงก์พันหายไปจากระบบ 140,000 ล้านบาทว่า ฝ่ายรัฐบาลต้องกระตือรือร้นที่จะต้องแก้ปัญหาแล้ว แต่ตนไม่เห็นคนของฝ่ายรัฐบาลคนไหนออกมาพูดเรื่องนี้เลย กลับกลายเป็นต้องปล่อยให้ฝ่ายค้านตัวเล็กๆ อย่างตนต้องมาดิ้นรน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่เงินเทา เงินทุจริตคอร์รัปชัน ที่ไปซุกอยู่ที่บ้านใครบ้างเราก็ไม่รู้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”
ชวนหนุนกกต.ฟันฮั้วสว. ค่อยตอบแทนตอนตาย!
"สุขสมรวย" ยันไม่มีเส้นเงินเกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. ลั่นเดินหน้าฟ้องหมิ่น
ลุยถอด‘คนโกง’ เร่งบรรจุตัวจริง ภายในสิงหาฯนี้
นายกฯ หารือเลขาธิการ ป.ป.ท. ย้ำโกงข้อสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่นอน มท.4
ท้าทายห้ามพกปืน! ‘ฉลอง’ยิงนายกอบจ.นนทบุรีดับ/‘อนุทิน’สั่งตั้งด่านจับอาวุธ
นายกฯ หารือเลขาธิการ ป.ป.ท. ย้ำโกงข้อสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่นอน มท.4 ขอบคุณทุกหน่วยงาน ร่วมทำงานอย่างหนักจนได้ผลสอบท้องถิ่นล่าสุด
ใช้เงินกู้เที่ยวไทยพลัสได้ อนุทินลุย‘Missing Link’
“ภราดร” ชี้ใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ทำ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ไม่ผิดหลักฉุกเฉิน ส่วนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รอคลังตัดสินใจ

