หลั่งไหลถวายอาลัย ในหลวงเสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลพระองค์ภา

“ในหลวง-พระราชินี” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" วันที่สอง ขณะที่ช่วงเช้า “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ ทั่วไทยหลั่งไหลลงนามถวายอาลัย   "พระองค์ภา"  

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช  2569 เวลา 19.10 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี  นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ เจ้าคุณพระสินีนาถ   พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จด้วย

ครั้นรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา เสด็จขึ้นทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จเข้าพระที่นั่งพิมานรัตยา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับยืนหน้าพระราชอาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ

​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ   ผ่านพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการผู้มาเฝ้าฯ  ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงคม ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมครบ 4   จบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระราชาคณะ 1 รูปที่จะถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 8   รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว เจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก  ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติฯ  ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกจากพระที่นั่งพิมานรัตยา พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ลงทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

 ทั้งนี้ เมื่อเวลา 07.32 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน โดยเสด็จด้วย

ในการนี้ ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ที่หน้าพระโกศ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ ที่หน้าพระแท่นสุวรรณเบญจดล ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์  เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ลงจากอาสน์สงฆ์ เจ้าพนักงานนิมนต์พระพิธีธรรมชุดใหม่ขึ้นนั่งที่เตียงสวดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม   เสด็จฯ ไปทรงคมที่เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติฯ หน้าพระแท่นสุวรรณเบญจดล  เสด็จฯ ผ่านพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการผู้มาเฝ้าฯ ไปที่หน้าเตียงสวดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ตั้งอยู่ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงสวดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ทรงคม เสด็จออกจากพระที่นั่งพิมานรัตยา ลงทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา  เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ด้านสำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา  นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันแรก โดยตั้งแต่ช่วงเวลา 08.30  น. มีคณะบุคคลและประชาชนเดินทางไปถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยกันอย่างเนืองแน่น ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ อาทิ ราชสกุล, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิร่วมใจต้านภัยเอดส์, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ข้าราชการกระทรวงคมนาคม ฯลฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ปรึกษาพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า เป็นความรู้สึกสูญเสียเจ้าฟ้าหญิงผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทยทั้งประเทศ  พระองค์ทรงเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพสกนิกรอย่างแท้จริง ประชาชนส่วนใหญ่ต่างมีโอกาสได้เฝ้า และติดตามพระกรณียกิจมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ความผูกพันอันลึกซึ้งนี้ทำให้ความสูญเสียที่เกิดขึ้น กลายเป็นความโศกเศร้าอันยิ่งใหญ่ร่วมกันของคนทั้งชาติ

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า ในช่วงที่พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองอัยการจังหวัด และอัยการจังหวัดประจำสำนักอัยการสูงสุด ณ จ.หนองบัวลำภู ได้เสด็จมาปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมหนองน้ำเพชรมงคล ในเวลาต่อมาได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดพัชรกิติยาภาราม ซึ่งพระองค์ท่านทรงร่วมสร้างและพัฒนาพื้นที่วัดแห่งนี้ด้วยพระวิริยอุตสาหะ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงพระดำริให้พัฒนาพื้นที่ของวัด เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอาชีพให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยง รวมถึงกลุ่มอดีตผู้ติดยาเสพติดและผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษที่มีความประพฤติดี ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในโมเดลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและคืนคนดีสู่สังคม

 “พระองค์ท่านทรงเน้นย้ำเรื่องสังคมเปิด ไม่แบ่งแยกผู้ต้องขังออกจากชุมชน แต่ทรงให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาเรียนรู้และทำงานร่วมกับพวกเขา สิ่งนี้ช่วยทลายกำแพงการตราหน้าจากสังคม ทำให้ผู้ต้องขังได้รับการยอมรับ ได้รับการฟื้นฟูจิตใจ และมีความพร้อมอย่างแท้จริงที่จะกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี”

น.ส.กนกวรรณ จันทร์กนก พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวทั้งน้ำตาว่า มีโอกาสได้วิ่งในรายการจอมบึงมาราธอน ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้นำวิ่งในรายการนี้ ทรงไม่ถือพระองค์ และให้ความใกล้ชิดกับประชาชนและนักวิ่ง ซึ่งพระองค์ทรงใช้เวลาในการวิ่ง 4 ชั่วโมง ในระยะทาง 42 กิโลเมตร สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถด้านกีฬา พระวินัยในการฝึกซ้อม และพระวรกายที่แข็งแรงสมบูรณ์

น.ส.จีรนันท์ เกษเวช ชาว กทม. เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว 2 คน กล่าวว่า ครอบครัวติดตามเฝ้าฯ รับและส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์อยู่บ่อยครั้ง แต่ลูกสาวทั้งสองยังไม่มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จสักครั้ง ถือโอกาสนี้พาลูกสาวมาซึมซับพระกรณียกิจของพระองค์ภา ที่ทรงอุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ เด็กและสตรี อย่างหาที่สุดไม่ได้ เพื่อเด็กได้น้อมนำพระองค์ภาเป็นต้นแบบแห่งการทำความดีช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างวันที่ 14-16 มิ.ย.2569 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส้มตีปี๊บขยี้งบ70-คดีฮั้ว

พท.นัดประชุมพรรค 16 มิ.ย. ถกลุยยื่นร่างแก้ รธน.ใหม่อีกรอบ เล็งหาทางเลี่ยงเลือก ส.ส.ร.ไม่ให้เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ

พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

เคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในหลวง พระราชินี ทรงสรงน้ำพระศพ พระราชทานพระโกศทองใหญ่พระเกียรติยศสูงสุด "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"

ถวายนํ้าสรงพระศพ

คณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ คณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนจากทุกสารทิศ ถวายน้ำสรงพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ ศาลาสหทัยสมาคม