แฉฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน มท.เด้ง2รองผู้ว่าฯภูเก็ต

สภาสูงร้อนฉ่า! ก่อนโหวตพรึ่บ “นพดล” นั่งเลขาฯ กฤษฎีกา “นันทนา” ซัดหนักประชุม "ลับ ลวง พราง" ฉะยับ 138 สว.ยังติดร่างแหคดีฮั้วกันสลอนไม่ควรลงมติเลือกองค์กรอิสระ ควรรอให้ศาลตัดสินคดีก่อน  “วุฒิสภา” ไฟเขียว 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ด้าน "สส.พรรคส้ม" เขย่าฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน ไม่ต้องย้ายพรรคแค่นั่งให้ครบองค์ประชุม จ่ายหนักรายครั้ง-เหมาพุ่งหลักล้าน "อนุทิน" ปิดปากสอบแชตหลุดช่วยสีน้ำเงิน เด้งฟ้าผ่า 2 รอง ผวจ.ภูเก็ต รวมสลับรอง ผวจ. 5 ตำแหน่ง

เมื่อวันจันทร์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ระบุถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 16 มิ.ย.ว่าจะมีการเสนอการรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่ผ่านการเห็นชอบของ ครม.เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวน 3.78 ล้านล้านบาท หลังจากที่มีการรับฟังความคิดเห็นตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเสียงสะท้อนส่วนใหญ่บอกว่า แต่ละหน่วยงานได้รับการจัดสรรงบประมาณที่น้อยเกินไป

นายภราดรกล่าวว่า ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้หากผ่านการเห็นชอบจาก ครม.ในวันที่ 16 มิ.ย. จะมีการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มและเสนอ ครม.ใหม่อีกครั้งในวันที่ 23 มิ.ย. เพื่อที่จะบรรจุในระเบียบวาระการประชุม และแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป คาดการณ์ว่าน่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 1 ช่วงวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. ส่วนในวาระที่ 2 และ 3 คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. มั่นใจว่าการใช้งบประมาณปี 2570 จะทันในวันที่ 1 ต.ค. 69 แน่นอน

เมื่อถามว่า มีการจับจ้องงบประมาณบางกระทรวง อย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้าหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ไม่ และไทม์ไลน์จะยังคงเป็นไปตามเดิม ที่เสร็จทัน 1 ต.ค. 69

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีออกมาเปิดเผยว่ามีการฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้านในสภาว่า ขอไม่ระบุว่าพรรคไหน แต่พรรค ปชน.เองก็มีการถูกทาบทามเช่นกัน ต้นตอของเรื่องนี้ การใช้เงินเพื่อซื้อ สส.ให้อยู่ครบองค์ประชุม ให้เขาโหวตเป็นครั้งคราวโดยที่ไม่ต้องย้ายพรรคด้วยซ้ำ เพียงแต่นั่งจนครบองค์ประชุม หรือนั่งให้ครบองค์ประชุมในกฎหมายที่อีกฝ่ายต้องการก็ได้ ก็จะมีค่าตอบแทนให้ การที่เราเห็นมาหลายครั้งว่าการเป็นงูเห่า อนาคตทางการเมืองหมด จึงกลายมามีเงื่อนไขแบบนี้คือการฝากเลี้ยง

เมื่อถามว่า การฝากเลี้ยงมีมูลค่าเท่าไหร่นั้น น.ส.ภคมนกล่าวว่า มูลค่าการอยู่ให้ครบองค์ประชุมอาจจะถึงหนึ่งแสนบาท หรือใครจะเอาแบบเหมาอยู่ให้ครบสมัยประชุมอาจเป็นหลักล้านบาท ซึ่งการใช้เงินระดับนี้ คิดว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็อาจมีการซื้อเสียงยังไม่จบ ยังซื้อต่อไปเรื่อยๆ

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาบุคคลผู้มีความเหมาะสมเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติความประพฤติ พฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จำนวน 1 คน คือ นายนพดล เภรีฤกษ์ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนการแถลงรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ รวมทั้งการอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นการประชุมลับ

ฉะ 'ลับ ลวง พราง'

ทั้งนี้ ก่อนการประชุมลับ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.อิสระ ได้ลุกขึ้นขออภิปรายแบบเปิดเผยว่า การประชุมลับเป็นการปิดประตูตีแมว ประชาชนไม่ทราบคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้าม อย่างนี้จะเรียกว่าลับ ลวง พรางหรือไม่ คนที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญ ในการชี้เป็นชี้ตายของประเทศ สมควรแล้วหรือที่ สว.จะทำเป็นลับๆ ล่อๆ รู้กันแค่ 200 คน หรือจะว่าไปแล้วรู้กันแค่ 138 คนเท่านั้น

น.ส.นันทนากล่าวว่า การทำให้กระบวนการเลือกองค์กรอิสระโปร่งใส ตรงไปตรงมา จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สาย และอีกประการคือเรื่องประโยชน์ทับซ้อน เป็นเรื่องที่ประชาชนจับตาทั้งประเทศ เช่นเมื่อเร็วๆ นี้มีการเผยแพร่คลิปเก็บโพยฮั้วเลือก สว.

และทันทีที่ น.ส.นันทนาอภิปรายถึงประเด็นฮั้วเลือก สว. ทำให้ พล.อ.เกรียงไกรต้องรีบตัดบท พร้อมขอให้ น.ส.นันทนาอภิปรายให้อยู่ในประเด็น เพราะกำลังพิจารณารายงานเรื่องคุณสมบัติผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ น.ส.นันทนายืนยันว่าตนเองอภิปรายในประเด็น เพราะเป็นการพูดถึงผู้ที่จะทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระและเลขาฯ กฤษฎีกา ยืนยันว่าพุ่งประเด็นไปที่คุณสมบัติของผู้เลือก ก็คือ สว. 200 คน  เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการเลือก

จากนั้น น.ส.นันทนาได้อภิปรายย้อนไปถึงวันเลือก สว. จนกระทั่งมีคดีฮั้วเลือก สว.อื้อฉาวเกิดขึ้น แม้ประธานที่ประชุมจะย้ำว่าเรื่องคดีฮั้วเลือก สว.ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ น.ส.นันทนาก็ยังไม่หยุด พร้อมระบุว่า “ถ้าสะเทือนใจก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้”

จากนั้นมี สว.ลุกขึ้นประท้วง ทำให้ น.ส.นันทนากล่าวว่า “ดิฉันจะขอข้ามเรื่องการฮั้วเลือก สว.ไป เพราะมี สว.หลายคนสะเทือนใจ และหากคนที่ทำหน้าที่เลือกยังมีข้อกล่าวหา ก็จะเป็นที่ครหา นินทา ประชาชนก็จะรู้สึกว่า การเลือกครั้งนี้เป็นประโยชน์ทับซ้อน ต่างตอบแทนหรือไม่"

 “ดิฉันไม่อาจกล่าวได้ว่า ตุลาการทั้ง 9 ที่กำลังจะเลือกและเลขาฯ กฤษฎีกาขาดคุณสมบัติข้อใด แต่ทันทีที่ท่านได้รับการเลือกจาก สว.เสียงข้างมาก ท่านก็จะมัวหมองทันที เพราะสังคมจะมองว่าท่านได้รับอำนาจจากผู้ที่มีประโยชน์ทับซ้อนจากการเลือกท่าน ส่วนท่านที่ไม่ได้รับเลือกก็จะเสียโอกาส เพียงเพราะไม่เป็นที่พึงพอใจของคนกลุ่มนี้” น.ส.นันทนากล่าว

น.ส.นันทนากล่าวต่อไปว่า ประชาชนกำลังติดตามคดีฮั้วเลือก สว.อย่างใกล้ชิด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังดำเนินการตรวจสอบสำนวนอย่างเร่งรีบ ในฐานะ สว. 138 เสียงที่อยู่ในสำนวน ควรมีสำนึกและยุติการเลือกองค์กรอิสระทั้งหมด รอจนกว่าศาลยุติธรรมจะตัดสินคดีจนถึงที่สุดก่อน เมื่อพิสูจน์ว่าทุกคนบริสุทธิ์แล้วก็ค่อยกลับมาเลือกกันใหม่ หยุดทำลายเกียรติภูมิแห่งวุฒิสภาด้วยการชะลอการเห็นชอบองค์กรอิสระทั้งปวงตั้งแต่วันนี้

ไฟเขียว 9 ตุลาการ

จากนั้นเป็นการรับทราบรายงานลับพร้อมกับลงมติ โดยที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 147 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ-ไม่มี งดออกเสียง 22 คะแนน ดังนั้นผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า นายนพดล เภรีฤกษ์ ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงข้างมาก จึงถือเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทั้งนี้ ในการประชุมวุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 9 คน โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากทั้ง 9 คน ได้แก่ 1.นายภาณุมาศ เลี่ยมสกุล อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด ได้รับเสียงเห็นชอบ 154 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 26 เสียง 2.นายตระหง่าน เกียรติศิริโรจน์ อธิบดีศาลปกครองกลาง ได้รับเสียงเห็นชอบ 151 เสียง งดออกเสียง 31 เสียง 3.นายวุฒิชัย แสงสำราญ อธิบดีศาลปกครองสุพรรณบุรี ได้รับเสียงเห็นชอบ 147 เสียง งดออกเสียง 31 เสียง 4.นายยรรยง ธัญทะพิพงศ์ อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น ได้รับเสียงเห็นชอบ 144 เสียง งดออกเสียง 34 เสียง

5.นายสมสกุล ณ บางช้าง อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด ได้รับเสียงเห็นชอบ 148 เสียง งดออกเสียง 32 เสียง 6.นายตรีทศ นิโครธางกูร อธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ ได้รับเสียงเห็นชอบ 147 เสียง  งดออกเสียง 32 เสียง 7.นายประยูร ปรีดา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด ได้รับเสียงเห็นชอบ 150 เสียง งดออกเสียง 31 เสียง 8.นายพัฒนา คูศรีพิทักษ์ อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี ได้รับเสียงเห็นชอบ 149 เสียง งดออกเสียง 33 เสียง และ 9.นายหัสฎี ศรีวิเชียร อธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี ได้รับเสียงเห็นชอบ 147 เสียง งดออกเสียง 32 เสียง

ทั้งนี้ จากผลการออกเสียงลงคะแนนที่เสียงข้างมากเห็นชอบ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้บุคคลทั้ง 9 คนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด

ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมมอบนโยบาย ซึ่งมีช่วงหนึ่งพูดถึงการปราบอันธพาลในจังหวัดภูเก็ต บรรยากาศค่อนข้างดุเดือด และมีการพาดพิงถึงรองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด หรือ “รองผู้ว่าฯ กุ้ง” นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้เดือด ตนตอกย้ำให้มีการดำเนินการกับพวกอันธพาลอย่างเด็ดขาดและเข้มงวด เท่าที่ทราบตอนนี้มีการดำเนินการไปถึงระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่หมด มีการข่มขู่ และมีการกลับคำให้การของพยานบางคน เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของอันธพาล ตนได้ย้ำให้ผู้ว่าฯ ภูเก็ตได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีการมีปัญหาระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนั้น ไม่มีปัญหา ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ต้องดำเนินการในสิ่งที่สมควร จะให้ติดปัญหาอยู่กับตัวบุคคลไม่ได้

ปิดปากแชตหลุด

 “ข่าวที่บอกว่ารองผู้ว่าฯ ขู่จะย้ายผู้ว่าฯ ไม่มี อย่าไปให้ความเชื่อถือ อย่าไปให้ค่า ถ้ามีเหตุเช่นนี้จริง ไม่ว่าจังหวัดใดก็ตามในประเทศไทย รองผู้ว่าฯ คนไหนเที่ยวไปบอกประชาชน ผู้มีอิทธิพล หรือใครก็แล้วแต่ ใหญ่กว่าผู้ว่าฯ ไม่สนใจผู้ว่าฯ จะย้ายผู้ว่าฯ ได้ ถือว่าดูตลกเชิญยิ้มไปก็แล้วกัน” นายกฯ ระบุ

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กรณีแชตหลุดช่วยน้ำเงินด้วยนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ตั้งคณะกรรมการแล้วหรือยัง นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

ต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งที่ 1483/2569 ลงวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น (ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด) จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.นางวจิราพร อมาตยกุล รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ย้ายไปเป็นรอง ผวจ.สมุทรสาคร 2.นายธีระพงศ์ ช่วยชู รอง ผวจ.ภูเก็ต ไปเป็นรอง ผวจ.นครศรีธรรมราช 3.ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รอง ผวจ.สมุทรสาคร ย้ายไปเป็นรอง ผวจ.ภูเก็ตแทน 4.นายอดุลย์ ชูทอง รอง ผวจ.ภูเก็ต ย้ายไปเป็นรอง ผวจ.สงขลา และ 5.นายรอมดอน หะยีอาแว รอง ผวจ.สงขลา ย้ายไปเป็นรอง ผวจ.ภูเก็ต

 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยกำหนดให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งในวันที่ 16 มิ.ย.

นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวถึงกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงการตรวจสอบคดีการทุจริตการเลือก สว.ที่พบโพยในการเลือก สว.ระดับประเทศ แต่เจ้าหน้าที่กลับเรียกเพียงเก็บโพยเท่านั้น และไม่ได้สั่งหยุดกระบวนการว่า ตนก็เป็นผู้หนึ่งที่ลงสมัคร สว.และผ่านเข้าสู่ระดับจังหวัด และเห็นการกระทำทุกอย่าง ซึ่งในการเลือก สว.จะมีกล้องวงจรปิดให้เห็นกระบวนการการเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ กกต.ก็จะบอกว่าผู้ที่มีโพยให้ไว้นอกห้อง ซึ่งบางคนเป็นผู้สูงอายุ หรือจำไม่ได้ก็พยายามจด และนำเข้าไปในห้องคัดเลือก แต่ผู้ที่อยู่ในห้องการเลือกในกลุ่มเดียวกัน ก่อนสลับสายด้วยการจับสลาก ซึ่งต่อให้มีโพย แต่เมื่อมีการจับสลากแล้วไม่ได้ไปอยู่กลุ่มเดียวกัน ก็ไลฟ์บอย ทำอะไรไม่ได้

นายสนธิญากล่าวว่า ปัญหาการเลือก สว.ไม่ได้อยู่ที่โพย แต่อยู่ที่เมื่อมานอนโรงแรม หรือการจับสลาก หรือการเลือกไขว้ ไม่สามารถล็อกได้ โพยจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีความสำคัญอะไร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง