กราบพระศพ27มิ.ย. สำนักพระราชวังเปิดให้ปชช.เข้าพระที่นั่งพิมานรัตยา

“ในหลวง-พระราชินี”  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" พสกนิกรหลั่งไหลแสดงความอาลัย “เจ้าฟ้าหญิงของคนไทย” เป็นวันสุดท้าย พร้อมเปิดให้ ปชช.เข้ากราบพระศพ 27 มิ.ย.นี้ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” เสด็จฯ  ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพิธีกงเต๊กถวายพระบรมศพ “พระพันปีหลวง”

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 19.10 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี  โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง 

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ

จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตก พระที่นั่งพิมานรัตยา แล้วทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เมื่อครบ 4 จบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรถวายพระราชาคณะ 1 รูป ที่ถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 8 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ เสร็จแล้ว ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ที่ศาลาสหทัยสมาคม สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งประดิษฐาน ณ อาคารหน่วยราชการในพระองค์ ศาลาสหทัยสมาคม และบริเวณเต็นท์ด้านข้างศาลาลูกขุนในพระบรมมหาราชวัง เวลา 08.30-16.00 น. เป็นวันสุดท้าย ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีราชสกุล ราชินิกุล คณะทูตานุทูต คณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน มูลนิธิ คณะครู นักเรียน และพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ แต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ ต่างทยอยเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยด้วยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

อาทิ เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย  เอกอัคราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย  องค์การยูนิเซฟ และองค์การเอฟเอโอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ การไฟฟ้านครหลวง  กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย พล.อ.อาชวินทร์ เศวตเศรนี อดีตนายทหารราชองครักษ์พิเศษ พร้อมครอบครัว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คณะผู้บริหารมูลนิธิสิริวัฒนภักดี ไทยเบฟ และกลุ่ม ทีซีซี กรุ๊ป การเคหะแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน กปร.  การไฟฟ้านครหลวง บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บริษัท  BEC World จำกัด (มหาชน) และสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันและการค้า  สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย บริษัท THE WINNER MATTRESS 2003 เป็นต้น

นางรัตนาภรณ์ เปรมัษเฐียร อายุ 75 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เดินทางมาจากบ้านพักย่านเจริญนครพร้อมเพื่อนแต่เช้า ตั้งใจมาถวายสักการะและลงนามถวายอาลัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพราะทราบว่าวันนี้เปิดให้ลงนามถวายอาลัยวันสุดท้าย ทรงเป็นเจ้าหญิงของคนไทย มีพระเมตตา ประกอบพระกรณียกิจมากมาย ทรงอุทิศพระองค์ช่วยผู้ด้อยโอกาส ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ให้เข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาล เด็กได้เติบโต อยากให้มีการเผยแพร่พระกรณียกิจของพระองค์อย่างต่อเนื่อง แม้ท่านจะเสด็จสู่สวรรค์ แต่ฝากมรดกทางปัญญาสร้างประโยชน์ให้สังคมไทย ทรงเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งตนจะมากราบพระศพหน้าพระโกศอีกครั้ง

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน

ก่อนหน้านั้น เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญกุศล (พิธีกงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคณะนายเจริญ สิริวัฒนภักดี พร้อมครอบครัวสิริวัฒนภักดี และกลุ่มธุรกิจในเครือ ณ  บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร  ทรงคม

จากนั้นเสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลงทางบันไดมุขเหนือด้านตะวันตก  เสด็จเข้ามณฑลพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยหน้าแท่นบูชา ประทับพระราชอาสน์ ณ ศาลาทิมคดตะวันออก  ประธานบรรพชิตจีนนิกายอ่านประกาศพุทธฎีกาการประกอบพิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ แล้วบรรจุคำประกาศเขียนภาษาจีนพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเขียนภาษาจีนพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระนามของพระบรมวงศ์ผู้อุทิศถวายลงในเทวทูตนก เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญเทวทูตนกถวายเพื่อทรงอธิษฐาน แล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เชิญเครื่องทองน้อยเข้าสู่หอสรง (ทำด้วยกระดาษ)

เจ้าพนักงานเชิญห่อพระภูษาสำรับใหม่  (กระดาษ) ถวายเพื่อทรงอธิษฐาน แล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา บรรพชิตจีนนิกาย 25 รูป สวดพระพุทธมนต์ ในระหว่างสวดพระพุทธมนต์ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เชิญเครื่องทองน้อยออกจากห้องสรง เชิญไปทอดที่เดิม เสด็จฯ ไปทรงคมที่หน้าเครื่องนมัสการ เสด็จฯ ไปปะรำเครื่องกระดาษ การนี้ ครอบครัวสิริวัฒนภักดี เฝ้าฯ รับเสด็จ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรเครื่องกระดาษ ในพิธีสังวัธยายสุขาวดีวยูหสูตร, พิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร และพิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) เครื่องกระดาษจัดทำเป็นพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์จำลอง, ฉลองพระองค์ผ้ามัดหมี่โจงกระเบน ออกแบบโดยห้องเสื้อบัลแมง เมื่อครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์, ฉลองพระองค์ผ้าชาวไทยภูเขา ทรงในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ระหว่างการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ พ.ศ.2517, ฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัย ทรงเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริคที่ 9 และสมเด็จพระราชินีอินกริดแห่งเดนมาร์ก เสด็จพระราชดำเนินเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 12-24 มกราคม พ.ศ.2505 และได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ด้วย, ฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้นสีส้มมะปราง พระภูษาทรงเป็นผ้าซิ่นถุงสำเร็จลายริ้วขวางสีส้มสลับสีเขียวขี้ม้า และเป็นต้นแบบให้กับเครื่องแบบพนักงานต้อนรับสตรีบนเครื่องบินของสายการบินไทย ฉลองพระองค์สูตรสากลทรงงานสีเบจ พร้อมพระมาลา สีเข้าชุด ทรงเมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์   อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ไปทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยซันตามพระราชดำริ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2521

นอกจากมีการจัดทำเครื่องกระดาษชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ยังมีเครื่องกระดาษรถยนต์พระที่นั่ง Rolls-Royce Phantom VI รถยนต์พระที่นั่งองค์หลักอันงามสง่าในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ในหลากหลายวโรกาส รถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle  T4  V6 2.8 (2001) สมญานาม “รถเจมส์ บอนด์” พระราชพาหนะทรงงานและรถยนต์พระที่นั่งในการอัญเชิญพระบรมศพและพระศพ เครื่องกระดาษรถยนต์พระที่นั่ง Mercedes Benz 300SL Gullwing ปี 1955  รถสปอร์ตแห่งศตวรรษในพระบรมฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์, เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง UH-N (Huey) พระราชพาหนะในการเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ป่าเขาหรือชายแดนอันห่างไกล ซึ่งรถยนต์พระที่นั่งไม่สามารถเข้าถึงได้ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาราษฎร์ทั่วทุกภูมิภาค ไม่มีท้องถิ่นใดของพื้นแผ่นดินไทยที่ยังไม่เคยเสด็จฯ ไปถึง

รถยนต์พระที่นั่ง Jeep Grand Wagoneer เป็นรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงใช้ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในถิ่นทุรกันดารเป็นหลัก เป็นรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องกระดาษข้าราชบริพาร มหาดเล็ก เครื่องศิราภรณ์ กระเป๋าย่านลิเภา เปียโนจำลอง เครื่องราชูปโภค พระคลังเงิน พระคลังทอง ภูเขาเงิน ภูเขาทอง หีบเงิน หีบทอง  ฯลฯ เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ต่อมาเวลา 17.15 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญกุศลพิธีกงเต๊ก (พิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคณะนายเจริญ สิริวัฒนภักดี พร้อมครอบครัวและกลุ่มธุรกิจในเครือ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด้ง‘เซมเบ้’ซบอกพี่หนู

“อนุทิน” เรียก รมต.ภูมิใจไทยเฉ่งปมปราบผู้มีอิทธิพลอื่น มท.ชงวาระจรย้าย “นิรัตน์” นั่งรองปลัด มท. “โชตินรินทร์” เสียบแทน  นายกฯ หวังเป็น “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”