“กกต.” เตือนห้ามเผยแพร่ผลโพล กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน “นิด้าโพล” พบ “ชัชชาติ” ยังนำโด่ง “โพลพระปกเกล้า” ชี้ได้คะแนนจากทุกสีเสื้อ ขณะที่ “มัลลิกา” มาแรง ขยับขึ้นอันดับ 2 ด้าน “ปชน.” ขายทีมเวิร์ก ไร้วันแมนโชว์
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาขอความร่วมมือผู้สมัคร พรรคการเมือง สื่อมวลชน ผู้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็น และประชาชน งดเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.69 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69
ทั้งนี้ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 ข้อ 23/2 กำหนดว่า ห้ามผู้สมัครกระทำหรือยินยอมให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดกระทำการเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในระหว่างเวลา 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง
โดยการกำหนดข้อห้ามดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างอิสระ ปราศจากอิทธิพลจากผลสำรวจความคิดเห็นที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง
วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง โค้งสอง สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย.69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกผู้ว่าฯ กทม.และ สก.
เมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 72.35 ระบุว่าเป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ), อันดับ 2 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็นนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ), อันดับ 3 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็นนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน), อันดับ 4 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็นนายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์), อันดับ 5 ร้อยละ 2.70 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ
อันดับ 6 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) และร้อยละ 2.10 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายสมัย ละเลิศ (อิสระ), พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช (พรรคเศรษฐกิจ), นายภาสพงศ์ ไชยวิริญญะวาณิชย์ (อิสระ), นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (อิสระ), นายประยูร ครองยศ (อิสระ), นายสมชัย เจริญวรเกียรติ (อิสระ), นายประทีป วัชรโชคเกษม (อิสระ), นายคมสัน พันธุ์ชาติกุล (อิสระ) กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือก สก. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.85 ระบุว่าอิสระ, อันดับ 2 ร้อยละ 27.80 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน, อันดับ 3 ร้อยละ 12.30 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 4 ร้อยละ 8.60 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ, อันดับ 5 ร้อยละ 7.30 ระบุว่าเป็นทีมคนทำงาน, อันดับ 6 ร้อยละ 6.85 ระบุว่าเป็นกลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว, อันดับ 7 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็นทีม Better Bangkok, อันดับ 8 ร้อยละ 1.15 ระบุว่ากาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 1.80 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ กลุ่มพัฒนาหนองแขม และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)
ขณะที่ศูนย์สํารวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สํารวจความคิดเห็นเรื่อง เลือกตั้ง กทม. 69 : ฐานเสียงการเมืองกับการเลือกผู้ว่าฯ และแนวโน้มการเลือก สก. ก่อนโค้งสุดท้าย ระหว่างวันที่ 4-7 มิ.ย.69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จํานวน 1,600 ตัวอย่าง
ชัชชาติได้ทุกคะแนนจากทุกสี
โดยเมื่อพิจารณาตามพรรคที่ผู้ตอบเลือก สส.เขตในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ในคําถาม หากจะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะเลือกใครมากที่สุด (ครั้งที่ 2) พบว่า ในกลุ่มที่เลือกพรรคประชาชน ผู้ตอบเลือกนายชัชชาติ ร้อยละ 45.4 รองลงมาคือนายชัยวัฒน์ ร้อยละ 30.6 ผู้สมัครคนอื่นๆ ร้อยละ 9.4, นางมัลลิกา ร้อยละ 6.0, ม.ล.กรกสิวัฒน์ ร้อยละ 2.2 และนายอนุชา ร้อยละ 1.3 ขณะที่ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ที่ร้อยละ 4.9
ส่วนฐานเสียงพรรคเพื่อไทย เลือกนายชัชชาติ ร้อยละ 42.1 ตามด้วยผู้สมัครคนอื่นๆ ร้อยละ 22.8, นางมัลลิกา ร้อยละ 15.2, นายชัยวัฒน์ ร้อยละ 9.6, นายอนุชา ร้อยละ 7.1 และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ ร้อยละ 0.5 โดยยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ที่ร้อยละ 2.5
ขณะที่กลุ่มที่เลือกพรรคภูมิใจไทย สนับสนุนนายชัชชาติ ร้อยละ 54.4 รองลงมาคือ ผู้สมัครคนอื่นๆ ร้อยละ 16.9, ม.ล.กรกสิวัฒน์ ร้อยละ 7.7, นายอนุชา ร้อยละ 5.9, นายชัยวัฒน์ ร้อยละ 4.0 และนางมัลลิกา ร้อยละ 3.7 ส่วนยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ที่ร้อยละ 7.4
สําหรับฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ตอบเลือกนายอนุชา สูงสุดที่ร้อยละ 31.1 ตามด้วยผู้สมัครคนอื่นๆ ร้อยละ 25.8, นายชัชชาติ ร้อยละ 22.7, นางมัลลิกา ร้อยละ 8.3, ม.ล.กรกสิวัฒน์ ร้อยละ 3.0 และนายชัยวัฒน์ ร้อยละ 1.5 ขณะที่ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ที่ร้อยละ 7.6
ในส่วนของกลุ่มที่เลือกพรรคอื่นๆ ผู้ตอบเลือกนายชัชชาติ ร้อยละ 52.3 รองลงมาคือ “ผู้สมัครคนอื่นๆ” ร้อยละ 13.0, นายอนุชา ร้อยละ 4.6, นางมัลลิกา ร้อยละ 3.4, ม.ล.กรกสิวัฒน์ ร้อยละ 3.1 และนายชัยวัฒน์ ร้อยละ 1.9 โดยยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ที่ร้อยละ 21.8
นายชัชชาติกล่าวถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครหลายคนออกมาจัดเวทีปราศรัยว่า จากที่ดูจะผลโพลคิดว่ายุทธศาสตร์ที่ทำมานั้นถูกต้องแล้ว โดยอาศัยพูดเรื่องนโยบายเป็นหลัก และไม่ได้โจมตีใคร ทำงานของเราไป มีข้อกล่าวหาอะไรเราก็สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ตนคิดว่าเวทีปราศรัยในปัจจุบันไม่มีผลเท่ากับโซเชียลมีเดีย เราขึ้นเวทีปราศรัยอาจจะมีคนมาฟังเราแค่ 500 คน แต่โซเชียลมีเดีย 1 โพสต์มีคนมาดูเป็นล้านวิว
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กล่าวระหว่างช่วยนายชัยวัฒน์หาเสียงว่า นายชัยวัฒน์ใช้เวลาทุกวันออกสื่อเพื่อเสนอนโยบายและแสดงวิสัยทัศน์ว่า ทีมบริหารของพรรคประชาชนมีความพร้อม นโยบายพร้อม มีความเข้าใจความเจ็บปวดของคน กทม. ตลอดจนนายชัยวัฒน์ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพวกเราทำเต็มที่ ส่วนพื้นที่เยาวราชถือว่ามีความมั่นใจ ทุกคนในพรรคทำงานเต็มที่ ทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็ง ไม่ได้ทำแบบวันแมนโชว์
ด้านนายอนุชากล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะมุ่งนำเสนอ Bangkok Vision เพื่อส่งมอบอนาคตและความหวังให้คนกรุง เพราะการแก้ปัญหาพื้นฐานเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่เมืองต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีกว่าภายใต้แนวคิด กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้
ขณะที่นางมัลลิกา กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงว่า โลกยุคใหม่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไม่ควรรอจนเรียนจบแล้วจึงเริ่มทำงาน แต่ควรมีโอกาสเรียนรู้การสร้างรายได้และการประกอบอาชีพตั้งแต่อยู่ในรั้วโรงเรียน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นครีเอเตอร์ การผลิตคอนเทนต์ การขายสินค้าออนไลน์ การทำ Affiliate Marketing การใช้ AI สร้างธุรกิจ การเขียนโปรแกรม การออกแบบกราฟิก หรือการทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริมและสร้างประสบการณ์จริงก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและตลาดแรงงาน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกนิติ’ตั้งเป้า ดันกรอ.ปั้นศก. เหมือนป๋าเปรม
“เอกนิติ” เตรียมต่อยอดความเชื่อมั่นประเทศไทย หลัง ศก.ไทยรับสัญญาณบวก 2 เด้ง
‘หนู’ลั่นไม่บ้าจี้ พูดคุยเปิดด่าน กองทัพคุมเข้ม
“อนุทิน” เผยดึงข้อศอก “ฮุน มาเนต” คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน ลั่นไม่มีพูดเรื่องเปิด-ปิดด่าน
‘DSI’แฉโอน28ล้านใน1วัน
"ดีเอสไอ" เปิดเส้นทางเงิน “ป้อม ภาวุธ" เกี่ยวข้องขบวนการกลุ่มหลอกลวงลงทุน Forex
‘อนุทิน’เมินปรับคณะรัฐมนตรี
"นายกฯ" บอกผลงาน "รมต.ภท." ไม่ต้องวัด KPI มีแต่ “อนุทิน PI” ยันยังไม่ปรับ ครม. ลั่นคุย “ไชยชนก” ทุกเรื่อง
ราชวงศ์ร่วมพิธีธรรม กรมพระศรีสวางควัฒนฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" วธ.รวมพลัง 5 ศาสนาแสดงความอาลัย ประกอบพิธีศาสนาครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน
'อดีต กกต.' เทียบชัดๆ สองอนุฯ ชุด 26 กับ 36 ในคดีฮั้ว สว.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชื่นชม อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. แต่ชวนให้สงสัย อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต.

