‘เอกนิติ’ตั้งเป้า ดันกรอ.ปั้นศก. เหมือนป๋าเปรม

“เอกนิติ” เตรียมต่อยอดความเชื่อมั่นประเทศไทย หลัง ศก.ไทยรับสัญญาณบวก 2  เด้ง หวังดัน กรอ.เป็นตัวหลักขับเคลื่อนประเทศในระยะยาวเหมือนยุค “ป๋าเปรม” รัฐบาลโอ่ผลงานเยือนรัสเซีย “อนุทิน” หารือ “ปูติน” สุดชื่นมื่น  ชูไทยประตูยุทธศาสตร์สู่ตลาดอาเซียน

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์   หรือเอสแอนด์พี คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ ว่าสะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและเสถียรภาพด้านการคลัง พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตที่ระดับ 2% ขณะที่สถาบัน IMD ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยมีอันดับดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งผลการจัดอันดับล่าสุดนี้มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่รัฐบาลจะนำมาพิจารณาและหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นจากการขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งจะประชุมนัดแรกในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.นี้

 “กรอ.จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะยาว โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนผมเป็นรองประธาน ซึ่งล่าสุดมอบให้ฝ่ายเลขานุการ  กรอ. จัดเตรียมวาระการประชุมให้สอดคล้องกับสิ่งเอสแอนด์พี และสถาบัน IMD ให้ความสนใจ คือทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะยาว” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวต่อไปว่า การขับเคลื่อนประเทศภายใต้ กรอ.ในระยะต่อไป จะจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อนใน 4 ด้านหลักๆ  ประกอบด้วยคณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน,   ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน, ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะพัฒนาการที่ดีขึ้นภายในเวลา 3-4 ปี โดยแนวทางการทำงานจะอิงรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นเดียวกับยุครัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำ เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายอนุทินกล่าวประเด็นนี้ว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่ให้ความมั่นใจต่อนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สะท้อนต่อความมั่นใจของนานาชาติ และเป็นทําให้ศักยภาพของประเทศไทยมีการยกระดับสูงขึ้น ผู้ที่จะมาลงทุน มาท่องเที่ยว มาใช้ชีวิตในประเทศไทยก็มีความมั่นใจมากขึ้น ขอย้ำว่าต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนและขอให้เราร่วมมือกันอย่างนี้ต่อไป

สำหรับการเดินทางไปสหพันธรัฐรัสเซียนั้น นายอนุทินได้หารือทวิภาคีกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย โดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงผลหารือว่า ทั้งสองฝ่ายหารือด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยทั้งสองประเทศเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย ในปี 2570 ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือต่างๆ ทั้งด้านการเมืองและความมั่นคง, ด้านเศรษฐกิจ, ความร่วมมือในเวทีพหุภาคี และด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

น.ส.รัชดายังแถลงผลการเดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ณ เมืองคาซาน ระหว่างวันที่ 17-18 มิ.ย. ว่านายกฯ ได้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในฐานะประตูยุทธศาสตร์ เชื่อมภาคธุรกิจรัสเซียสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคน พร้อมเชิญชวนนักลงทุนรัสเซียใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจสู่ภูมิภาค โดยชูจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมอาหาร การแพทย์และสุขภาพ และเศรษฐกิจสีเขียว

 “การเยือนสหพันธรัฐรัสเซียในครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาสำคัญ ตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงของอาเซียน พร้อมเปิดโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน พลังงาน เทคโนโลยี และความมั่นคงทางอาหาร อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” น.ส.รัชดากล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘DSI’แฉโอน28ล้านใน1วัน

"ดีเอสไอ" เปิดเส้นทางเงิน “ป้อม  ภาวุธ" เกี่ยวข้องขบวนการกลุ่มหลอกลวงลงทุน  Forex

ราชวงศ์ร่วมพิธีธรรม กรมพระศรีสวางควัฒนฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"  วธ.รวมพลัง 5 ศาสนาแสดงความอาลัย ประกอบพิธีศาสนาครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน