“อนุทิน” เผยดึงข้อศอก “ฮุน มาเนต” คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน ลั่นไม่มีพูดเรื่องเปิด-ปิดด่าน เพราะเป็นคำต้องห้ามของคนไทย “กองทัพ” ยันเตรียมความพร้อมไม่ประมาท “ซาบีดา” แจงไม่ต้องวิตก “เขมร” นั่งกรรมการยูเนสโก
เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นคงชายแดนของไทยมีอะไรต้องเฝ้าระวังหรือไม่ว่า เราก็เฝ้าระวังชายแดนเราตลอดเวลา ซึ่งไปรัสเซียเที่ยวนี้ตอนที่นั่งอยู่ในห้องพักคอยก็ได้พูดคุยกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยยังยืนยันจุดยืนของไทย สถานะของประเทศไทย และสิ่งที่ไทยจะดำเนินการ ทั้งเรื่องอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS ) เรื่องท่าทีของเราต่อการเจรจาในกรอบอื่นๆ ทั้งกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) และถ้า UNCLOS ยังไปในแนวของการประนีประนอมภาคบังคับ ถ้ามีคำว่าบังคับเมื่อไหร่เราก็ต้องหยุดเจรจาในกรอบอื่นๆ ก่อนเป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลไทยได้วางเอาไว้ ส่วนเรื่องความพร้อมด้านชายแดนเราพร้อมอยู่แล้ว เราต้องเฝ้าระวังชายแดนตลอดเวลาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การพูดกันสองคนแบบนี้ได้บอกหรือไม่ว่าเขาจะไม่เปิดศึกอีก นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เรียกว่าดึงข้อศอกมาคุยกันแค่นั้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวกันมาอยู่แล้ว เพราะเวลาเจอกันตรงนั้นตามมารยาทธรรมเนียมการทูตเราต้องคุยอะไรอย่างไร ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย
ถามอีกว่า เขาได้ชี้แจงเราบ้างหรือไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน นายอนุทินกล่าวว่า เขาก็บอกว่าไม่ต้องการมีความขัดแย้ง ก็บอกว่าตนยิ่งไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันบั่นทอนความรู้สึกคนไทย เขาก็บอกว่าบั่นทอนคนของเขาเหมือนกัน อย่างนี้ก็ต้องหาแนวทางที่จะเดินหน้ากันต่อไป แต่ปัจจุบันยังใช้แนวทางที่เราเสนอไปให้พูดคุยกันก่อน แต่เขาเลือกแนวทางภาคบังคับ เราก็ตั้งตัวแทนของเราไป ถ้าชอบเราก็รับ ไม่ชอบเราก็ไม่รับ
เมื่อถามว่า ได้พูดเรื่องการเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เปิดด่านปิดด่านมันคำต้องห้ามอยู่แล้ว ไม่ไปจักจี้ไปพูดหรอก เดี๋ยวคนไทยโกรธตาย ไม่เอา
ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกกล่าวถึงการลงพื้นที่ปราสาทคนาว่า เป็นการให้กำลังใจทหารในพื้นที่ และเพื่อเป็นการย้ำว่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถในการเฝ้าปกป้องอธิปไตย ไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาได้
“ผู้บัญชาการทหารบกย้ำว่าต้องไม่ประมาทต่อสถานการณ์ ดังนั้นการทำงานทุกอย่างอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม โดยย้ำความสำคัญกับภารกิจ 3 ด้าน คือ 1.เฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมตลอดเวลา 2.ปรับปรุงที่มั่นต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย และ 3.การเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยทุกภารกิจต้องตั้งอยู่บนความปลอดภัยสูงสุด”
ต่อมา พล.ต.วินธัย พร้อมด้วย พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ปราสาทคนา ตั้งอยู่บริเวณสันปันน้ำบนเทือกเขาพนมดงรัก ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อดูผลการปฏิบัติการทางทหารในช่วงการสู้รบรอบที่ 2 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และได้ร่วมวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยแก่ ร.ต.เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย บริเวณอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นทหารกล้าที่เสียชีวิตในสมรภูมิการสู้รบ
พล.ท.วีระยุทธให้สัมภาษณ์ว่า ปราสาทคนาเป็นที่หมายแรกในการยึดพื้นที่เข้าปฏิบัติการทางทหาร ควบคุมพื้นที่ตามยุทธการศตวรรษ และมีกําลังพลสละชีวิต 1 นาย โดยปัจจุบันได้ยึดควบคุมพื้นที่เอาไว้ทั้งหมดตลอดแนว พร้อมทั้งยืนยันว่ากำลังพลทั้งหมดทุกเหล่าทัพ ประชาชนต่างเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องพื้นที่ ถือเป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา
“เราติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หากเกิดการปะทะรอบ 3 ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาค 2 และพื้นที่จันทบุรี-ตราดของกองทัพเรือ ล้วนมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ล่อแหลมทั้งหมด เราต้องรวบรวมข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์ ในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล ทรัพยากร การฝึก ใครพร้อมกว่า ไวกว่า มีอาวุธมากกว่า ไปถึงที่หมายได้ไวกว่า ก็มีโอกาสตอบโต้เอาชนะได้”
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ยังคงดำเนินมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนและปิดจุดผ่านแดนตามมาตรการด้านความมั่นคงอย่างเข้มงวดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้สามารถตรวจพบและสกัดกั้นการลักลอบเดินทางข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีกัมพูชาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกในคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ.2003 ขององค์การยูเนสโกว่า ไม่กระทบสิทธิในการยื่นจดทะเบียนของไทย เพราะการเป็นสมาชิกคณะกรรมการไม่ได้หมายความว่าประเทศนั้นๆ จะมีอำนาจเหนือกระบวนการการพิจารณาของยูเนสโก
“การยื่นเอกสารการขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม โดยเฉพาะชุดไทยพระราชนิยม หรือมวยไทยนั้น กระทรวงวัฒนธรรมมีความมั่นใจในเอกสารหลักฐานที่ยื่น เพราะกระบวนการพิจารณาจะต้องผ่านการตรวจสอบทางวิชาการ จากคณะผู้ประเมินอิสระ ซึ่งไทยมีครบถ้วนทุกมิติ โดยจะดำเนินการเชิงรุกและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป”
นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัด วธ. ในฐานะโฆษก วธ. ยืนยันว่า ประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียวไม่สามารถกำหนด ชี้ขาด ยับยั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณารายการมรดกวัฒนธรรมของประเทศอื่นได้โดยลำพัง ดังนั้น ผลการเลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะของรายการมรดกวัฒนธรรมของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ส่วนรายการของประเทศไทยที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา ยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์เดียวกันกับรายการของรัฐภาคีทุกประเทศ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมถ้อยคำสั้นๆ กินใจ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กเนื่องในวันแม่ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา พร้อมด้วย นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา และน้องชาย น้องสาว
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน

