‘อนุทิน’เมินปรับคณะรัฐมนตรี

"นายกฯ" บอกผลงาน "รมต.ภท."  ไม่ต้องวัด KPI มีแต่ “อนุทิน PI” ยันยังไม่ปรับ ครม. ลั่นคุย “ไชยชนก” ทุกเรื่อง เมินกระแสตี TH-AI Passport "เด็ก กธ." ไล่ "วราวุธ" พ้น "รมว.อุตฯ" เหตุโรงเหล็กซินเคอหยวน "2 กมธ.สว.-สส." หารือตุลาการศาล รธน.เคลียร์คำวินิจฉัยที่ 18/2568 "นรเศรษฐ์" เผยเลือก "ส.ส.ร." จากประชาชนโดยตรงได้ "ปชน." ดี๊ด๊าเร่งปรับร่างแก้  รธน. ลุย ส.ส.ร.จาก ปชช. 100%

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ชิงตอบคำถามสื่อทันทีที่สอบถามถึงกรณีเตรียมประเมิน  KPI รัฐมนตรีในการทำงาน 1 ปีว่า เดามาจากในเครื่องแล้วว่าจะต้องถามคำถามนี้ รัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ ฉะนั้นจะต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานการทำงานของเขาอยู่แล้ว

"ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ผมดูแลอยู่ ก็เป็นไปตามข่าว ทุกคนต้องทำงานทุ่มเททุกอย่างให้กับรัฐบาล ประเทศ และประชาชน  ตรงนี้ไม่ต้องวัด KPI เพราะมีแต่ API หรืออนุทิน PI” นายอนุทินกล่าว

ถามว่า มีกระทรวงใดที่จะต้องเจาะจงหรือไม่ โดยเฉพาะกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชน นายกฯ กล่าวว่า ตนดูภาพรวมและเจาะเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นปกติในการทำงานให้กับประเทศที่จะต้องมีการตื่นตัวตลอดเวลา คนเก่งจะไม่ตื่นตัวหรือติดลมบนแล้วก็ต้องปรับปรุง    เมื่อถามว่าที่วางเกณฑ์การประเมินผลไว้ 1 ปีจะมีระยะเวลาเร็วกว่านั้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ได้วางอะไรและไม่มีกำหนดเวลา เพราะหากทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองเมื่อไหร่ ก็จะต้องพิจารณาแก้ไขในทันที

เมื่อถามย้ำว่า ได้มีการวางไว้หรือไม่ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) เมื่อใด นายกฯ ปฏิเสธทันทีว่า ยังไม่คิดปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตอนนี้ รัฐมนตรีทุกท่านยังทำงานกันได้ด้วยดีอยู่ ยังทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ บางคนอ่อนประชาสัมพันธ์ก็มีการเชิญมาให้เร่งแจ้งผลงานที่ได้ทำ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

ซักว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีการพูดคุยกับรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้มีกระแสเชิงลบ นายอนุทินกล่าวว่า นายไชยชนก ชิดชอบ (รมว.ดีอี) เป็นเลขาธิการพรรค ภท. คุยกันเป็นประจำ คุยกันทุกวัน ปรึกษาหารือกันทุกเรื่องอยู่แล้ว เมื่อถามว่าตอนนี้กระทรวงดีอีเจอกระแสหนักกับโครงการ TH-AI Passport นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยสนใจกระแส แต่สนใจแต่ความจริงและสิ่งที่เป็นประโยชน์ และให้ความมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและศักยภาพของประชาชนทั่วไป นักศึกษาที่จะยกระดับเทคโนโลยีการสื่อสารระดับสูง

ถามว่า จะมีการวัด KPI ในส่วนของรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะไปยุ่งกับเขาได้อย่างไร แต่ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ต้องแจ้งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีกฎกติกามารยาทอยู่ หากมีความเสียหายก็ต้องแจ้ง แต่การตัดสินใจอยู่ที่ตน

นายอนุทินกล่าวถึงกรณีดึงอำนาจการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมกลับมาดูแลเองว่า เป็นโหมดๆ ไป ตอนนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านพ้นตรงนั้นไปแล้ว ตอนนี้คือการเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำเม็ดเงินเข้ามาในประเทศมากที่สุด และใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตโดยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ ยังขาดเพียงเรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่ก็ไม่มีปัญหา เพราะเรามีทางเลือกอีกหลายทางเลือก ด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ เพราะมีทั้งสนามบินท่าเรือ นอกจากแหลมฉบังก็ยังมีการจะขยายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ ที่ค่อนข้างจะความสมบูรณ์ ที่เชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่

 “ตอนนี้ผ่านจากช่วงโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องของการทำการตลาด ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะนายพิพัฒน์ต้องการจะนำโครงการกลับมาคืนผมทุกวัน และมีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งตอนแรกจะมอบให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลังเป็นผู้ดูแล แต่ช่วงนี้ผมเดินทางบ่อย มีการพบกับภาคเอกชนมากมายทั้งในและต่างประเทศ จึงนำกลับมาดูเพื่อที่จะขับเคลื่อนให้เร็วมากขึ้น" นายอนุทินกล่าว

พอถามว่า ไม่มีความขัดแย้งกันภายในใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งภายใน และยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องสัญญาโครงการเชื่อมรถไฟฟ้าสามสนามบิน อย่านำไปผูกเรื่อง เพราะเป็นคนละเรื่องกัน โครงการเชื่อมรถไฟสามสนามบิน เราต้องดูสัญญาและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ถ้าจะไปแก้สัญญาขอเรียนตรงๆ แก้ไม่ง่าย ถ้าแก้ได้อีกหน่อยคนที่ทำสัญญากับภาครัฐ ถ้าประสบปัญหาประสบเรื่องการส่งมอบพื้นที่ ความล่าช้าของงาน วิกฤตจากสถานการณ์โลก หรือสถานการณ์น้ำมันดิบ จะขอแก้สัญญา รัฐบาลจะเอาตังค์ที่ไหนมาให้ มันทำไม่ได้ อะไรที่กำหนดไว้ในสัญญาก็ต้องปฏิบัติตามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"คำว่าแก้ไขสัญญาไม่ว่าจะเป็นโครงการรัฐใดๆ ก็ตาม ไม่จบที่คำว่าแก้ไขสัญญา จะต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่มาประมูลแล้วไม่ชนะ ถ้าเขารู้ว่าแก้สัญญาได้ เขาก็จะใส่อีกราคาหนึ่ง ซึ่งมันไม่จบ ฉะนั้นดีที่สุดคือต้องเดินตามสัญญาว่าทำสัญญาหรือขณะลงนามรับทราบเงื่อนไขต่างๆ  ที่อยู่ในสัญญา" นายกฯ กล่าว

ขณะที่ นายชยานันท์ เกตุเมฆ สส.หนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม (กธ.) ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้งว่า ปัญหาซินเคอหยวนไม่ใช่เรื่องที่จะพูดให้จบด้วยประโยคว่าเอกสารผ่านแล้ว เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่กระดาษหนึ่งชุด แต่คือความมั่นใจว่าเหล็กทุกเส้นที่ใช้ในประเทศนี้ปลอดภัยจริง ได้มาตรฐานจริง และไม่มีใครใช้ช่องว่างทางอำนาจเปิดทางให้ทุนใหญ่กลับมาเดินเครื่องโดยที่สังคมยังค้างคาใจ

นายชยานันท์กล่าวว่า รมว.อุตสาหกรรม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ต้องเข้าใจว่างานอุตสาหกรรมไม่ใช่งานที่เอามือสมัครเล่นมาบริหารได้ เพราะนี่คือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน เครื่องจักร มาตรฐานสินค้า มลพิษ ความปลอดภัย และชีวิตของประชาชน หากรัฐมนตรีไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ และไม่มีภาวะผู้นำพอที่จะอธิบายเรื่องใหญ่ระดับประเทศได้ ก็ควรเปิดทางให้คนที่เหมาะสมกว่าเข้ามาทำหน้าที่

"รัฐมนตรีคนปัจจุบันอาจมีความสามารถด้านการพูด การใช้ภาษาอังกฤษ แต่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการมากกว่าทักษะการพูด ต้องการความรู้จริง ความกล้าตัดสินใจ ความเข้าใจระบบอุตสาหกรรม หากทำได้เพียงถือเอกสารขึ้นมาบังความกังวลของชาวบ้าน ก็ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพิจารณาเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด” สส.พรรค กธ.รายนี้ระบุ

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการฯ รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ในประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้งนี้ ตุลาการที่เข้าร่วมการหารือ ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, นายอุดม รัฐอมฤต  และนายสราวุธ ทรงศิวิไล

นายนรเศรษฐ์ให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ไม่ได้เป็นประเด็นที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อจำกัดอยู่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อย่างไรก็ตาม หากมีสภาหรือองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างอีกทอดหนึ่ง ก็สามารถดำเนินการได้

ส่วนนายพริษฐ์กล่าวว่า จากคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ คือการให้ประชาชนเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะไม่สามารถเลือก ส.ส.ร.ได้ ดังนั้น หากออกแบบให้ ส.ส.ร.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างและพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัย

"พรรค ปชน.อาจนำประเด็นดังกล่าวกลับไปหารือภายในพรรค เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันจุดยืนเดิมที่ต้องการให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% หลังได้รับความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยไม่ได้ห้ามการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว" ปธ.วิปฝ่ายค้านกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘DSI’แฉโอน28ล้านใน1วัน

"ดีเอสไอ" เปิดเส้นทางเงิน “ป้อม  ภาวุธ" เกี่ยวข้องขบวนการกลุ่มหลอกลวงลงทุน  Forex

ราชวงศ์ร่วมพิธีธรรม กรมพระศรีสวางควัฒนฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"  วธ.รวมพลัง 5 ศาสนาแสดงความอาลัย ประกอบพิธีศาสนาครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง