นายกฯ เปิดงานผีตาโขน แพลม “ไทยช่วยไทยพลัส” ทำเงินสะพัด โครงการหมดต้องหาเงินให้ประชาชนใช้อีก จับตาประชุม กรอ.นัดแรก 22 มิ.ย.นี้ “ฝ่ายค้าน” ตีปี๊บถกงบ 70 “เท้ง” บอกรอฟังรัฐมนตรีแจงสดแบบไร้สคริปต์ “ปชป.” รอสับกลไกการป้องกันการทุจริต
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. ที่เวทีกลางหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน จังหวัดเลย ประจำปี 2569 โดยนายอนุทินกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ผีตาโขนไม่ใช่การละเล่นที่สนุกสนาน หรือขบวนแห่สีสันสวยงาม แต่เป็นเรื่องราวของชุมชน เป็นความศรัทธาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นี่คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของ จ.เลย และเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าเป็นหุ้นก็คือหุ้นที่ให้เงินปันผลตลอด
นายอนุทินยังกล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ว่า อยากจะให้พี่น้องได้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าไทย อุดหนุนคนไทยด้วยกันเอง ถ้าโครงการนี้พี่น้องบอกว่าไม่เอาไม่จ่าย เสียโอกาสทั้งตัวเราเองและผู้ขาย ถ้าโครงการนี้มันหมดลงไป และระหว่างรอยังไงก็ต้องกลับมาอีกไม่ให้หยุด ต้องหาเงินหาทองมาให้พี่น้องจนได้
จากนั้นนายกฯ เปิดงานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน ด้วยการชูสัญลักษณ์หน้ากากผีตาโขน พร้อมทดลองสวมหน้ากากผีตาโขนด้วย ก่อนจะเดินทักทายพบปะพี่น้องประชาชนและทักทายขบวนผีตาโขนที่มาร่วมงานด้วย
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 09.30 น. นายอนุทินจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรก โดยเตรียมหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลและผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับเจ้าสัวเมื่อช่วงกลางเดือน พ.ค.
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนประเทศภายใต้ กรอ. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เคยระบุว่าจะจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อนใน 4 ด้านหลักๆ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน, ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 3-4 ปี ส่วนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ระบุว่าการประชุม กรอ.ครั้งนี้ จะหารือถึงแนวทางการปรับปรุงข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานกับคณะกรรมการร่วมพรรคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ไว้แล้ว โดยเฉพาะการทบทวนกฎหมายลำดับรอง คือ กฎกระทรวงต่างๆ ที่มีกว่า 7,600 ฉบับ โดยเบื้องต้นได้หารือร่วมกับ กกร.และตั้งคณะกรรมการร่วมกันแล้ว คาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือน เพื่อสรุปแนวทางเสนอ กรอ.หรือเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ส่วน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เพื่อปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้งานที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์กับประชาชน โดยล่าสุดนายปกรณ์ได้รายงานต่อนายกฯ ว่าร่างกฎหมายปรับปรุงแก้ไขเสร็จแล้ว และอยู่ในขั้นตอนเสนอให้นายเอกนิติและอธิบดีกรมบัญชีกลางพิจารณา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
“การแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ จะทำให้การใช้เงินแผ่นดินมีประสิทธิภาพขึ้น ได้งานที่มีคุณภาพ คุ้มค่า โปร่งใส ลดปัญหาทิ้งงาน และช่วยให้โครงการภาครัฐเดินหน้าได้เร็วกว่าเดิมเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม” น.ส.รัชดากล่าว
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่าเตรียมผู้อภิปรายไว้ค่อนข้างพร้อมแล้ว ส่วนที่รัฐบาลต้องการเห็นการอภิปรายของฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์นั้น ก็อยากเห็นการตอบคำถามที่สร้างสรรค์เช่นเดียวกัน คือรัฐมนตรีต้องนั่งอยู่ในสภา ฟัง สส.อภิปราย และตอบคำถามแบบสดๆ ได้ โดยไม่ต้องรอคิวรอสคริปต์ที่ข้าราชการเขียนให้
เมื่อถามว่าต้องเตรียมองครักษ์ไว้หรือไม่หากมีการประท้วง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปกติมีการเตรียมทีม สส.ที่แม่นยำเรื่องข้อบังคับการประชุมอยู่แล้วในทุกการอภิปรายใหญ่ๆ
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กรุงเทพฯ พรรค ปชน. กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเงินการคลังของไทยขณะนี้ยังไม่นำไปสู่ภาวะวิกฤตความเชื่อมั่นแบบอินโดนีเซีย แต่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น หากไม่มีแผนการปรับสมดุลทางการคลังอย่างเป็นรูปธรรมในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าอย่างจริงจัง โดยงบประมาณปี 2570 ของไทยหนี้สาธารณะอยู่ที่ 69.36% ต่อจีดีพี ห่างจากเพดานกฎหมายวินัยการคลังที่ 70% เพียงแค่ 0.64% เท่านั้น ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเป้าหมายเพียงเล็กน้อย หนี้จะทะลุเพดานทันที
“งบประมาณปี 2570 ต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 310,950 ล้านบาท แต่จ่ายคืนเงินต้นเพียง 151,520 ล้านบาท หมายความว่ารัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นประมาณสองเท่า และภาระจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่างบประมาณของหลายกระทรวงเสียอีก นี่ไม่ใช่การบริหารจัดการงบประมาณบริหารเงินภาษีของประชาชนที่ดี เรากำลังจมปลักอยู่กับหนี้สาธารณะ เพิ่มภาระให้ลูกหลานมากขึ้นเรื่อยๆ หากคำนวณดู พบว่าคนไทยต้องร่วมกันจ่ายภาระดอกเบี้ยให้หนี้สาธารณะวันละ 852 ล้านบาท ชั่วโมงละ 35 ล้านบาท นาทีละ 592,000 บาท หากยังเดินหน้านโยบายประชานิยม ละเมิดกรอบวินัยการคลัง ไม่ปฏิรูปรายได้ภาครัฐ ก่อหนี้เพิ่มจนต้องขยับเพดาน เสี่ยงวิกฤตฐานะการคลัง สู่วิกฤตความเชื่อมั่นแบบอินโดนีเซีย ค่าเงินดิ่ง ตลาดหุ้นทรุด ได้ในอนาคต”
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า พรรคเตรียม สส.ที่จะอภิปราย 3-4 คน ซึ่งเรื่องใหญ่ที่พรรคจะชี้เห็นคือรัฐบาลดำเนินการ จัดทำร่างกฎหมายโอนงบล่าช้าทำให้ไทยเสียโอกาสเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณ เพราะเดิมรัฐคาดการณ์จะทำการโอนงบได้เกือบ 100,000 ล้านบาท แต่สุดท้ายโอนงบได้เพียง 10,000 ล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการโอนงบได้เร็ว อาจไม่ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทำให้เสียโอกาสในการใช้งบประมาณโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
นายสาทิตย์ยังกล่าวถึงการอภิปรายงบประมาณปี 2570 ว่า การใช้จ่ายต้องกำหนดทิศทางที่ชัดเจน เช่น 1.ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 2.ในภาวะการทางเศรษฐกิจต้องระมัดระวังหลายเรื่อง เช่น เรื่องเงินเฟ้อ 3.ต้องรู้ว่าการใช้จ่ายตามนโยบายรัฐบาลตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจหรือไม่ และ 4.โครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ควบคุมทิศทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวง ทบวง กรม ทำให้งบซ้ำซ้อนและสูญเปล่า
“การป้องกันการทุจริตการใช้งบประมาณที่อาจเกิดขึ้น จะเป็นประเด็นใหญ่ในการอภิปราย ว่าการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี เรื่องใหญ่คือการใช้ Open Data การเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ในการอภิปราย พรรคจะชี้ให้เห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างที่เรียลไทม์ทันต่อเวลา จะทำให้เกิดการตรวจสอบรั่วไหลของงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายสาทิตย์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

