"อนุทิน" ควันออกหู ลั่น! ไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ หลังพรรคส้มโยง "ดีเอสไอ" กลั่นแกล้งคดี "ภาวุธ" ยันไม่ทำเรื่องสับปะรังเคดิสเครดิต เหน็บ "ไอซ์-รักชนก" ขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมขยับจากคดีสืบสวนหลอกลงทุน Forex ทั่วไป เป็นคดีพิเศษแชร์ลูกโซ่ขยายผลฟอกเงิน เปิดสัมพันธ์ใกล้ชิด "ภาวุธ" โยงชายปริศนา เที่ยวปารีส-สัมมนาร่วมกัน พบข้อมูลเป็นโบรกเกอร์และมีส่วนเกี่ยวข้องในบริษัท QRS
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องอดีต สส.พรรคประชาชน (ปชน.) คดียาเสพติด ซึ่ง ปชน.ได้นำมาเชื่อมโยงกับกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงเปิดชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อาจเชื่อมโยงคดี Forex มองเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองว่า เขาคงคิดไปเรื่อย ถ้าตนกลั่นแกล้งจริงคงโดนไปหลายคนแล้ว "ผมไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆพวกนี้"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเชื่อมโยง เพราะก่อนหน้านี้นายภาวุธออกมาเปิดเผยเรื่อง TH-AI Passport นายกฯ ตอบว่า วันนี้เราจะไม่พูดอะไรที่ไปย่ำยีซ้ำเติม หรือจะไปบอกว่าคนนี้ผิดคนนี้ถูก เพราะมันมีกระบวนการในทางกฎหมาย คนที่ถูกกล่าวหาก็ไปชี้แจงข้อกล่าวหา หาหลักฐานไปหักล้างข้อกล่าวหาเท่านั้นเอง หากทุกอย่างหักล้างไปได้ ถูกต้อง ไม่มีความผิดพลาดอะไร เราจะไปทำอะไรได้
"ผมมีเรื่องอื่นที่ถนัดที่ผมสนุก ที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองกับประชาชนให้ทำเยอะแยะ ไม่ไปทำเรื่องอย่างที่บอก หลุดพูดไปเดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็ไปนั่นอีก"
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า "ผมไม่ทำเรื่องสับปะรังเคพรรค์นี้หรอก เพราะว่านี่รัฐบาล คนทำผิดกฎหมายก็มีเจ้าพนักงานมีอะไรที่ต้องดูแลไป เรามีหน่วยงานทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายกฯ จะไปทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น"
นายอนุทินกล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย (ภท.) ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของ สส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้ สส.ของพรรคภูมิใจไทยออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเองว่า ก็เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย คนอื่นไม่ต้องมายุ่ง
ถามถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าว เสมือนเป็นการเสียดสีนายกฯ ว่าคนที่ไม่มีตำแหน่งให้รีบออกมาทำผลงานปกป้องนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายกฯ กล่าวว่า "เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด"
เสนอเป็นคดีพิเศษ
ซักว่า รัฐมนตรีของ ภท.ในขณะนี้ยังทำงานได้ดีใช่หรือไม่ นายอนุทินเผยว่า ประเมินอยู่เรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ต้องดูความทุ่มเทและความมุ่งมั่นด้วย แต่ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาหลัก ถ้าเห็นว่าตรงไหนน่าจะทำได้ดีกว่า เราก็แนะนำ
สำหรับความคืบหน้าคดี Forex มีรายงานภายในจากดีเอสไอเปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะพนักงานสืบสวนได้ขยายผลสอบปากคำพยานผู้เสียหาย ทั้งในส่วนที่มาร้องทุกข์กับดีเอสไอเอง และในส่วนที่ไปร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ประกอบกัน และเร่งรวบรวมหลักฐานนำไปวิเคราะห์ตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าใน 2 วันนี้จะสามารถเสนอขออธิบดีดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษในความผิดฐาน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือเรียกว่าคดีแชร์ลูกโซ่ Forex เนื่องจากคำร้องทุกข์ของพยานผู้เสียหายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นคำร้องที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์การถูกแนะนำให้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์จากเว็บไซต์ในต่างประเทศ โดยสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเจ้าหน้าที่หรือผู้แนะนำการลงทุน (salesman หรือ Agent) ที่คอยให้คำแนะนำ สอนการเทรด โชว์กำไรปลอมจากผู้ชักชวนลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเข้าไปเทรดมากขึ้น แสดงผลพอร์ตที่ได้ผลกำไรสูงเพื่อจูงใจให้ฝากเงินเข้าทำการเทรด โดยมีการจัดเซลส์ประกบดูแลลูกค้าเป็นรายๆ
ซึ่งช่วงแรกถอนเงินได้จริง แต่ต่อมามักอ้างเงื่อนไขหรือขายคอร์ส ฝากเทรด หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ จนไม่สามารถถอนเงินได้จริง อีกทั้งยังมีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตามรอบเวลา แต่เป็นการนำเงินเข้าสู่พอร์ตการลงทุนเพื่อซื้อขายเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (Price Difference) โดยอ้างอิงว่ามีการซื้อขายผ่านระบบของโบรกเกอร์ต่างประเทศ
เกิดปัญหาพอร์ตแตก
นอกจากนี้ คณะพนักงานสืบสวนไม่ได้มุ่งเน้นไปแค่การตรวจสอบการกระทำที่เป็นความผิดเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่คณะพนักงานสืบสวนจะเน้นไปที่ความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือเรียกว่าคดีแชร์ลูกโซ่เป็นการเฉพาะ เนื่องจากเป็นฐานความผิดที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายของดีเอสไอ และสามารถขยายผลดูในเรื่องของการฟอกเงินได้ด้วย ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนอยากจะทำให้ครบทุกมิติ เพราะการทำคดีอาญาอาจไม่เพียงพอเท่าการพยายามติดตามทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพื่อสำหรับชดใช้เฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายจำนวนมาก
สำหรับผลการสอบปากคำพยานผู้เสียหาย พบว่าส่วนใหญ่มีการลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักสิบล้านบาท แล้วแต่รายกรณี โดยในปัจจุบันนี้พบมูลค่าความเสียหายสูงสุดอยู่ที่ 70 ล้านบาท ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้เสียหายบางรายแท้จริงแล้วอาจเป็นโบรกเกอร์ ที่ไปชักชวนผู้อื่นมาลงทุนด้วย แต่เมื่อเกิดปัญหาพอร์ตแตกจึงอ้างตนว่าเป็นผู้เสียหายด้วยนั้น ในประเด็นนี้คณะพนักงานสืบสวนต้องดูรอบด้าน ว่าบุคคลนั้นมีพฤติการณ์ที่เข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามความผิดของคดีแชร์ลูกโซ่หรือไม่
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับกลุ่มของโบรกเกอร์ฟอเรกซ์ อาทิ บริษัท QRS Global, บริษัท HFM, บริษัท GOFX, บริษัท Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) เช่น อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ และกลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด 2.บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด นั้น คณะพนักงานสืบสวนยังอยู่ระหว่างวิเคราะห์หลักฐานทั้งหมดที่ได้มาจากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งในเร็ววันนี้จะได้มีการพิจารณาออกหมายเรียกพยานให้บุคคลทั้งหมดเข้ามาชี้แจง
มีภาพชายปริศนา
แหล่งข่าวเผยด้วยว่า กรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ที่ถูกพบว่ามีความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินจำนวน 28 ล้านบาท (วันที่ 18 ก.ค. 2567) ซึ่งรับโอนจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด นั้น พนักงานสืบสวนก็ต้องรอฟังคำชี้แจงของเจ้าตัวก่อน ส่วนกรณีที่ในรูปภาพแผนผังความเชื่อมโยงสัมพันธ์ปรากฏมีภาพชายปริศนารายหนึ่ง มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) และรายงานการสืบสวนยังระบุว่ารู้จักและสนิทสนมกับนายภาวุธ เพราะเคยไปเที่ยวปารีสด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนาร่วมกันนั้น ข้อมูลจากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ชายปริศนารายนี้มีบทบาทเป็นทั้งโบรกเกอร์ และยังเป็นผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องในบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) อีกด้วย
ส่วนกรณีบทบาทของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม จะอยู่ในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ 2 แห่ง คือ 1.บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการรับจัดฝึกอบรมสัมมนา และ 2.บริษัท HF Markets (SV) Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน โดยมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เบื้องต้นพนักงานสืบสวนยังไม่พบข้อมูลเส้นทางการเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เชื่อมโยงถึงนายรัฐภูมิแต่อย่างใด
รายงานภายในดีเอสไอย้ำว่า ตอนนี้ทั้งนายภาวุธและนายรัฐภูมิยังไม่ได้มีการประสานขอเข้าพบพนักงานสืบสวนเพื่อชี้แจงข้อมูลแต่อย่างใด ส่วนหลังจากนี้พนักงานสืบสวนจะได้เร่งขยายผลเพื่อดูว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยไม่ได้มุ่งเน้นแค่คนในแวดวงทางการเมืองหรือวงการบันเทิง เพราะถ้าหากใช้หลักฐานเชื่อมโยงก็เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริง
'ภาวุธ' พร้อมชี้แจง
ด้านนายภาวุธโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้ตนกำลังเตรียมและรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงกับดีเอสไออยู่ ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่
เนื่องจาก เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อหลายปีแล้ว ทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควรรวบรวมเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด ตนได้เริ่มกระบวนการในการขอเอกสารจากสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อมูลกับดีเอสไอและพรรคในลำดับต่อไป
ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. กล่าวว่า ขอแบ่งเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ ความสมัครใจของนายภาวุธเอง เชื่อว่านายภาวุธพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงต่อทุกหน่วยงาน แต่รอความชัดเจนจากทาง DSI ก่อน ว่าตกลงแล้วข้อกล่าวหาที่มีต่อนายภาวุธเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้นายภาวุธยังอยู่ในสถานะของผู้ต้องสงสัยอยู่ ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของกระบวนการภายในพรรคประชาชน ก็มีมาตรฐานการกำกับดูแลกระบวนการภายในอยู่เช่นเดียวกัน
ส่วนนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ปชน. กล่าวเสริมว่า ถ้าเราพิจารณาจากสิ่งที่ดีเอสไอตั้งโต๊ะแถลง คิดว่าสังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ จากการติดตามการแถลงของดีเอสไอก็ทราบว่าจะแถลง 3 ประเด็น แต่สุดท้ายปรากฏว่าแถลงประเด็นเดียว การแถลงที่พาดพิงมาที่นายภาวุธ ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ชี้ด้วยซ้ำว่าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างไร แต่กลับสร้างความเคลือบแคลงให้สังคมรู้สึกต่อตัวนายภาวุธ
วัฒนธรรมพรรคส้ม
"ผมเองก็ต้องตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกต ว่านี่มันคือความพยายามที่จะลดทอนความน่าเชื่อถือของนายภาวุธและของพรรคประชาชนในการตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐบาลหรือไม่ เป็นความพยายามที่จะทำให้ความเข้มข้นในการตรวจสอบของเราลดลงหรือเปล่า" นายพิจารณ์กล่าว
นายพิจารณ์ยังกล่าวว่า การชี้แจงต่อสังคมก็เป็นหน้าที่ที่นายภาวุธต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้สังคมได้รับรู้ข้อกล่าวหายังไม่ชัดเจน แต่หากติดตามในโลกโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็นว่าข้อกล่าวหาอาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรข้ามชาติ หลอกลวงฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งนายภาวุธก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กับตัวเอง ถึงขั้นบอกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. สำหรับพรรคเองเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางพรรคก็จะมีคณะกรรมการวินัยที่จะตรวจสอบเป็นการภายในของพรรคเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานและวัฒนธรรมที่พรรคยืนยันว่าเราไม่มีการปกป้องคนผิด แต่ปัจจุบันดีเอสไอยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ กับนายภาวุธเช่นเดียวกัน
ถามว่า การแถลงที่ผิดวิสัยแบบนี้ ถ้าสุดท้ายนายภาวุธไม่มีความผิด มีโอกาสที่จะฟ้องหรือเรียกร้องหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า ต้องถามว่าการแถลงของดีเอสไอ ประเทศไทยได้อะไร ประชาชนได้อะไร เราอยากเห็นบทบาทการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งทำงานอย่างตรงไปตรงมา แก้ปัญหาให้ประชาชนจริงๆ เราอยากเห็นการทำงานที่ตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของประเทศ สำหรับกระบวนการทางกฎหมายตรงนั้นยังคงไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดหรือลงรายละเอียด แต่อยากจะให้กำลังใจข้าราชการทุกคนมากกว่า ถ้าทำงานและยึดมั่นในอุดมการณ์ ผลประโยชน์ของประชาชน เชื่อว่าสังคมพร้อมที่จะสนับสนุน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ’ ทรงบำเพ็ญกุศล พระศพ‘องค์ภา’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
ไทยตอบรับเข้าUNCLOS
"กต." แจงไทยส่งหนังสือแจ้งเข้าร่วมกระบวนการ UNCLOS มอบ "สีหศักดิ์" นำทัพตัวแทนหลัก พร้อมผนึก 2
ผุด‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ คนจนตกหล่น5ล้านราย
นายกฯ ถก กรอ.นัดแรก ยกเป็น “ครม.เศรษฐกิจพลัส” หวังกลั่นกรองเรื่อง ศก.ก่อนชงเข้า ครม.
ม็อบบุกทำเนียบ ค้าน‘พ.ร.บ.SEC’ ชี้แลนด์บริดจ์เจ๊ง
เครือข่าย SEC Watch-ภาคประชาชนภาคใต้ ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เรียกร้องนายกฯ 3 ข้อ
สอน‘เท้ง’อย่าล่มเรือแก้รธน.
"นิกร" สอน "เท้ง" เป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช. อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกเรือตัวเอง
ประโคมย่ำยาม ‘พระพิธีธรรม’ ‘พระองค์ภา’
“พระราชวงศ์-องคมนตรี” บำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ประโคมย่ำยาม 6 ช่วงเวลา ประกอบพระอิสริยยศ

