เคาะงบ70-โอนงบ-ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า

ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี  70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.งบฯ 72 คน พร้อมอภิปรายในสภา นายกฯ เปิดงาน Thailand FastPass เร่งรัดการลงทุน ไม่ต้องห่วงเรื่องความมั่นคง ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ ลั่นเศรษฐกิจไทย "หั่งเช้งดี" "เอกนิติ” เชื่อดึงเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแตะ 7 แสนล้านบาท นายกฯ รับดรามาค่าไฟแฝงบิล ปชช. สั่ง "รมว.พลังงาน-กฟภ.-กฟน." หาข้อเท็จจริง  ไม่ผลักภาระให้ ปชช. "พิพัฒน์" เผย ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค.70 

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 23 มิถุนายน    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่า มีความพร้อม วันนี้ก็ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ  และมีข้อตกลงที่จะให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 72 คน ทุกอย่างก็ผ่านไปหมดแล้ว

เมื่อถามว่า ต้องมีการซักซ้อมเตรียมการบ้านข้อใดเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะบางโครงการฝ่ายค้านจับจ้องเป็นพิเศษ นายอนุทินกล่าวว่า มีแต่ข้อจริง ข้อเท็จไม่มี

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ..... และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยขอให้ ครม.ทุกคนใช้โอกาสนี้ในการให้ข้อมูลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ในทุกข้อซักถาม รวมถึงอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบการเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ และนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

สำหรับกรอบเวลาตามปฏิทินงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ วาระที่ 1 ในวันที่ 25 มิ.ย.2569 จากนั้น วันที่ 29 มิ.ย. 2569-1 ก.ค.2569 สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารทั้ง 2 พ.ร.บ.ได้ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงบประมาณ

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับผู้แทน 8 หน่วยงาน ได้แก่ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมศุลกากร, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง  และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้ลดภาระค่าขั้นตอนด้านเอกสาร แต่จะต้องให้ถึงในจุดที่วันสต็อปเซอร์วิสให้ได้ วันนี้ตนมีหน้าที่กำกับดูแลมอบนโยบายให้ความรับผิดชอบต่อทุกหน่วยงานในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐ ซึ่งต้องขอขอบคุณนายเอกนิติ ในฐานะที่กำกับดูแลบีโอไอ ที่ได้ตอบสนองนโยบายของตนให้อย่างรูปธรรม แค่เราประกาศว่าจะทำ FastPass จะเข้าองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) จะทำทุกอย่างความโปร่งใส จะยึดหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศนี้ทุกคน และเมื่อนานาชาติหรือบริษัทที่ทำการประเมินผลประเทศไทยอยู่ในสถานะไหน เขาได้เห็นสิ่งที่เรากำลังจะทำ เขาก็ปรับความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยทันที

 “ส่วนเรื่องความมั่นคง ท่านไม่ต้องห่วง ไม่มีใครทำร้ายประเทศไทยได้ ไม่มีใครคุกคามไม่มีใครรุกราน ไม่มีใครทำให้ไฟฟ้าของท่านดับลง ไม่มีใครทำให้น้ำที่ใช้ระบบการผลิตไม่ไหล ไม่มีใครทำให้น้ำมันขาดแคลน ก๊าซขาดแคลนจากประเทศนี้ได้ ฉะนั้นปัจจัยที่สนับสนุนการผลิต รัฐบาลนี้ให้คำยืนยันว่าท่านมีความมั่นคงในเรื่องของแหล่งพลังงาน ปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้การผลิตของท่านมีความราบรื่นและมีประสิทธิภาพ" นายกฯ กล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า ขอยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ หากท่านไปเทียบน้ำหนัก ประเมินในทุกปัจจัย ทั้งโลเคชัน ระบบโลจิสติกส์ เสถียรภาพของรัฐบาลและเครือข่ายทางการค้า เชื่อมั่นว่าในภูมิภาคนี้ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางและมีความพร้อมมากกว่าประเทศอื่นๆ

ฟุ้งเงินลงทุนสะพัด 7 แสนล้าน

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ได้กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้เกือบ 7 แสนล้านบาท ผ่านการเร่งรัดโครงการ BOI FastPass และ Thailand FastPass เน้นการเปลี่ยนความเชื่อมั่นจากใบสมัครส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

อย่างไรก็ดี นโยบายการเร่งรัดการลงทุนยังส่งผลสะท้อนไปยังตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการขยายตัว 2.8% โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนภาคเอกชน ที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 10.1% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี การขยายตัวดังกล่าวนับเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโครงการส่งเสริมการลงทุนเริ่มมีการใช้จ่ายเงินจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาทไปแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผ่านกลไกการเร่งรัดที่รัฐบาลได้ริเริ่มขึ้น

"การเติบโตนี้ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังและสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะยาว ผ่านเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้าสู่ภาคการผลิตและภาคการก่อสร้างของประเทศอย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลมั่นใจว่าด้วยแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ จะทำให้เป้าหมายการลงทุนจริงจำนวน 7 แสนล้านบาทสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีปีนี้" รองนายกฯ กล่าว

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด Thailand FastPass ว่า โครงการ Thailand FastPass คือโครงการที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยจะทำให้ขั้นตอนต่างๆ ในการขออนุมัติและขออนุญาตสั้นลง และในอนาคตก็จะทำให้ระยะเวลาในการดำเนินการทุกขั้นตอนสั้นที่สุด เชื่อมั่นว่าจะมีผู้ประกอบการและนักลงทุนอีกมากมายเข้ามาสู่โครงการ สามารถดำเนินกิจการได้เร็วขึ้น รัฐบาลมีเสถียรภาพก็จะสร้างความมั่นใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะมาประกอบกิจการ นำเม็ดเงินมาสู่ประเทศไทย เราจะต้องทำให้เสถียรภาพเกิดขึ้นในรัฐบาล

นายกฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทที่เข้ามาก็ต้องมีความพร้อม มีความโปร่งใส และเมื่อถึงวงรอบ ก็ต้องมีการไปตรวจหรือสุ่มตรวจ แต่ถ้าเราเปิดโอกาสขึ้นมาแล้วและเกิดมีเรื่องของการลดสเปกหรือการหลบเลี่ยงภาษี หรือเรื่องแรงงานเถื่อน เหล่านี้เราก็ต้องทำให้เห็นว่านรกมีจริง ก็ต้องถูกดำเนินคดี ถ้าทำอย่างนี้ได้เราก็จะเป็นประเทศที่สามารถขยายการลงทุน ขยายโอกาสในการสร้างรายได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

เมื่อถามว่า แสดงว่าเศรษฐกิจไทยกำลังโงหัวขึ้นใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ภาษาที่บ้านผมเรียกว่า หั่งเช้งดี  (สภาวะการตลาด แนวโน้มราคาตลาดดี)

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางมีค่าไฟสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชนว่า กำลังให้แยกออกมาดูว่ามันเกิดขึ้นยังไง เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงเกิดขึ้น ซึ่ง รมว.พลังงานและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กำลังหาข้อเท็จจริงเพื่อมารายงานตน

ไม่ผลักภาระค่าไฟ ปชช.

เมื่อถามว่า ไม่ต้องการให้ประชาชนแบกภาระตรงนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่อยาก แต่ต้องไม่ให้ประชาชนแบกภาระ เมื่อถามอีกว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม บอกว่าถ้าให้กระทรวงคมนาคมไปจ่ายจะแบกรับภาระตรงนี้ไม่ไหว นายกฯ กล่าวว่า เขาต้องตั้งงบประมาณปกติขึ้นมา แต่อย่าเพิ่งไปบอกว่าต้องทำยังไง ถ้ามันเป็นภาระประชาชนจริง ซึ่งตอนนี้เรากำลังไปตรวจสอบ เรายังไม่รู้ ถ้าจริงเราต้องไม่ให้ประชาชนรับภาระอย่างแน่นอน

เมื่อถามต่อว่า อันนี้เป็นข้อสั่งการมาจากนายกฯ ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “มันมีเอ๊ะนิดนึง แต่อยู่ที่มุมมอง และอยู่ที่ใครจะเคลมยังไง

เมื่อถามย้ำว่า สุดท้ายการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจะต้องเป็นผู้แบกรับเองใช่หรือไม่ เพราะกระทรวงคมนาคมไม่สามารถรับผิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า  มันเป็นกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา ในทางลงบัญชีเขาไม่ได้บอกว่าไปเอาของประชาชนมาคิดและมาจ่าย  นี่เป็นค่าใช้จ่ายของเขาที่มีการกำหนดมา ที่ตนได้ยินมาคือ 30 ปีถึง 40 ปีแล้ว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ต้องยอมรับในเรื่องนี้ แต่เหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน และต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่พยายามที่จะหาทุกวิถีทางเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้านได้อย่างไร ซึ่งในการที่เราลงไปสืบค้นแต่ละการไฟฟ้าทั้งหมด  ส่วนหนึ่งก็มาจากทางหลวงชนบทที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนนเพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทาง แต่ในส่วนนั้นเราก็เพิ่งรู้ว่ามันไปแฝงอยู่ในค่า FT ไฟบ้านของประชาชน ท่านนายกฯ ก็มีข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงานหาวิธีการแก้ปัญหา กระทรวงคมนาคมเราก็ไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบหรือจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นได้ เนื่องจากตกปีละประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท

นายพิพัฒน์ย้ำว่า เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ เวลานี้  เกิดขึ้นมาหลายสิบปี และนายกฯ ได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม  กล่าวว่า การยกเว้นค่าไฟทางหลวง-ทางหลวงชนบท เกิดจากข้อตกลงแลกเปลี่ยนประโยชน์กับการไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2530 "อปท.-เทศบาล-กทม."  ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมหนุนทุกแนวทางลดค่าไฟไม่เป็นภาระให้ประชาชน แต่ขออย่ากระทบงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะที่ประชาชนต้องได้รับ

นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน  ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสีและทุกสาย โดยใช้วิธีการในลักษณะของตั๋วร่วม ในราคา 17-45 บาท คือ เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้เริ่มใช้ได้ภายในวันที่ 1 ม.ค.70 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และลดภาระค่าครองชีพประชาชน จากนี้ไปกระทรวงคมนาคมจะไปหารือเกี่ยวกับการทำระบบเคลียริงเฮาส์ เพื่อจัดทำระบบเก็บเงิน คือเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยตั้งใจว่าจะทำให้ทันปีใหม่ 70 นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยตอบรับเข้าUNCLOS

"กต." แจงไทยส่งหนังสือแจ้งเข้าร่วมกระบวนการ UNCLOS มอบ "สีหศักดิ์" นำทัพตัวแทนหลัก พร้อมผนึก 2