โละทั้งยวง‘ขรก.โกง’ อนุทินสั่งมท.7วันสรุป/2อดีตรมช.ปัดพันคลิปส่วย

“นายกฯ” ถกปมทุจริตโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น สั่ง “มหาดไทย” หาวิธียกเลิกผลสอบล็อตปัญหา ฟันเฉพาะคนผิดไม่เหมาเข่ง เอาออกจากตำแหน่งแม้บรรจุแล้ว ชี้ชั่วกว่าคนทุจริตคือ  “ขรก.ชั้นผู้ใหญ่” ปล่อยให้มีขบวนการ ลั่นกลไกเช่นนี้เป็นการขายชาติ บอกคลิปอ้างเสียง รมช.เอี่ยวคลิปเก่า “2 อดีต รมช.” ดาหน้าปัดไม่เกี่ยวข้อง “ปลัด มท.” ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง ขีดเส้น 7 วันอันตรายรู้ผลใครเกี่ยวข้อง “ปชน.” ได้ทีรุมโยกระบอบน้ำเงิน “สถ.” ผวา! ชะลอเรียกบรรจุ ขรก. 1 ก.ค.นี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 24 มิ.ย.2569 เวลา 09.13 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า หลัง ป.ป.ช.และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จนเป็นเหตุให้โยกย้ายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว 

นายอนุทินกล่าวในการหารือว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นที่สนใจและกังวลของประชาชน จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังที่มาที่ไปและสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำคนกระทำผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สินจากการกระทำผิดที่ผ่านไปแล้วเพื่อประโยชน์ของการทำทุจริตนี้ ลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจจะไม่ได้จบที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอย่างเดียว อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่มากกว่านั้น ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ตลอดจนหาแนวทางแผนการที่จะดำเนินการต่อไป

 “เรื่องการสอบครั้งนี้คงเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว ในเมื่อที่มาเป็นไปตามทฤษฎีผลไม้พิษ ที่มาไม่ถูกต้องก็ต้องยกเลิกไป ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปไล่บี้เอาเอง เพราะจะมาใช้ว่าบรรจุไปแล้ว ประกาศผลสอบไปแล้ว แต่เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครมาฟ้อง เพราะหากพวกเราทุกคนดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีทุกอย่างเรียบร้อยและมีคำพิพากษา และมีการยืนยันที่พิสูจน์ด้วยหลักฐาน  คนที่มาจากกลไกนี้ถือว่าไม่มีคุณสมบัติ ต้องเล่นแบบนี้ เพราะผมจะไม่รับ ใครที่เสนอขึ้นมาแล้วบอกว่าผ่านไปแล้วก็ผ่านไปแบบนี้ไม่ได้ มันมาจากการกระทำที่ทุจริต” นายอนุทินกล่าว

นายกฯ กล่าวว่า การกระทำเช่นนี้ถ้าเกี่ยวข้องกับใคร โยงไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนกลางหรือท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ ซึ่งทราบมาว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการในพื้นที่ที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหาให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องอุกอาจ และจะเป็นการทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเราให้ข้าราชการที่เข้ามาบริหารประเทศมาปกครองประเทศ เริ่มจากการกระทำที่ทุจริตนับตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบตั้งใจดี คนพวกนี้ก็เข้ามาแทรก คนที่ชั่วกว่านั้นคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องปราบปรามป้องกัน ดำเนินคดีไม่ให้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ทำร้ายประเทศ ขายชาติ ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพทำอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกั๊ก” นายกฯ กล่าว

หนูลั่นฟันคนโกงไม่เหมาเข่ง

ต่อมาเวลา 13.45 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือว่า เป็นการเรียกมาสั่งการ และมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการและดำเนินคดีหาคนผิด เพื่อหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในเรื่องคดีก็ต้องดำเนินการ ขณะที่เรื่องของข้อเท็จจริงขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะถือว่าอุกอาจ ถึงขั้นเอาข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขได้ และกำหนดให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ถือเป็นการเอาเปรียบ เป็นการทุจริต และถือว่าเป็นการขายชาติอย่างหนึ่งด้วย

ถามว่า จะถือการสอบดังกล่าวโมฆะทั้งหมดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำไมข่าวไปพาดอย่างนั้น บางทีต้องขอสื่อจริงๆ บางทีท่านไม่รู้ใจตนก็ไปพาดหัวข่าวแบบนั้น คนก็ตกอกตกใจกันหมด ตนพูดถึงว่าถ้าไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริต ในส่วนที่เป็นการทุจริตจะต้องโมฆะ แต่มีคนชี้แจงว่าที่มีการบรรจุข้าราชการหลายท่านเข้าไปแล้ว ตนบอกว่าถ้าข้าราชการหลายคนนั้นเป็นต้นตอตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง เหมือนทฤษฎีผลไม้มีพิษ  ถ้าจุดเริ่มต้นไม่ถูกก็ไม่ถูกตลอดทาง เป้าหมายต้องเป็นแบบนี้

“ผมเคยเจอที่บอกว่าต่อให้ผิดแต่บรรจุเข้ามาแล้วแต่งตั้งมาแล้ว บางทีคัดสรรผิด กว่าศาลจะบอกว่าผิดก็ไปเป็นซี 9 ซี 10 กันหมดแล้ว ถึงเวลาบอกว่าผิด แต่ก็ไปดึงกลับมาไม่ได้ ผมก็ยกตัวอย่างตรงนั้นว่าสำหรับตรงนี้มันไม่ใช่ เพราะนี่ไม่ใช่ซี 9 ซี 10 แต่เข้ามาทำงานยังไม่ถึง 1 ปีเลย ถ้าเขามาด้วยการสอบที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาด้วยการทุจริตแก้ข้อสอบมาก็ต้องมาโมฆะหมด” นายกฯ กล่าว

ซักว่าจุดเริ่มต้นของการทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งนี้เกิดขึ้นยุคใคร นายอนุทินกล่าวว่า สอบช่วงเดือน ธ.ค.2568 ก็ตนนี่แหละ แต่อย่างที่บอกว่าการสอบเป็นส่วนของกรม เป็นส่วนของท้องถิ่น และตนได้ยกเลิกครั้งแรกมาแล้ว และบอกว่าอย่าเพิ่งมีการสอบช่วงที่ตนเข้ามาตั้งแต่ปี 66 ไม่มีการสอบเลย และบอกว่ามีการกดดันว่า 2-3 ปีแล้วไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม ทำงานไม่ไหวขอให้ปล่อยให้มีการสอบ ซึ่งการจะปล่อยหรือไม่ปล่อยเป็นหน้าที่ของกรม และต้องทำให้ดี  เปลี่ยนจาก ม.บูรพาเป็นมาเป็น มศว มีการเปลี่ยนแปลงคนบริหารจัดการการสอบ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการและเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่มีการรั่วของเฉลยข้อสอบได้อย่างไร ที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ข้อสอบแบบนี้ไม่ไหว จึงเป็นเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการ ต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยว แต่พอบรรจุเข้าไปก็ถือว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่มี

ถามว่า ได้ฟังคลิปเสียงที่กล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่ากับหลักฐาน คลิปเสียงยังไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม ตนก็ฟังจากโซเชียลมีเดีย ยังไม่มีใครมาบอกว่าเป็นคลิปเสียงที่นำมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปคดี ซึ่งตรงนี้ตำรวจทำอยู่ ถ้าเป็นของจริงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่

“ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้เสียหาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเมื่อเช้ารับฟังรายงานมาว่าตำรวจยังทำไม่ได้เพราะสำนวนอยู่ที่ ป.ป.ช. เพราะผู้ร้องกลุ่มแรกที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้ที่สอบได้แล้วไม่ได้รับการบรรจุเขาไปร้อง ป.ป.ช. แต่ไม่ได้ร้องตำรวจ ก็ทำคดีไม่ได้นอกจากซัปพอร์ตไป ดังนั้นต้องถือว่าเหตุการณ์เช่นนี้กระทรวงมหาดไทยคือหนึ่งในผู้เสียหาย จึงไม่ต้องร้อง ป.ป.ช. แต่ให้ฟ้องตำรวจ เพื่อให้ตำรวจได้มาดำเนินคดีด้วยตัวเอง” นายอนุทินกล่าว

พอซักว่าถ้ามีรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวต้องจัดการด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเกี่ยวกับใครก็ต้องโดนหมด มีการรายงานว่าเป็นคลิปเสียงเก่าก่อนชุดนี้แน่นอน โดยช่วงเดือน ธ.ค.68 รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ประกอบด้วย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์, นายทรงศักดิ์ ทองศรี, น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล แต่คลิปที่ว่าเขาบอกว่าตั้งแต่เดือน ธ.ค. แต่ไม่รู้ว่าปีไหน ซึ่งคนที่ต้องไปสืบว่าคลิปดังกล่าวจริงหรือไม่ ทำขึ้นมา เป็น AI หรือไม่ ทำไมเสียงผู้ชายดูเรียบร้อยจัง ที่อ้างจริงหรือไม่ ถ้าทำจริงดูไม่ยาก

7 วันอันตรายสอบทุจริต

 “ปี 68 ผมไม่ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยแค่ช่วงเดือน 6-9 แต่เรื่องนี้มีอธิบดีที่กำกับดูแลช่วงนั้นถึง 4 คน กรมที่รับผิดชอบมีกรมเดียวคือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงสามารถตีกระชับได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ทุกชิ้น แค่การแก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว” นายกฯกล่าว

ถามถึงกรณีนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต รมช.มหาดไทย ออกมาชี้แจงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องมีใครปฏิเสธ มันอยู่ที่การสอบสวนมากกว่า มาปฏิเสธตอนนี้เดี๋ยวหาว่าร้อนตัวอีก ดำเนินการเต็มที่ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีเกรงใจใคร ถ้าถึงใครก็โดนคนนั้น ถึงใครก็โดน ใกล้ชิดสนิทสนมรู้จักไม่รู้จักไม่ใช่ประเด็น  ปิดชื่อถือพฤติกรรม ถ้าไม่ทำแนวนี้คนที่เดือดร้อนที่สุดคือตน บางทีก็ต้องไม่มีญาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต รมช.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “เดชอิศม์ ขาวทอง นายกชาย” ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งทำอินโฟกราฟิกลำดับเหตุการณ์ และยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และได้ดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และกระบวนการตามกฎหมาย

เช่นเดียวกับ นายทรงศักดิ์​ ทองศรี​ รองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมช.มหาดไทย ยืนยันไม่ใช่คนในคลิปเสียง ที่ผ่านมานายกฯ ได้เน้นย้ำและเชิญหลายหน่วยงานมาเป็นสักขีพยาน​และช่วยตรวจสอบ คนเหล่านั้นยังทำหน้าที่มาตลอด จนกระทั่งเป็นข่าวว่า มีการทุจริตออกมา ซึ่งตนรู้สึกตกใจ เพราะมีการปิดช่องว่างมาตลอด

ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า มอบหมายนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ข้อมูลตรงนี้จะได้สิ่งที่นายกฯ ต้องการ หากกระบวนการผิด ไม่ถูกต้องทั้งหมด ก็ร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดไว้แล้ว มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ก็จะแจ้งไปยังคณะกรรมการจัดสอบดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป หากที่มาไม่ถูกต้อง ทุกอย่างก็ต้องไม่ถูกต้อง

ถามว่า หากการดำเนินการไม่ถูกต้องจะยกเลิกผลสอบอย่างไร ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นส่วนใดบ้าง เพราะมีหลายตำแหน่ง หากเป็นทั้งกระบวนการต้องดำเนินการแจ้งข้อเท็จจริงไปยังคณะกรรมการคุมการสอบว่าผิดพลาดคลาดเคลื่อน ต้องทำให้ถูกต้อง หากผิดต้องยกเลิกอย่างแน่นอน นายกฯ บอกว่าทุกอย่างต้องชัดเจน ส่วนคนที่ดำเนินกาสอบอย่างบริสุทธิ์ต้องเอามาดู เพราะมีคนสอบกว่า 3 แสนคน คนสอบได้มีใครบ้าง คนที่อยู่ในกระบวนการมีการแก้คำถาม คำตอบ เป็นใครบ้าง เราต้องมาดู

เมื่อถามย้ำว่า ใครที่ผิดต้องยกเลิกผลสอบ และหากอะไรที่ถูกก็ไม่ยกเลิกใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ใช่ สิ่งที่ถูกต้องคือความถูกต้อง เมื่อถามว่าไม่ได้เป็นการเหมาเข่งใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์พยักหน้าตอบว่า ครับ สิ่งที่ถูกต้องคือความถูกต้อง อะไรผิดก็ผิดอยู่แล้ว เมื่อถามว่าหากผู้ที่เข้ากระบวนการสอบอย่างถูกต้อง แล้วได้รับผลกระทบ ไปร้องศาลปกครอง  ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า เรามีกรรมการดูอย่างชัดเจน แล้วแจ้งไปยังกรรมการสอบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น ขอให้ใจเย็น ยืนยันเราจะดูให้ดีที่สุด

ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ขณะนี้ที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ มีการตั้งสอบวินัยร้ายแรงกับผู้อำนวยการที่มีชื่อในข่าวแล้ว หากรายงานมายังจังหวัด ทางจังหวัดจะสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่อยู่ในข่าว

ถามว่า หากคนที่กระทำความผิดมาแจ้งให้ทราบโทษหนักจะเป็นเบาหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ความผิดคือความผิด เมื่อถามว่าหากครบ 7 วันแล้วจะรายงานให้นายกฯ ทราบใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ใช่ ทั้งนี้ ช่วงท้ายสัมภาษณ์นายอรรษิษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “7 วันอันตราย”

สถ.ผวา! ชะลอบรรจุ ขรก.1 ก.ค.

ขณะที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกแถลงการณ์ชี้แจงเนื้อหาโดยสรุปว่า มศว อยู่ระหว่างพิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติภารกิจด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในมาตรฐานทางวิชาการ และคำนึงถึงประโยชน์สาธาธารณะเป็นสำคัญ

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวเรียกร้องว่า เมื่อนายกฯ และรัฐมนตรีออกตัวขนาดนี้แล้วพยายามขึงขังกับเรื่องนี้ อยากให้ตรวจสอบคนของตัวเองในฝั่งการเมืองด้วย ไม่ใช่ตรวจสอบกับฝั่งข้าราชการอย่างเดียว ย้ายผู้ว่าฯ ย้ายรองผู้ว่าฯ  จัดการกับอธิบดีกรมส่งเสริมต่างๆ แต่อย่าลืมว่านักการเมืองในสังกัดเครือข่ายสีน้ำเงินเคยจัดการหรือไม่

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรค ปชน. กล่าวว่า จากที่ติดตามการสัมภาษณ์ของนายกฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีดูตกใจ และน่าจะเป็นคนเดียวในประเทศไทยที่ตกใจ หลังจากการเปิดขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นออกมา ขณะที่ประชาชนคนไทย หากไปอยู่ในโซเชียลมีเดียไม่มีใครตกใจเรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ชาวบ้านและประชาชนรู้มานานแล้วหรือไม่ แต่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีโอกาสทำงานเชิงรุก

 “เมื่อมีการตรวจสอบและเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ตามวัฒนธรรมก็มีการเด้งอธิบดี สถ.คนปัจจุบัน เพียงแต่ตอนนี้คิดว่าหากต้องการกวาดล้างการทุจริตครั้งนี้จริงๆ น่าจะต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะต้องย้อนกลับไปรอยต่อที่มีอธิบดีถึง 2 คนที่ถูกย้ายไป และคนสำคัญที่ลงนามในเอกสารการจัดการขั้นตอนการสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้ คืออธิบดีกรมการปกครองที่ชื่อนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ซึ่งก็เป็นเจ้าของแชตข้อความช่วยน้ำเงินด้วย ต้องสาวไปให้ถึงต้นตอ และตรวจสอบทั้งขบวนการ” โฆษกพรรค ปชน.กล่าว

อย่างไรก็ดี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปครอง อดีตอธิบดี สถ. ออกมาชี้แจงว่า  ขณะที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดี สถ. สิ่งที่ทำอย่างเดียวคือ การทำ TOR ใหม่ มี 5 ร่วมลงนาม MOU เพื่อป้องกันการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งตนลงนามในประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาตามขั้นตอนเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่การลงนามในสัญญา เพราะต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ถูกโยกย้ายตำแหน่งให้ไปเป็นผู้ตรวจฯ ทั้งที่กระบวนการยังไม่ได้เริ่มต้น

“แล้วมีการกล่าวหาว่าผมทุจริต ไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แบบนี้มันเกินไป ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกัน แต่ไม่ทราบว่ามีอคติอะไรกับผม” นายนฤชากล่าว

วันเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0809.5/ว 35 ลงนามโดยนายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดี สถ. แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธาน ก.จ.จ. ก.ท.จ. และ ก.อบต.จังหวัด รวมถึงประธาน ก.เมืองพัทยา เรื่อง การชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ในวันที่ 1 ก.ค.2569

โดยคำสั่งอ้างถึงการตรวจค้นและพบแหล่งแก้ไขกระดาษคำตอบสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส คลายความเคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชน และเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ สถ.จึงขอให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ระงับและชะลอการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ตามบัญชีรายชื่อที่ได้จัดส่งไปให้ก่อนหน้านี้  พร้อมทั้งกำชับให้เร่งแจ้งไปยังผู้สอบแข่งขันได้ทั้งหมด ให้ชะลอการเดินทางมารายงานตัวในวันที่ 1 ก.ค.2569 ออกไปก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบและมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลชี้ชะตา‘พรก.กู้เงิน’9ก.ค.

เปิดร่าง พ.ร.บ.โอนงบ หมื่นล้าน 19 กระทรวง 6 แผนบูรณาการ พบ “คมนาคม” ถูกโอนงบสูงสุด กว่า 2 พันล้าน รองลงมา มหาดไทย 1.8 พันล้าน