สภาส่อเดือด! ฝ่ายค้านลับมีดรอชำแหละงบ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท "ปชน." จัดทัพ 30 ขุนพล ล็อกเป้าประเด็นร้อน "TH-AI Passport" กระทรวงดีอี รวมถึง "สถ." กรมฉาวโกงสอบ ขรก. รัฐบาลเร่งแก้ กม.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คุมเข้มเอกชนจบวลี “ค่าโง่” ชงสภา ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ตลอดสามวัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญการเมืองประจำสัปดาห์หน้านี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. ทั้งนี้ จะมีการลงมติวาระแรกขั้นรับหลักการในวันพุธที่ 1 ก.ค. เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 เพื่อให้ทันก่อนวันที่ 30 ก.ย. ที่เป็นวันสิ้นสุดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569
โดยคาดว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายงบในหลายกระทรวง โดยเฉพาะงบกลาง งบกระทรวงกลาโหม งบกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่กำลังมีประเด็นเรื่องโครงการ TH-AI Passport งบกระทรวงมหาดไทย งบลับในหน่วยงานด้านความมั่นคง งบด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ งบการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น
รวมทั้งยังคาดว่า สส.ฝ่ายค้านจะใช้เวทีดังกล่าวนำประเด็นร้อนต่างๆ มาอภิปรายด้วย เช่น การทุจริตสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในช่วงการอภิปรายงบกระทรวงมหาดไทย ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนั่งควบ รมว.มหาดไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับงบจํานวน 227,842,668,000 บาท ส่วนงบส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้รับงบทั้งสิ้น 172,824,762,000 บาท ซึ่งงบที่ได้มากที่สุดคือ แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 171,912,499,300 บาท ขณะที่กรมการปกครอง ที่เป็นหน่วยขึ้นตรงของปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ได้รับงบปีนี้ 11,390,875,200 บาท
ขณะที่งบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), เทศบาล, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รวมถึงกรุงเทพมหานครและพัทยา ได้รับการจัดสรรงบรวม 219,727,378,300 บาท โดยองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรุงเทพมหานคร ได้ไป 28,953,010,800 บาท ส่วน อบจ.ทั่วประเทศ 76 จังหวัด ได้รับการจัดสรรงบ 33,644,777,700 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ที่ได้ 31,626.1 ล้านบาท
ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ที่มีปัญหาในพื้นที่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ จนมีการย้ายทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต 2 คน รวมถึงล่าสุดกรมการปกครองให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ตออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกดำเนินคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น พบว่าปี 2570 อบจ.ภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบ 308,767,300 บาท นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตยังได้รับการจัดสรรงบรายจ่ายที่เป็นงบประมาณรายจ่ายจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอีก 38,097,000 บาท
และอีกหนึ่งจังหวัดที่ถูกจับตามองคือ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายเนวิน ชิดชอบ บิ๊กการเมืองพรรคสีน้ำเงินมีภูมิลำเนาอยู่ รวมถึงนายอนุทิน ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ทุกครั้ง เพราะมีชื่อในทะเบียนบ้านที่บุรีรัมย์ ปรากฏว่าบุรีรัมย์ได้รับการจัดสรรงบรายจ่ายจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ 65,612,200 บาท ส่วน อบจ.บุรีรัมย์ ที่บ้านใหญ่ตระกูลชิดชอบผูกขาดมาหลายสมัย ปีนี้ได้รับการจัดสรรงบ 101,617,500 บาท
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมตอบทุกข้ออภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็น และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้งบประมาณในแต่ละด้าน
สำหรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.2 จากคำของบประมาณที่หน่วยงานต่างๆ เสนอรวมกว่า 5.97 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า ภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน พร้อมกับวางแนวทาง “ลงทุน พลัส” โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบควบคู่กัน ทั้งงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุน Thailand Future Fund การส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แม้งบลงทุนโดยตรงในร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะอยู่ที่ 789,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่เมื่อรวมการลงทุนจากทุกกลไกดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนในอนาคต
"ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2570 รวมถึงเอกสารประกอบ แผนการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ เพื่อร่วมตรวจสอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส" โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคประชาชนเตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 30 คน ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ และมั่นใจว่าจะเป็นการอภิปรายที่มีคุณภาพ พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามการอภิปรายตลอด 3 วัน
สำหรับโครงการ AI Passport นั้น นายณัฐพงษ์ระบุว่า แม้รัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนของโครงการแล้ว แต่ยังมีงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท จากกองทุนดีอีที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยกเลิกสัญญาและเปิดประมูลใหม่หรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนยังติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และกำลังดำเนินการผ่านทั้งกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า รวมทั้งประเด็นการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ฝ่ายค้านเตรียมนำมาอภิปราย
วันเดียวกัน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าและเหตุผลการปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ว่า ขณะนี้ส่งเรื่องให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลังแล้ว สำหรับร่างดังกล่าวยึด 3 ประเด็นหลักคือ 1.ต้องการคุมเข้มการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ 2.กำหนดเกณฑ์รับผิดชอบของคู่สัญญาให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เช่น เกิดอุบัติเหตุหรืออุปกรณ์ก่อสร้างตกลงมาโดนรถหรือประชาชนเสียหาย ถ้าไม่หนักระยะแรกอาจตักเตือน แต่ถ้าเกิดซ้ำๆ กันประมาณ 3 ครั้ง รัฐสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที และ 3.ต้องมีการวางเงินประกันการอุทธรณ์ ก่อนเริ่มงาน
“การตรวจทุจริตกับประโยชน์การก่อสร้าง ต้องแยกออกจากกัน ไม่เช่นนั้นจะเห็นโครงการรัฐถูกปล่อยทิ้งร้างคาราคาซังแบบนี้เป็นพันๆ หมื่นๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ เงินลงไปดองมหาศาล สร้างความเสียหายทางมูลค่าเศรษฐกิจ ฉะนั้นถ้ามีทางออก ควรทำต่อให้จบแล้วเปิดใช้ เพราะทุกปีที่ผ่านไปมีความหมาย ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้อะไรเลย แล้วกลายเป็นวลีค่าโง่อีก” นายปกรณ์ระบุ
โดยหลังจากนี้ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะนำการปรับปรุงร่างกฎหมายฉบับนี้ไปรับฟังความเห็น คาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจะอยู่ประมาณ 2 เดือน จากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอาจจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วง ก.ย.นี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘รมต.เฮ้ง’ขึงขัง สั่งรื้อ‘3รีสอร์ต’ ชง‘ปปง.’ขยี้ต่อ
“รมว.เฮ้ง” ลุยอุทยานฯ ทับลาน พร้อมสั่งรื้อ 3 รีสอร์ตคดีถึงที่สุด
ในหลวงเสด็จฯ เยือน‘ฝรั่งเศส’ สัมพันธ์170ปี
“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ เฉลิมฉลองครบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต
ดรีมแมตช์ ‘ญี่ปุ่น’ บู๊‘บราซิล’ คนไทยทำใจเลือกเชียร์ยาก
ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 29 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์สำคัญเป็นการดวลกันระหว่าง บราซิล ปะทะ ญี่ปุ่น
แช่ง3-7วันรับผลกรรมชั่ว!
“นายกฯ” แอบย่องตรวจ สถ.กลางดึก เช็กมาตรการ รปภ.สถานที่เก็บไฟล์ผลสอบท้องถิ่น
‘ชัชชาติ’นั่งสมัย2 มัลลิกาแซง‘ปชน.-ปชป.’ ‘ส้ม’เจ็บ2เด้ง!วืด‘พัทยา’
ไม่มีพลิก! “ชัชชาติ” นอนมารั้งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 คะแนนทะลุล้าน
เตรียมเฮ! ยุคสีน้ำเงิน 'บ้านใหญ่ - ตระกูลการเมือง' ครองเก้าอี้ 'บิ๊กท้องถิ่น' จนรากงอก
บ้านใหญ่-ตระกูลการเมืองทั่วประเทศเตรียมเฮ นั่งผู้บริหารท้องถิ่นรากงอก ผูกขาดกันไม่กี่นามสกุล วุฒิสภาจันทร์นี้ลงมติร่างกม.ปลดล็อกที่ห้ามเกินสองวาระ เปลี่ยนให้อยู่จนตายคาเก้าอี้ พร้อมลดอายุจาก 35 เหลือ 25 ปี สว.โวยลั่น ถอยหลังเข้าคลอง สร้างระบบอุปถัมภ์

