ตั้ง7ข้อหาฮั้วสว.จบส.ค.

"กกต." ลุยไฟ กอดแน่น 7 ข้อหาคดีฮั้ว สว. ยันไม่เลื่อนสรุป ส.ค.หวั่นโดนสังคมมองยื้อคดี ขณะที่ "อนุทิน" เดือดลุยฟ้อง "ยิ่งชีพ ไอลอว์" ลั่นไม่มียอมความบอกมีหลายครั้งแล้ว หยันกลัว ภท.ได้ดี ขณะที่ลูกพรรคร่วมร่างแหขบวนการจับมือกันลุยเอาผิด "สุขสมรวย" ปักหลักสู้ยาว จ่อลงบันทึกประจำวันกันคดีหมดอายุความ ขณะที่มือกฎหมาย ภท.ลั่นไม่ได้ใช้ กม.ปิดปากป้องนายกฯ แหก "iLaw-ธนาธร-พรรค ปชน." พวกเดียวกันเหมือนคอหอยกับลูกกระเดือก ร่วมรณรงค์เลือก สว.ส้ม ฟาดหยุดใช้ กมธ.สภาเป็นเครื่องมือการเมือง ขณะที่ไอติมบี้ "กกต.-ดีเอสไอ" ใช้มาตรฐานเดียวกับเคส สว.เมืองชลคุยไลน์แลกคะแนนเทียบขวางขึ้นศาล เตือนปกป้องเครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังคนมีอำนาจเสี่ยงคุกตะราง "โสภณ" รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญเปิดสภาวิสามัญถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หัวหน้าหนูยกทัพสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมอุดรฯ บอกไม่มีคำว่านอนมาในสนามการเมือง

เมื่อวันพุธ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสสังคมและฝ่ายค้านยังไม่มั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต.ในการทำคดีฮั้ว จึงมีการนำข้อมูลในสำนวนออกมาเปิดเผยว่า สำนวนการสอบสวนคณะอนุกรรมการที่ 26 เป็นสำนวนตัวตั้งที่รวบรวมหลักฐานทั้งหมดไว้ หากมีการพูดถึงพยานหลักฐานใหม่ หรือพยานอื่นที่ออกมาพูดในตอนนี้ให้เห็นว่ามีการกระทำเช่นนั้นจริง ถ้าพยานเหล่านี้ไม่ได้นำเข้าสู่สำนวนในชั้นคณะที่ 26 ด้วยเหตุผลที่ไม่มาแจ้ง หรือคณะที่ 26 ไม่ทราบก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้ามีคนมาพูดเพิ่มเติมนอกเหนือจากพยานที่ปรากฏอยู่ในสำนวนแล้ว แม้จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาด้วยจึงไม่สามารถนำมาพิจารณาได้

เมื่อถามถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาเปิดเผยข้อมูลกลัวว่า กกต.จะเป่าคดีทิ้งกลางทางว่า ตนไม่แน่ใจว่านายยิ่งชีพเอาข้อมูลนี้มาจากไหน อย่างไรก็ตามมีข้อกังวลอยู่ว่า ถ้าหากข้อมูลนี้มีอยู่จริงในสำนวนแล้วเอามาพูดต่อ สมมุติหากนำข้อมูลส่งต่อศาล เกรงว่าข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถเตรียมตัวในการแก้ลำ ซึ่งเรื่องนี้ก็ดี 2 ทางคือ เหมือนกับพูดให้ประชาชนรู้ แต่อีกทางหนึ่งก็เป็นความเสียหายในเชิงของการดำเนินคดี

เมื่อผู้สื่อข่าวระบุถึงความไม่มั่นใจในการทำหน้าที่ในคดีนี้ของ กกต. นายสิทธิโชติกล่าวว่า กกต.ท่านเป็นคนดี ท่านเป็นคนเก่ง เพราะฉะนั้นท่านจะรู้ว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏมันมีเพียงใดที่จะพอรับฟังได้ ทุกคนมีดุลพินิจ อย่าไปกังวล เชื่อว่าทุกคนจะเห็นแก่บ้านเมือง

สำหรับความคืบหน้าในการพิจารณาคดีฮั้ว สว. นายสิทธิโชติกล่าวว่า คืบหน้าไปพอสมควรแล้ว เราพิจารณาไปหลายข้อหา ซึ่งเราตั้งทั้งหมด 7 ข้อหา และไล่ไปเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือเพียงปลีกย่อยและส่วนสำคัญที่ยังไม่ได้พิจารณา โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพาดพิงถึงนักการเมือง ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาในช่วงกลางเดือนหน้า

เมื่อถามอีกว่า คาดว่าในปีนี้จะเห็นความชัดเจนผลสรุปของคดีหรือไม่ นายสิทธิโชติกล่าวว่า แน่นอนเพราะประธานกกต.ก็ได้วางไทม์ไลน์ไว้แล้ว อยากจะให้จบภายในเดือนส.ค.ซึ่งไม่น่าจะขยายเวลาแล้ว แม้ว่าข้อมูลจะไม่พอ แต่ถ้ากกต.ไปสั่งให้สอบเพิ่มก็เกรงว่าจะเกิดความล่าช้า สิ่งที่คณะชุดที่ 26 ได้เห็นในสำนวนแล้วอยากจะสืบสวนสอบสวนต่อ  แต่ไม่มีเวลาดำเนินการ เพราะสังคมมองว่าคดีล่าช้าเกินไปแล้ว จึงต้องเร่งสรุป ทั้งนี้บางสิ่ง กกต.พิจารณายังเห็นว่ามันไปไม่สุด ถ้าเราไปสั่งสอบเพิ่มก็จะช้า เดี๋ยวมีคนจะมาหาว่ากกต.ดึงเกม เราถูกกดดันและอยู่ในข้อกังขาของประชาชน

เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่า การสอบสวนที่ไม่สมบูรณ์อาจทำให้บางคนหลุดจากคดีได้ นายสิทธิโชติกล่าวว่า สมมุติว่าเรามีพยานอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ถ้าเรามีเพิ่มเติมมาด้วยก็จะเต็มที่ แต่พอพยานที่มีเกิดข้อสงสัยอยู่ ก็เป็นไปได้ที่ว่าเมื่อเป็นข้อสงสัยก็ไปไม่ได้ แต่หากไปสอบเพิ่มก็จะถูกมองว่าดึงเวลาให้ล่าช้า

ส่วนข้อเสนอแนะให้ส่งสำนวนฟ้องทั้งหมดให้ศาลพิจารณา และไปหาหลักฐานเพิ่มเติมในชั้นศาลนั้น นายสิทธิโชติกล่าวว่า พูดเช่นนั้นมันง่าย แต่ว่า กกต.มีไว้กลั่นกรองว่าสิ่งไหนที่ในเบื้องต้นสมควรจะไปถึงศาล หรือสมควรจะยุติแค่นี้ เพราะว่าการส่งไปหมดบางครั้งคนที่ถูกกล่าวหาและเขาไม่ควรจะต้องถูกดำเนินคดีต่อไปก็มี เพราะฉะนั้น กกต. ต้องใช้ดุลพินิจ มิฉะนั้นแล้ว กกต.ก็ไม่สามารถสกัดกรองอะไรได้

หนูเดือดลุยฟ้อง

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สวนนงนุชพัทยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมฟ้องหมิ่นประมาทต่อนายยิ่งชีพ ที่ได้กล่าวหาบุคคลพรรคภูมิใจไทย 9 รายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. โดยมีชื่อนายอนุทินรวมอยู่ด้วยว่า ตามกฎหมายการจะพูดกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและยังไม่มีการส่งฟ้อง แล้วเขาเป็นใครเที่ยวมาพิพากษาแล้วมาเอ่ยชื่อแบบนั้น ทำให้คนได้รับความเสียหาย เมื่อดูจากรายงานก็อ้างถึงพยานคนโน้นพูดอย่างนี้ และพยานที่อ้างคือใคร เราก็เคารพกัน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด แต่พูดอะไรต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า มองนายยิ่งชีพมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่รู้จะพูดอย่างไร วัตถุประสงค์คงไม่อยากให้พวกผมได้ดี อาจมีความผิดหวังอะไรอย่างนี้”

เมื่อถามว่า มองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่คิด ไม่เสียเวลาคิด เราก็มีกฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าใครมีเจตนาไม่ดีก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้เกิดความแตกแยกของสังคม ความชิงชังซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในประเทศนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง

เมื่อถามว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงเงินบริจาคให้ iLaw ว่ามาจากต่างชาติ และใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า  นายศุภชัยได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปดำเนินคดี ท่านก็มีแนวทางวิธีการดำเนินการไป สมัยก่อนมีแบบนี้เยอะ ถึงเวลาฟ้องไปแล้วก็มาขอประนีประนอม ขอศาลให้เมตตา แต่ครั้งนี้คงไม่เพราะหลายครั้งแล้ว

เมื่อถามว่า จะฟ้องหมิ่นประมาทเฉพาะนายยิ่งชีพ หรือรวมถึงคนที่เกี่ยวข้องด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ก็แล้วแต่นายศุภชัย พรรคบอกว่าหากทำให้พรรคและสมาชิกพรรคเสียหายก็ต้องดำเนินการ อีกหน่อยเวลาพูดจะได้คิดบ้าง เป็นคนที่มีผู้ติดตาม เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่อยากจะพูดอยากจะทำอะไรก็ทำ

เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมถึงขั้นไหนแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบเพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง

 เมื่อถามว่า ไม่ได้กังวลใจกับคดีนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "ถามอย่างนี้แปลว่าอะไร ไม่ได้ทำจะไปกังวลอะไร ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องคงโดนไปนานแล้ว เพราะคดีนี้เพิ่มมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็นนายกฯ จึงไม่ต้องมีใครมาเกรงใจ และผมไปเป็นฝ่ายค้าน 3-4 เดือนไม่มีอำนาจวาสนาอะไรเลย จะไปต่อรองอะไรกับใครได้ สิ่งที่ยืนยันได้คือไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและไม่มีความคิดเข้าไปเกี่ยวข้อง"

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เดี๋ยวทีมกฎหมายของพรรคจะดำเนินการในภาพรวม เพราะมีหลายคนในพรรคที่ถูกพาดพิง

เมื่อถามว่า จะมีการแจ้งความดำเนินคดีโดยส่วนตัวหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า กรณีเหล่านี้ใช้กระบวนการทางยุติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งต้องคุยกันเพราะมีหลายคนถูกพาดพิง ต้องขอดูให้ชัดเจนเสียก่อน

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคมนี้จะไปลงบันทึกประจำวันที่จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อไม่ให้หมดอายุความ และรอผลจาก กกต.ส่วนกลางเป็นผู้ตัดสินแล้วดำเนินคดี ในสำนวนหรือในข่าวที่มีการอ้างถึงรีสอร์ต ยอมรับว่าอยู่ในจังหวัดอำนาจเจริญ แต่ตนไม่รู้จัก    ส่วนตัวเชื่อว่ากกต.ก็มีกระบวนการที่ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอยู่แล้ว อะไรที่มีมูลหรือไม่ก็ควรจะตัดสินออกมา เชื่อว่าขณะนี้ กกต.ใกล้ที่จะมีคำวินิจฉัย เกมการเมืองก็ต้องมาประมาณนี้

อัดพวกเดียวกัน

นางสุขสมรวยกล่าวด้วยว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับอีก 8 คนที่มีรายชื่อ แต่ส่วนตัวยืนยันว่าฟ้องแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะไม่อยากให้ กกต.มีภาวะกดดันในการดำเนินการ อยากให้ กกต.ทำงานอย่างยุติธรรม หากไปฟ้องเวลานี้ อาจจะเป็นเหมือนการเมืองตีกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับอีกฝ่าย

ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอปรึกษากับนายศุภชัยก่อน 

ที่รัฐสภา นายศุภชัยระบุว่า ทั้งนี้สิ่งที่กลุ่มไอลอว์โดย นายยิ่งชีพดำเนินการยื่นเรื่องให้ สส.พรรค ปชน. สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการที่เชื่อมโยงและเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ทั้งนี้ก่อนหน้าจะมีการเลือก สว. กลุ่มไอลอว์-คณะก้าวหน้า ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรค ปชน.หรือก่อนหน้านั้นเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคอนาคตใหม่ ล้วนเป็นกลุ่มที่ร่วมมือกันรณรงค์ให้มีการส่งบุคคลลงสมัครเป็น สว. คล้ายกับคอหอยกับลูกกระเดือก ใช้แคมเปญ สว.ประชาชน สว.สีส้ม แต่เมื่อกระบวนการที่ทำร่วมกันไม่สำเร็จกลับกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน และกล่าวหาพรรค ภท.

"กระบวนการที่พวกเขาทำ ทำให้ผลเลือกได้ สว.เข้ามาบางส่วน และมี สว.สำรองอยู่บางส่วน ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ไอลอว์และพรรค ปชน.ดำเนินการนั้นเพราะเสียผลประโยชน์ มีผลประโยชน์ทับซ้อน การยื่นเรื่องมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นความร่วมมือยื่นเรื่อง รับเรื่อง เพื่อให้กรรมาธิการของสภาตรวจสอบ ทั้งนี้ผมขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ใช้ กรรมาธิการของสภาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และอย่าทำ ทั้งนี้วัยวุฒิอาจไม่เท่าคุณวุฒิ อย่าเพลินกับการใช้อำนาจกรรมาธิการจนสภาเสียหาย ซึ่งกรรมาธิการไม่ใช่ของพรรคใด แต่เป็นของทุกคน ขอให้ให้เกียรติกรรมาธิการทุกคนด้วย" นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้พรรค ภท.เสียหาย ตนขอใช้สิทธิฟ้องดำเนินคดี เช่นเดียวกับกรณีของนายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) ที่ยื่นเรื่องให้ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่กล่าวหานายอนุทินว่ามีส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้การทุจริตสอบเกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมองว่าการที่นายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นผู้มีอำนาจรัฐ เมื่อถูกตั้งคำถามแทนที่จะทำการฟ้องบุคคลนั้น ท่านควรที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาหรือคำถามที่ทางผู้ตั้งคำถามได้ตั้งมากกว่า แทนที่จะมาฟ้องคนที่ตรวจสอบท่าน ทำไมไม่ตอบให้ชัดว่าวันนั้นนายอนุทินอยู่ที่ไหน  ไปที่โรงแรมดังกล่าวจริงหรือไม่ มีการประชุมร่วมกับ สว.หรือไม่ หากมีการประชุมกันจริงประชุมเรื่องอะไร

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่ตรวจสอบด้วยไม่ว่าจะ กกต.หรือดีเอสไอ ท่านได้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ สิ่งที่หน่วยงานตรวจสอบสามารถทำได้มากกว่าตนหรือนายยิ่งชีพ แน่นอนคือการไปตรวจสอบกับทางโรงแรม หรือดูกล้องวงจรปิดว่าในโรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ วันนั้นนายอนุทินได้มีการปรากฏตัวหรือไม่ หรือมีนักการเมืองพรรค ภท.ได้ปรากฏตัวร่วมกับ สว.หรือไม่ หรือย้อนไปดูกล้องวงจรปิดของโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ ว่านายศุภชัยได้มีการปรากฏตัวหรือไม่ ตนเชื่อว่าอยู่ในวิสัยของหน่วยงานตรวจสอบอย่าง กกต.หรือดีเอสไอ ที่จะเข้าไปขอดูหลักฐานได้ว่ามีการโทร.ติดต่อกันหรือไม่ อยากได้รับคำยืนยันว่าหน่วยงานตรวจสอบได้ทำเต็มที่แล้วหรือไม่

ขวางเสี่ยงคุก

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนเข้าใจดี เข้าใจเหมือนกับทุกคนว่า สังคมตั้งคำถามถึงความไว้วางใจที่เรามีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบ ยิ่ง กกต.ทั้ง 7 คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งมี 4 คนที่ถูกรับรองโดย สว.ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน ตนก็ต้องขอเรียกร้องไปยัง กกต.ว่าหากมีหลักฐานชัด แล้วท่านตัดสินใจไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล หรือตัดสินใจขวางคดีเพื่อปกป้องเครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง ตนคิดว่า กกต.ก็ต้องคิดหนักว่าจะเสี่ยงที่จะติดคุกเพื่อปกป้องคนเหล่านี้หรือไม่

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า หากย้อนไปดูคดีต่างๆ ที่เกี่ยวกับการฮั้ว สว. ความจริงมีหลายคดี กกต.มีมติส่งเรื่องไปศาลแล้ว มีคดีหนึ่งถ้าจำไม่ผิดที่ จ.ชลบุรี เป็นเพียงแค่ผู้สมัคร สว. 2 คนไลน์คุยกันขอแลกคะแนนกัน ไม่ได้ปรากฏเส้นเงินหรือจ้างคนมาโหวต แต่หลักฐานแค่นั้น กกต.ก็มีมติเพียงพอส่งเรื่องไปศาลแล้ว สิ่งที่กังวลใจคือว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับหลายคนใน ครม.หรือสภา หลักฐานชัดเจนหนักแน่นกว่ามีเส้นเงิน เสนอผลประโยชน์ผู้เกี่ยวข้อง หวังว่า กกต.จะส่งเรื่องไปที่ศาลเหมือนกัน

 “คงเป็นเรื่องประหลาดมากหากคดีที่มีหลักฐานแค่แชตไลน์ กกต.ส่งศาล แต่พอคดีที่เกี่ยวกับคนจำนวนมาก เส้นเงิน การจ้างคนสมัคร คนโหวต กกต.กลับไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ดังนั้นสิ่งที่เราเรียกร้องคือ กกต.ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมากับทุกกลุ่มด้วยมาตรฐานเดียวกัน” นายพริษฐ์ กล่าว

ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ส่งสัญญาณมา เนื่องจากต้องรอขั้นตอนจากศาลรัฐธรรมนูญแจ้งเรื่องมายังสภาก่อน จากนั้นสภาจึงจะทำหนังสือแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ ครม.นำความขึ้นกราบบังคมทูลเปิดสมัยประชุมวิสามัญต่อไป ส่วนกรอบระยะเวลานั้น เนื่องจากสัปดาห์หน้าเป็นงานพระราชพิธีเกือบทั้งสัปดาห์ และสัปดาห์ต่อไปก็จะได้พิจารณา แล้วก็ระยะเวลาการเปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไปคือช่วงกลางเดือน ส.ค. ก็ไม่นาน แต่ถ้าดูเวลาเหมาะสมจะเปิดเวลานี้ก็ได้ หรือดูความเหมาะสมว่าจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างไรและเหมาะสม สมาชิกบางท่านก็แจ้งมาว่าเดินทางไปต่างประเทศส่วนตัวพอสมควร เป็นเรื่องที่รอเอกสาร ถ้าเอกสารมาถึงสภา สภาก็ต้องส่งเรื่องไปยัง ครม. ส่วน ครม.จะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของ ครม. ในช่วงเวลาที่เหลือที่จะเปิดสมัยประชุมสามัญอยู่

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 แทนนายหรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ที่เสียชีวิต จะต้องมีการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า เราไม่สามารถไปพูดแทนใครได้ ผู้ที่เสียชีวิตคือนายหรั่ง เป็น สส.อุดรธานี ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยต้องเตรียมผู้สมัครที่มีความสามารถ มีความพร้อมที่จะรับใช้ประชาชนในพื้นที่ และต้องหาคนที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่า ตามธรรมเนียมแล้วเมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันมักจะหลีกทางให้กัน นายอนุทินกล่าวอีกว่า ก็เคยมีคนแหกธรรมเนียม ตนจะไปตอบแทนได้อย่างไร อย่าไปสนใจ เราเอาคนที่ดีที่สุดส่งให้ประชาชนตัดสิน ตรงนี้ไม่มีปัญหา สมมติชนะก็เท่าทุน แพ้ก็หายไปคนเดียว อย่าไปคิดอะไรมาก

เมื่อถามถึงความกังวลในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ มีความกังวัลพรรคกล้าธรรมหรือไม่ เนื่องจากในการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาเติบโตมากขึ้น นายอนุทินกล่าวว่า เวลาต่อสู้กันในสนามเลือกตั้ง ความกังวลคือทำดีกับประชาชนหรือยัง  ด้านหลังตนเป็น สส.แข็งๆ ทั้งนั้น ต้องถามว่าเคยไหมสักครั้งเดียวในชีวิตที่คิดว่าชนะแน่ ไม่ต้องห่วง สบาย นอนมา นอนอยู่บ้านก็ชนะ คิดแบบนั้นไม่มี ทุกวันนี้เป็น สส.แล้วยังลงพื้นที่แทบทุกวินาที ประชุมพรรคยังไม่อยากจะมาประชุม เพราะอยากจะลงพื้นที่ ต้องไปขอให้มากัน ไม่มีหรอกคำว่า เป็น สส.ชัวร์ สบาย ไม่ต้องห่วง ชนะแน่ ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน เราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง