นายกฯเปิดGastechชู3แนวทาง

นายกฯ เปิดห้องทำงานคุย "โทนี แบลร์" อดีตนายกฯ อังกฤษ ถกเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ บอกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เปิดช่องไทยมีฐานข้อมูล ดึงประสบการณ์ TBI ร่วมยกระดับเศรษฐกิจไทย-ขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเปิดเวที Gastech 2026 ชู 3 แนวทางพลังงาน “มั่นคง-เปลี่ยนผ่านได้จริง-ต่อยอดการลงทุน” พร้อมวางไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือพลังงานภูมิภาค

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 กันยายน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับเซอร์โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ที่เดินทางมาร่วมงาน Gastech Bangkok 2026 เข้าหารือเป็นการส่วนตัว โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทยเข้าร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เพื่อเดินหน้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมกับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเป็นพลังงานสะอาด ก่อนที่ในเวลา 10.00 น. นายกฯ จะไปเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงาน Gastech Bangkok 2026 ที่ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา โดยมีผู้ผลิตก๊าซ LNG บริษัทพลังงานระดับโลก ผู้ซื้อ ผู้ค้า นักลงทุน ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงพัฒนา AI และพลังงานคาร์บอนต่ำเข้าร่วม

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีที่เซอร์โทนี แบลร์ เดินทางกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง  พร้อมระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ รัฐบาลมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI อุตสาหกรรมขั้นสูง และพลังงานสะอาด ควบคู่กับการปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประสบการณ์ของเซอร์โทนี แบลร์ ทั้งจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร 3 สมัย และการทำงานของ TBI ร่วมกับรัฐบาลประเทศต่างๆ สามารถเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในช่วงของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเข้ากับเทคโนโลยี การลงทุน และการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ TBI เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำหน้าที่เป็น พันธมิตรที่ปรึกษาเชิงปฏิบัติให้แก่รัฐบาลและผู้นำประเทศ  โดยทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาลหลายประเทศ ในด้านการกำหนดยุทธศาสตร์ การจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง มีภารกิจสำคัญในการช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการบริหารประเทศในยุค AI ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทย ที่ต้องการให้นโยบายสำคัญสามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอรับฟังมุมมองจากเซอร์โทนี แบลร์ ถึงประเด็นที่ประเทศไทยควรเร่งดำเนินการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสจากเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงแนวทางที่ TBI สามารถทำงานร่วมกับประเทศไทยในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมขั้นสูง การนำ AI มาเพิ่มผลิตภาพและสร้างทักษะและรายได้ใหม่ให้ประชาชน ตลอดจนการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐผ่าน e-Government และ AI Governance

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดยไทยตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2571 เพื่อยกระดับมาตรฐานของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางที่ TBI สามารถสนับสนุนไทย โดยเฉพาะด้านการเปลี่ยนผ่านสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านด้าน AI และดิจิทัล และเสนอให้มีการหารือในระดับเจ้าหน้าที่ระหว่างผู้ประสานงานการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยกับทีมงาน TBI เพื่อกำหนดประเด็นความร่วมมือที่จะช่วยเร่งความคืบหน้าไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

ไทยพร้อมพัฒนา AI

ด้านการพัฒนา AI นายกรัฐมนตรีระบุว่า ความก้าวหน้าของ AI กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างความพร้อมทั้งด้านกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน ทักษะแรงงาน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ขณะนี้ไทยกำลังทบทวนกฎระเบียบและหลักเกณฑ์สำหรับการลงทุน Data Center เพื่อให้การลงทุนในอนาคตสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ประเทศสูงสุด ควบคู่กับการดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ด้าน Data Center เซอร์โทนี แบลร์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการที่ไทยสามารถมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของข้อมูล และนำข้อมูลดังกล่าวไปต่อยอดพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์บริบทของไทยได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ตอัปไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการเยือนออสเตรเลียและการพบกับบริษัท Canva ซึ่งมีบุคลากรชาวไทยทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องกันว่า เทคโนโลยีและศักยภาพของบุคลากรไทยเป็นโอกาสสำคัญที่สามารถต่อยอดการพัฒนาได้อีกมาก

นอกจากนี้ เซอร์โทนี แบลร์ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายด้านพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย โดยเห็นด้วยกับแนวทางที่ไทยกำลังดำเนินการ รวมถึง Solar Rooftop และมองว่านอกเหนือจากการตอบโจทย์ด้านพลังงานแล้ว เทคโนโลยีด้านพลังงานยังสามารถนำมาใช้เป็นปัจจัยในการต่อรองทางการค้าระหว่างประเทศได้อีกด้วย โดยเซอร์โทนี แบลร์ เห็นว่าในบริบทที่โลกกำลังเผชิญความขัดแย้งและความไม่แน่นอนนี้ ประเทศไทยสามารถวางบทบาทของตนเองได้อย่างเหมาะสม ในฐานะมิตรประเทศและส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของโลก

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาชนไทยมีทั้งศักยภาพและความต้องการในการพัฒนา AI ซึ่งเซอร์โทนี แบลร์ เห็นพ้องด้วย และมองว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังเป็นสิ่งที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยแม้แต่ภาครัฐเองก็จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยติดตามและบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเซอร์โทนี แบลร์ สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ พร้อมย้ำว่าไทยต้องการต่อยอดการหารือครั้งนี้ จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการยกระดับเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนา AI และการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงาน ตลอดจนการสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD พร้อมเสนอให้กำหนดผู้ประสานงานระดับเจ้าหน้าที่ เพื่อหารือในรายละเอียดและติดตามผลร่วมกับ TBI ต่อไป โดยเซอร์โทนี แบลร์ ยินดีให้ข้อมูลและคำปรึกษาแก่รัฐบาลไทย เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเด็นความร่วมมือดังกล่าวต่อไป

ชู 3 แนวทางพลังงาน

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาในงาน Gastech Exhibition & Conference 2026

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันทุกประเทศกำลังเผชิญโจทย์สำคัญร่วมกัน ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดขึ้น ซึ่งสำหรับประเทศไทยพลังงานส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันความต้องการใช้ไฟฟ้ายังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับความยั่งยืนในราคาที่เข้าถึงได้

 นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง 3 แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของไทย โดยแนวทางแรกคือ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานในราคาที่เหมาะสม ซึ่งก๊าซธรรมชาติและ LNG จะยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ขณะที่ไทยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พร้อมกระจายแหล่งพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม

 แนวทางที่สองคือ การทำให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเกิดขึ้นได้จริง ผ่านการเพิ่มพลังงานหมุนเวียน  พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน โดยตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม รัฐบาลจะเริ่มโครงการวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนครัวเรือนติดตั้งโซลาร์เซลล์ พร้อมยกเว้นภาษีนำเข้าส่วนประกอบบางประเภท เพื่อช่วยลดค่าไฟและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น พร้อมต่อยอดพลังงานชีวภาพจากภาคการเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน

แนวทางที่สามคือ การเชื่อมโยงนโยบายพลังงานกับการลงทุนและโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลมุ่งพัฒนากฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบพลังงานสะอาดให้พร้อมรองรับการลงทุนระยะยาว ทั้งนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี ไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 และมีศักยภาพสร้างงานกว่า 82,000 ตำแหน่ง โดยรัฐบาลต้องการให้การลงทุนเหล่านี้ไม่เพียงนำเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ แต่ยังช่วยยกระดับทักษะคนไทย เสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างงานและรายได้ที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน

 นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตพลังงาน โดยไทยพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศในด้านก๊าซธรรมชาติและ LNG พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน การจัดการคาร์บอน ไฮโดรเจน พลังงานชีวภาพ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พร้อมใช้จุดแข็งจากที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ใจกลางอาเซียน โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุน นวัตกรรม และความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาค

 ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอดกว่า 5 ทศวรรษ Gastech เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงประชาคมพลังงานจากทั่วโลก และหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความร่วมมือที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ในการร่วมสร้างอนาคตพลังงานที่มั่นคง เข้าถึงได้ สะอาด และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โทนี แบลร์' ให้คำปรึกษา 'รัฐบาลอนุทิน' ยกระดับเศรษฐกิจไทย

'อนุทิน' หารือ 'โทนี แบลร์' อดีตนายกฯ อังกฤษ 3 สมัย ดึงประสบการณ์ TBI ร่วมยกระดับเศรษฐกิจไทย–ขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

'อนุทิน' เปิดทำเนียบฯ หารือ 'โทนี แบลร์' อดีตนายกฯอังกฤษ

'อนุทิน' เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ 'โทนี่ แบลร์' อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร หารือถึงเศรษฐกิจยุคใหม่ การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด

พาเหรดจี้‘รัฐ’ ใช้กม.คุมเข้ม ชาวยิวในไทย

อบต.เสม็ดใต้เผยมีแค่รายเดียวมาติดต่อร่างที่ฝังอยู่ในสุสานยิว “สว.” จี้รัฐเร่งจัดการปัญหาก่อนลามใหญ่ “นิด้าโพล” เผยคนส่วนใหญ่รับรู้ความกร่างของชาวอิสราเอล เสนอ รบ.ใช้กฎหมายให้เข้มงวด