นายกฯย้อนปรับครม.ช้าๆ

“อนุทิน” อ้อนคนสุพรรณ ขอ สส. ยกจังหวัด ย้อนคำถามนักข่าวปรับ ครม.เร็วๆ นี้หรือไม่ ระบุปรับ ครม.ช้าๆ ชาวบ้านกรี๊ดนายกฯ ในดวงใจ “กรวีร์” ชี้ฝ่ายค้านปั่นกระแส หวังกดดัน  “กกต.” ปัดข่าวรอยร้าวในพรรค ยันไม่มีเรื่องไหนจริง ลั่นผู้บริหารเห็น

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่ ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน ณ แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ  บ้านท่านางเริง มีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายประภัตร โพธสุธน นายสรชัด สุจิตต์ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย, นายศุภโชค ศรีสุขจร นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์  พันเอกสุขชาต สะสมทรัพย์ และนายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี มาให้การต้อนรับ

เมื่อมาถึงนายกฯ รับฟังบรรยายสรุปโครงการส่งเสริมการเกษตร “แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง” ก่อนพบปะประชาชน  โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ท่านได้มาให้การต้อนรับในฐานะที่เดินทางมาเพื่อมาดูแปลงนาสาธิตที่นายประภัตร ผู้แทนราษฎรของท่านตลอดกาล ขอให้ตนได้มาเห็นกับตาตัวเอง ไม่ฟังจากการอภิปรายของ สส.ในสภาผู้แทนราษฎรหรือในที่ประชุม เพราะท่านต้องการให้ตนมีความเข้าใจในระบบการทำงานของประเทศไทย ว่าพี่น้องชาวนาที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติทำงานกันอย่างหนัก สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล

นายกฯ กล่าวว่า นี่คือเหตุผลที่วันนี้เป็นวันเกิดของนายประภัตร ท่านเพิ่งมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยสมัยแรก จากนี้ไปวันที่ 1 ส.ค. ตนจะต้องล็อกวัน  ไปไหนไม่ได้ ต้องมาสุพรรณบุรี เพราะเป็นวันเกิดบุคคลสำคัญของตนและของพี่น้องประชาชน  ประสบการณ์ ความรู้ ความทุ่มเท ความเข้าใจในเรื่องนี้ของนายประภัตร ไม่เกิน 50 คนในประเทศไทยที่รู้เรื่องมากขนาดนี้ รู้เรื่องและปฏิบัติได้ ไม่ใช่รู้เรื่องทฤษฎีแล้วมาพูดในเรื่องของทฤษฎีอย่างเดียว แต่ปฏิบัติไม่ได้

"นี่คือเหตุผลที่ท่านตั้งใจว่าผมจะต้องมา ผมถูกบังคับให้มา และผมถามคุณวราวุธว่าถ้ามาแล้วเป็นยังไง กำหนดการเป็นยังไง ใครจะเป็นคนนำเสนอ ท่านบอก พี่ครับ มางานอาประภัตร  ออร์แกไนซ์ตกงานหมด อาประภัตรพูดคนเดียว"

อ้อนคนสุพรรณเลือกยกจังหวัด

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีมีความสำคัญกับตน นอกจากเป็นนายกฯ ทุกคนมีความสำคัญอยู่แล้วทั่วประเทศ แต่ที่สำคัญคือในฐานะความเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือ ชาวสุพรรณบุรีตั้งใจยก สส.เกือบทั้งจังหวัดเหลือคนเดียว แต่ครั้งหน้าน่ามาทั้งจังหวัด มาแล้วก็มาทั้งจังหวัด เหลือคนเดียวมันทำงานไม่สะดวกคล่องแคล่วในทางการเมือง มันมีอะไรต่างๆ มากมาย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเรามาเป็นรัฐบาลแล้วเราต้องดูพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ได้ดูว่า สส.คนนี้มาจากพรรคไหน แต่ถ้า สส.มาจากจังหวัดพรรคเดียวกันมันขับเคลื่อนอะไรได้เต็มที่มากกว่า  ฉะนั้นไม่เป็นอะไร ได้ สส. 4 คนจาก 5 คน ก็ไม่รู้จะกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวสุพรรณบุรียังไงแล้วสำหรับการมาเสนอตัวครั้งแรกของพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดสุพรรณบุรี

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้มากันพร้อมหน้าพร้อมตากัน มาเป็นกันเอง ตั้งใจมาพบกับพี่น้องและมาอวยพรผู้ใหญ่ นายประภัตร ท่านมีความเมตตากับตนมาก ตั้งแต่ตนเป็นนักการเมืองระดับเล็ก พี่น้องเลือกมาและได้ สส.ถึงแม้ว่าจะขาดไปคนหนึ่ง แต่ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาถือเป็นตำแหน่งของคนสุพรรณบุรี และในสุพรรณบุรีถือเป็นพี่น้องกัน เรียกพี่น้องกันมาตลอด สุพรรณบุรีไม่ใช่นายบรรหารเป็นนายกฯ คนเดียว แต่มีอนุทินเป็นนายกฯ ด้วย โดยนายอนุทินได้พูดเป็นสำเนียงสุพรรณบุรีในท่อนนี้

ต่อจากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.สุพรรณบุรี พรรคกล้าธรรม เดินทางมาร่วมงานวันคล้ายวันเกิดนายประภัตรว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของนายประภัตร คนรักคนนับถือทั่วสุพรรณบุรี ขออย่าถามเช่นนี้  ถามจั๊กจี้อีกแล้ว ไม่เอา เรื่องที่ต้องถามคือต้องถามให้มีความรักสามัคคีกัน การที่ สส.พรรคกล้าธรรมมาร่วมแสดงความยินดีกับนายประภัตร ต้องขอบคุณที่มีน้ำใจ มีไมตรี เป็นสิ่งที่ควรสรรเสริญ

เมื่อถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ายังไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “ปรับ ครม. ช้าๆ"

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่นายอนุทินอยู่ที่วัดเดิมบาง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทอง ได้มีชาวบ้านเข้ามาบอกกับนายกฯ ด้วยว่า “นายกฯ ในดวงใจฉันเลยนะคะ อีกคนก็ลุงตู่" พร้อมระบุว่า ดีใจและเป็นวาสนาที่ได้พบกับนายอนุทิน

เจตนากดดัน กกต.

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านพยายามหยิบขึ้นมาพูดในช่วงนี้ มองว่าจะไปถึงขั้นการยุบพรรคหรือไม่ ว่าไม่ได้กังวล เพราะทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.) อยู่แล้ว ก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมาย ไม่มีอะไรต้องกังวล

เมื่อถามว่า ขณะนี้ผู้เปิดข้อมูลมีการพูดว่าจะเดินหน้าชน เปิดหลักฐาน สามารถพิสูจน์ได้ใช่หรือไม่ว่าพรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง นายกรวีร์กล่าวว่า ยินดี  การตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ ถ้าเขามีหลักฐานก็มาว่ากันตามขั้นตอนและกระบวนการ ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ที่ กกต. อยู่ที่ว่าเขาจะส่งหลักฐานแบบไหนที่สามารถโยงไปแล้วเอาผิดได้ ส่วนที่ฝ่ายค้านบอกว่ามีหลักฐาน เราก็ไม่รู้ว่าเขามีอะไร แต่เราก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของทางพรรคและทั้ง 9 คนที่ออกมาพูดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สว.ที่ผ่านมา

ถามว่า การที่ฝ่ายค้านหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในช่วงที่มีกระแสข่าวการปรับ ครม. หรือมีรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทย มองว่าเป็นการสร้างวาทกรรมเพื่อปลุกปั่นหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ฝ่ายค้านเขาก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา การหยิบเรื่องฮั้ว สว.ขึ้นมาช่วงนี้ ซึ่งตนคิดว่าไม่น่ามีอะไรที่เป็นเรื่องใหม่ เจตนาเขาก็คงชัด ที่อยากจะกดดัน กกต.ให้มีความคืบหน้าของคดี และไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบไป ซึ่งจริงๆ กกต.เขาก็ทำอยู่

นายกรวีร์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องความแตกแยกภายในพรรค หรือเรื่อง 2 น.1 พ. ตนยืนยันว่าเรื่องความร้าวฉานภายในพรรคไม่มีอยู่แล้ว และทีมผู้บริหารหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค พอเราเห็นข่าวเรื่องนี้ก็ตลก ไม่มีมูลหรือข้อเท็จจริงอะไรเลย พรรคภูมิใจไทยขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้ว

เขายังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านขู่ว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังการเปิดประชุมสภาในเดือนสิงหาคมว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะใช้ช่องทางนี้ตรวจสอบรัฐบาล ส่วนประเด็นต่างๆ ที่ถูกคาดว่าจะหยิบยกขึ้นมาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ  เชื่อว่ารัฐมนตรีแต่ละคนมีคำตอบอยู่แล้ว

พร้อมให้ตรวจสอบ

ซักว่า หากมีการพูดถึงโครงการ TH-AI   Passport หรือการทุจริตสอบท้องถิ่น ที่เป็นประเด็นอยู่ขณะนี้ จะรับมืออย่างไร นายกรวีร์กล่าวว่า คิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หรือรัฐมนตรีมหาดไทยที่ดูแลเรื่องท้องถิ่น ก็อยู่ในขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเรื่องการสอบท้องถิ่น ก็ยืนยันแล้วว่าเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาทำ จึงคิดว่าไม่น่ามีประเด็นอะไร เราก็พร้อมให้ตรวจสอบ  และเชื่อว่ารัฐมนตรีเขาก็ทำงานเพื่อไปดูส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น และเอาคนผิดมาลงโทษ ดังนั้นยืนยันชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน

ขณะที่ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โต้กลับ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กรณีให้สัมภาษณ์ระบุว่าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ควรปรับมากที่สุดคือภาวะผู้นำของนายอนุทินว่า  ตลอดระยะเวลาที่นายอนุทินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  รวมถึงในฐานะผู้นำรัฐบาล ท่านเป็นผู้นำที่มีวุฒิภาวะสูง มุ่งแก้ไขปัญหาเพื่อประเทศและเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากทั้งในและต่างประเทศ หลายๆ ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

สำหรับปัญหาที่ น.ส.ภคมนพูดมาลอยๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการกักตุนน้ำมัน ทุจริตสอบท้องถิ่น รวมถึงการฮั้ว สว. ล้วนได้มีการดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจังผ่านกระบวนการอย่างเป็นขั้นตอนตามระเบียบแล้ว โดยนายกฯ ได้สั่งการเน้นย้ำให้เร่งตรวจสอบชี้แจงข้อเท็จจริงให้กระจ่าง แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ

ไม่มี ครม.สัดส่วนลูกเทพ

น.ส.พลอยทะเลถามกลับ น.ส.ภคมนว่า ตรงไหนที่นายกรัฐมนตรีไม่มีความเป็นผู้นำ ปัญหาไหนที่นายกฯ ไม่สนใจ แต่ก็เข้าใจว่า น.ส.ภคมนเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล ไม่มีโอกาสได้ฟังเวลานายกฯ สั่งการในที่ประชุม ก็เลยไม่มีโอกาสเห็นความเป็นผู้นำของนายกฯ ขอย้ำว่า ท่านไม่ได้แค่พูด ท่านติดตามงานอย่างใกล้ชิด ไม่มีปัญหาไหนหรือข้อสั่งการใดที่ท่านไม่ติดตาม จะเห็นว่าหลายๆ ครั้งที่ท่านใช้เวลาว่างจากกำหนดการงานของแต่ละวัน เรียกหน่วยงานต่างๆ เข้ามารายงานความคืบหน้าตามข้อสั่งการอยู่เป็นประจำ

เธอยังกล่าวว่า กรณีที่ น.ส.ภคมนออกมาระบุ ครม.สัดส่วนลูกเทพนั้น ขอยืนยันว่า ไม่มี ครม.สัดส่วนลูกเทพ ครม.รัฐบาลชุดปัจจุบันล้วนเป็นผู้มีความรู้สามารถ ทุกคนทำงานอย่างเต็มศักยภาพ มุ่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนในการดำเนินงานของ ครม.ชุดปัจจุบัน

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลพร้อมให้ตรวจสอบตามกลไก ขอให้อภิปรายด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นำเสนอข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ อย่าเอาความรู้สึกเป็นที่ตั้ง

“อย่าหลับหูหลับตาวิจารณ์นายกรัฐมนตรีและ  ครม.อย่างมีอคติเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง  ขอให้เปิดหูเปิดตาอ่านข่าว รับฟังข้อมูลข่าวสาร ติดตามการทำงานของรัฐบาล ก็คงรู้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีความมุ่งมั่นทำงานแค่ไหน มีผลงานเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนมากแค่ไหน อย่าสร้างวาทกรรมเพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล” น.ส.พลอยทะเลย้ำ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน

แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา

‘อนุทิน’ลั่นไม่ปล่อย ยกระดับล้างอาชญากรรม/‘ป๋อง-ธง’คอตกนอนคุก

ศาลพัทยาไม่ให้ประกันป๋อง-ธง กับพวก 4 ทรชนฆ่ารวม 5 ศพ ชี้คดีโทษสูง พฤติการณ์ร้ายแรง นายกฯ ลั่น! “เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาเป็นว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา ประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯ จะไปพูดไม่ได้" เตรียมยกระดับมาตรการกวาดล้างอาชญากรรม

เพิ่มมาตรการ คุมเข้ม‘บริษัท’ สกัดใช้นอมินี

รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งบริษัท ตรวจสอบยิบวงจรของนิติบุคคล การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม อุดช่องโหว่ป้องกันคนไทยเป็น "นอมินี" ให้ต่างชาติ เริ่มใช้วันที่ 1 ส.ค.

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

สั่งต่อยอดเยือนจีน เร่งดีลให้เป็นจริง!

ตีเหล็กตอนร้อน! "อนุทิน" ต่อยอดเยือนจีน สั่งรัฐมนตรี ผู้บริหารหลายหน่วยงานทำ “แอ็กชันแพลน” ความร่วมมือกับรัฐบาลจีนให้เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการค้าการลงทุน ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว เทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้งเอไอและอีวี ชูวิศวกรการเมืองฝ่าวิกฤตโลกไร้ระเบียบ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน ดันเศรษฐกิจกระจายตัว ระดมพลังคนไทยยกกำลังประเทศ

'อนุทิน' ชื่นชม สส.กล้าธรรม ร่วมยินดีงานวันเกิด 'ประภัตร' มีคนรักทั่วสุพรรณ ขอสื่ออย่าถามให้ทะเลาะกัน

"อนุทิน" ขอบคุณ สส.กล้าธรรม มีน้ำใจร่วมงานวันเกิด "ประภัตร" ขอสื่ออย่าถามให้เกิดประเด็นทะเลาะกัน ต้องถามให้มีความรักสามัคคีกัน