สั่งเร่งฟื้น‘ภาพลักษณ์’ความเชื่อมั่น

"สุรศักดิ์" สั่งยกระดับรักษาความปลอดภัยพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพิ่มกำลัง  จนท.คุมเข้มจุดเสี่ยง ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวมาไทย "ศุภมาส" บี้สื่อรัฐกู้ภาพลักษณ์ แจ้งข้อเท็จจริงฉับไวถึงต่างชาติ ขอชัวร์ก่อนแชร์สกัดข่าวปลอมซ้ำเติมครอบครัวเหยื่อ "บุ๋ม ปนัดดา"  เรียกร้องโทษประหารชีวิตแก๊งฆ่าโหด ตำรวจชลบุรีเค้นสอบ “ฟลุค” เร่งขยายผลคดี "ผกก.ห้วยใหญ่" ขอโทษญาติ 3 ศพ อ้างบกพร่องสื่อสาร

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์สังหารสองพี่น้องชาวรัสเซีย และคดีต่อเนื่องซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ว่าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของชาวรัสเซียที่เสียชีวิตจากเหตุอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นอย่างยิ่ง และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและครอบครัว รวมทั้งเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาคมระหว่างประเทศ    โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการคลี่คลายคดีอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ กระทรวงพร้อมสนองนโยบายของนายกฯ โดยได้สั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินคดี รวมทั้งประสานการทำงานกับสถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ดูแลและอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือทุกมิติให้กับครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ให้เพิ่มความเข้มงวดยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ทั้งการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ การลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง การตรวจสอบและเฝ้าระวังจุดสำคัญ การบูรณาการข้อมูลด้านความปลอดภัยระหว่างหน่วยงาน การใช้เทคโนโลยีและระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ การยกระดับศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และการเพิ่มศักยภาพในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้มาเยือน

ด้าน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด  (มหาชน) สั่งการให้มีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงผ่านช่องทางหลัก ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ช่อง 9 MCOT HD สำนักข่าวไทย และช่องทางภาคภาษาต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชน ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวรับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงทีว่าเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาแล้ว  โดยใช้เวลาภายในไม่กี่วัน และคดีเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง รัฐบาลไทยกำลังยกระดับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมทั้งให้มีการรายงานความคืบหน้าตามหลักจริยธรรมสื่อมวลชน ไม่นำเสนอภาพความรุนแรง หรือเนื้อหาที่ละเมิดศักดิ์ศรีผู้เสียชีวิตและครอบครัว รวมทั้งสั่งการให้ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย ตรวจสอบข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับคดีที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ เพื่อเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม

รบ.ยันฟังเสียงสังคม

"ได้ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่วันแรก และเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่โกรธ ทั้งจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น และจากกรณีผู้ต้องหาเคยต้องโทษแล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำจนมีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย  ดิฉันเสียใจ และโกรธไม่ต่างจากพี่น้องประชาชน คนที่ทำต้องได้รับโทษหนักที่สุดตามที่กฎหมายกำหนด ดิฉันสนับสนุนจุดยืนของนายกฯ ที่ไม่สนับสนุนการลดโทษคดีอุกฉกรรจ์ และการทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุซ้ำ เสียงเรียกร้องของประชาชนวันนี้ รัฐบาลได้ยินและกำลังลงมือทำ” น.ส.ศุภมาสระบุ

รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ขอจากสังคมคือ อย่าให้พื้นที่กับคนร้าย อย่าแชร์ภาพความรุนแรงหรือคำพูดของผู้ก่อเหตุจนกลบเสียงของผู้สูญเสีย ขอให้ส่งแรงใจไปที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ  หากพบข่าวปลอมหรือข้อมูลที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับคดี ส่งให้ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ตรวจสอบได้ทันที

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีกฎหมายการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง อยากให้ผู้บังคับใช้กฎหมายได้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ และได้นำไปเป็นเครื่องมือสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีประโยชน์อย่างมากที่จะทำให้สังคมปลอดภัย ไม่ต้องเกิดเหยื่ออาชญากรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้เพื่อให้ประโยชน์ของสังคม

ขณะที่ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและนักกฎหมายเรื่องอัตราโทษสูงสุด (โทษประหารชีวิต) เเละการลดโทษ ที่ผู้ต้องขังพ้นโทษแล้วออกมากระทำความผิดซ้ำว่า การลงโทษคือการที่ศาลมีคำพิพากษากำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ หรือริบทรัพย์สิน ซึ่งในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ฝ่ายตุลาการซึ่งก็คือศาลยุติธรรม จะเป็นผู้พิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามกฎหมายและความร้ายแรงแห่งคดี

ส่วนการบังคับโทษคือการดำเนินการให้ผู้ต้องโทษรับโทษตามคำพิพากษาของศาลจนเสร็จสิ้นตามกฎหมาย ฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะแยกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามโทษ มาตรการหรือเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ดังนั้น ศาลยุติธรรมจึงมีหน้าที่ตัดสินโทษ ส่วนการรับโทษเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่บังคับโทษตามกฎหมาย ศาลจึงทำหน้าที่กำหนดโทษ ไม่ใช่ผู้บังคับโทษ

 “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” พิธีกรและนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตคนร้ายคดีสังหารสองพี่น้องรัสเซียว่า “ฝากศาลท่านพิจารณาคดีนี้อย่างเร่งด่วน เพราะถือว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญ และทำให้เสียภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างมาก ไม่อยากให้สื่อไหนเขียนว่าคนพวกนี้เป็นคนบ้าหรือวิกลจริตหรือวิปลาส เพราะคนพวกนี้วางแผนอย่างดี มีการขุดหลุมฝัง และมีการหลบหนีอย่างดี ไม่ใช่คนบ้าอย่างแน่นอน แต่เป็นคนที่อำมหิตไม่ควรเป็นมนุษย์อยู่ในสังคมร่วมกับพวกเรา ส่วนถ้าใครอยากปกป้อง ช่วยเอาชื่อที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ประกาศไว้ด้วย เราจะได้เอาเขาไปฝากไว้ที่บ้านคุณ เพื่อให้คุณพิสูจน์ว่าเขาเป็นคนดีที่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างแท้จริง อย่ามาทำโลกสวยพูดจาเหมือนมีมนุษยธรรมกับคนร้าย แต่ไม่เคยเห็นใจผู้ถูกกระทำ คนชั่วต้องได้รับกรรม”

ส่วนความคืบหน้าคดีฆาตกรรมอำพรางศพผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ประกอบด้วย ชาวรัสเซีย 2 ราย และครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก หลังตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ได้แก่ นายฑนา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง, นายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล, นายอัฐภางค์ หรือ “บอล” ช่วงขำ และนายชัยนันท์ หรือ “ฟลุค” แป้นเอี่ยม นั้น พนักงานสอบสวนยังคงเร่งสอบสวนขยายผล โดยเฉพาะนายชัยนันท์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในลักษณะว่าอาจมีการก่อเหตุรุนแรงมากกว่า 2 คดี และอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5 ราย

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้นำตัวนายฟลุคมาสอบปากคำด้วยตนเองนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว และถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ ภายใน สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จำกัดบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ควบคุมตัว โดยเตรียมสอบปากคำนายฟลุคอีกครั้ง เพื่อขยายผลประเด็นสำคัญ ทั้งเส้นทางการกู้ยืมเงิน บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ และแรงจูงใจที่อาจเชื่อมโยงกับการฆาตกรรมครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก

ตร.ขอโทษญาติ 3 ศพ

วันเดียวกัน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง พาญาติของครอบครัวชาวไทย 3 ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อคดีฆาตกรรมและถูกฝังอำพรางศพ เข้าพบ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี  พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก. สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการติดตามคดี หลังครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะทราบภายหลังว่าผู้สูญหายทั้ง 3 รายถูกฆาตกรรม

พ.ต.อ.วสุรัชย์กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่า หลังรับแจ้งเหตุบุคคลสูญหาย ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับทุกข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้รับ เพียงแต่รายละเอียดเชิงลึกบางส่วนไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี

ด้าน พ.ต.อ.วราวุฒิกล่าวว่า แม้ชุดสืบสวนจะดำเนินการติดตามคดีมาโดยตลอด แต่การสื่อสารและการแจ้งความคืบหน้าให้ครอบครัวรับทราบยังมีข้อบกพร่อง พร้อมกล่าวขอโทษและรับปากว่าจะปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้ญาติผู้สูญหายได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องมากขึ้น

พ.ต.อ.ภาสกรกล่าวว่า ชุดสืบสวนมีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังขาดหลักฐานสำคัญ จนกระทั่งได้รับข้อมูลจากคดีชาวรัสเซีย ซึ่งเปรียบเสมือน “จิกซอว์ชิ้นสุดท้าย” ทำให้สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนกระแสข่าวที่อ้างว่าผู้ต้องหาหลักเป็นสายข่าวหรือมีความใกล้ชิดกับตำรวจนั้น ทั้ง พ.ต.อ.วราวุฒิและ พ.ต.อ.ภาสกรยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้กระทำผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

นอกจากนี้ ตำรวจยอมรับว่าพื้นที่รับผิดชอบมีพื้นที่ป่าและที่รกร้างจำนวนมาก ประกอบกับถนนสาย 331 และพื้นที่โดยรอบยังมีกล้องวงจรปิดไม่ครอบคลุม จึงเห็นว่าควรเร่งผลักดันการติดตั้งกล้องและระบบไฟส่องสว่างเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการก่อเหตุและการอำพรางศพในอนาคต

ขณะที่ กัน จอมพลัง กล่าวว่า ประเด็นที่ครอบครัวกังวลได้รับคำชี้แจงจากตำรวจแล้ว และการที่ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ รับข้อบกพร่องและกล่าวขอโทษ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ทั้งนี้ ได้เสนอให้ตำรวจตรวจสอบคดีคนหายในพื้นที่ชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงย้อนหลัง ว่ามีคดีใดอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่

ส่วนญาติผู้เสียชีวิตระบุว่า หลังรับฟังคำชี้แจงจากตำรวจ รู้สึกสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะทราบว่ามีการสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ขาดการสื่อสารกับครอบครัว พร้อมยอมรับคำขอโทษของตำรวจ แต่ยังคงเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างถึงที่สุด และใช้คดีนี้เป็นบทเรียนในการรับแจ้งบุคคลสูญหายในอนาคต

ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปปรับปรุงการปฏิบัติงาน พร้อมเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย

“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน