นราธิวาสเดือดอีก! โจรใต้กบดานหลังสวนปาล์ม ชุดสืบตากใบนราฯ เข้าปฏิบัติการจับกุมคดียาเสพติด แต่คนร้ายยิงสู้ทำตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 3 นาย ผู้ว่าฯ พร้อม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าระดมกำลังไล่ล่าจับ 3 ผู้ต้องสงสัย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.2569 ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงร้อนระอุต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 11.48 น. ได้เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรตากใบ กับผู้ต้องสงสัย บริเวณสวนปาล์มด้านหลังองค์การบริหารส่วนตำบลไพรวัน (อบต.ไพรวัน) หมู่ที่ 6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ขณะเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการกดดันและติดตามเป้าหมายคดียาเสพติดในพื้นที่บ้านบึงฉลาม ซึ่งเหตุดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 3 นาย ส่วนผู้ก่อเหตุเบื้องต้นพบเป็นชาย 1 ราย ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงวอร์ม พร้อมอาวุธปืนยาว ได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป ซึ่งยังไม่ทราบทิศทางแน่ชัด
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งผู้เสียชีวิตประกอบด้วย จ.ส.ต.อัมราน ฮะ และ ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย ส.ต.ท.ไตรทศ กุลสันถวะศิริ, ด.ต.วรรณุชิต แซ่ค้อ และ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ โดยผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
ขณะที่ เพจเฟซบุ๊กกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า อาลัย 2 ตำรวจกล้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตรวจค้นเป้าหมาย คนร้ายต่อสู้ใช้อาวุธปืนยิง ด.ต.วิทยา - จ.ส.ต.อัมราน พลีชีพ
ด้าน พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมนายกฤษฎา สุขสบาย นายอำเภอตากใบ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอตากใบ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เข้าร่วมปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดย พล.ต.ต.ประยงค์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเร่งด่วน โดยบูรณาการทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น และติดตามผู้ก่อเหตุอย่างเข้มข้น หลังได้รับข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุยังหลบหนีและมีอาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดติดตัว พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ อบต.ไพรวัน เพื่อติดตามและบัญชาการสถานการณ์ โดยร่วมประชุมวางแผนปฏิบัติการกับ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมสั่งการบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังระดมกำลังผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวม 54 นาย ตั้งจุดตรวจและลาดตระเวนใน 7 โซน ครอบคลุมพื้นที่ ต.ไพรวันและ ต.ศาลาใหม่ เพื่อสกัดเส้นทางหลบหนี ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย รวมถึงสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ตรวจสอบแล้ว 3 ราย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 2 ราย หลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่าห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.7 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้กระชับวงล้อมและเร่งติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดนราธิวาสขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ปฏิบัติการ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และงดเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลความเคลื่อนไหวของกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยุทธวิธีในการติดตามผู้ก่อเหตุ หากพบบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ หรือสายด่วน กอ.รมน. 1341 ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กต.-ทร.’จัดหนัก รายงานUNเอียง เลือกฟัง‘กัมพูชา’
“กต.-ทร.” ประสานเสียง ซัดรายงานผู้แทนยูเอ็นฟังความข้างเดียว ทำให้ไม่เป็นกลาง-ขาดความน่าเชื่อถือ โต้ยิบทั้งเรื่องผู้พลัดถิ่น-แรงงาน
อนุทินโอ่ผลไทยช่วยไทย 21วินาทีออมพลัสเกลี้ยง
“อนุทิน” ชิลสำรวจตลาดแบบออร์แกนิก ฟุ้งแม่ค้าบอกไทยช่วยไทยพลัสทำสินค้าขายหมดเร็ว
สั่งเร่งฟื้น‘ภาพลักษณ์’ความเชื่อมั่น
"สุรศักดิ์" สั่งยกระดับรักษาความปลอดภัยพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ
ซัดแก๊งลูกเทพเอี่ยว ‘สว.สำรอง’ชี้เป้าคดีฮั้ว! ป๊อกโผล่ปลุกเปลี่ยนปท.
"สวนดุสิตโพล" เผยดัชนีการเมือง ก.ค.ขยับดีขึ้น การแก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพลห่วยที่สุด "อนุทิน-รักชนก"
‘อนุทิน’ลั่นไม่ปล่อย ยกระดับล้างอาชญากรรม/‘ป๋อง-ธง’คอตกนอนคุก
ศาลพัทยาไม่ให้ประกันป๋อง-ธง กับพวก 4 ทรชนฆ่ารวม 5 ศพ ชี้คดีโทษสูง พฤติการณ์ร้ายแรง นายกฯ ลั่น! “เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาเป็นว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา ประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯ จะไปพูดไม่ได้" เตรียมยกระดับมาตรการกวาดล้างอาชญากรรม
เพิ่มมาตรการ คุมเข้ม‘บริษัท’ สกัดใช้นอมินี
รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งบริษัท ตรวจสอบยิบวงจรของนิติบุคคล การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม อุดช่องโหว่ป้องกันคนไทยเป็น "นอมินี" ให้ต่างชาติ เริ่มใช้วันที่ 1 ส.ค.

