ซัดแก๊งลูกเทพเอี่ยว ‘สว.สำรอง’ชี้เป้าคดีฮั้ว! ป๊อกโผล่ปลุกเปลี่ยนปท.

"สวนดุสิตโพล" เผยดัชนีการเมือง  ก.ค.ขยับดีขึ้น การแก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพลห่วยที่สุด "อนุทิน-รักชนก" ผลงานโดดเด่น “หนู"  โพสต์นุ่งขาสั้นชิลๆ กับครอบครัวหลังมีดรามา "เนวิน" ใส่ขาสั้นร่วมพิธีศาลหลักเมืองนครฯ "ธนกร" ไม่หวั่น "ฝ่ายค้าน" ขู่ยื่นซักฟอก รบ. เหน็บอภิปรายด้วยข้อเท็จจริงไม่ใช่มีแต่น้ำไม่มีเนื้อ "ทนายความทรงศักดิ์" แจ้งความ "สนั่นชัย-พริษฐ์-ยิ่งชีพ" ที่ สภ.เมืองบึงกาฬ ฐานหมิ่นประมาทกล่าวหาฮั้ว สว. "ฝ่ายค้าน" จ่อจัดเวทีภาคพิเศษสื่อสารตรงถึง กกต.  4 ส.ค.นี้ "แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง" ชี้เป้า "แก๊งลูกเทพ” มีเอี่ยว ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการกว่า 2 หมื่น เตือน กกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138  สว. โดนร้องเอาผิดติดคุก

เมื่อวันอาทิตย์ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569” จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,029  คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27-31 กรกฎาคม พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกรกฎาคม เฉลี่ย 3.71 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2569 ที่ได้ 3.69 คะแนน

ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุดคือ ผลงานของฝ่ายค้านและความมั่นคงของประเทศ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน 4.20 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.01 คะแนน

นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น  คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 37.71 รองลงมาคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 28.74   ด้านฝ่ายค้านคือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 33.70 รองลงมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  ร้อยละ 25.91

กระทรวงที่ประชาชนคาดหวังการทำงานมากที่สุด คือ กระทรวงการคลัง ร้อยละ 18.97 รองลงมาคือ กระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 16.16

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 0.02 คะแนน อาจเป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือประชาชนและการยอมปรับท่าทีของรัฐบาลในบางประเด็นซึ่งช่วยประคองความเชื่อมั่นไว้ได้   แต่คะแนนด้านกระบวนการยุติธรรม การทุจริตคอร์รัปชัน และการแก้ปัญหายาเสพติดยังลดลง  สะท้อนว่าประชาชนยังคาดหวังทั้งการแก้ปัญหาปากท้องและการยกระดับธรรมาภิบาลไปพร้อมกัน

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “นุ่งขาสั้นมั่งดีก่า…สบายอ่ะ” พร้อมใส่แฮชแท็ก ก็ลมมันเย็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินโพสต์ภาพดังกล่าวหลังมีดรามากรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำภาคใต้พรรคภูมิใจไทย  ร่วมพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช โดยนายเนวินได้ใส่กางเกงขาสั้นร่วมงานจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านขู่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังเปิดประชุมสภาในเดือน ส.ค.นี้ว่า ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ และถือเป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางนี้เพื่อตรวจสอบรัฐบาล ดีกว่าให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อโหมโรงรายวัน แต่พอเอาเข้าจริงมีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ และประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เชื่อว่าพอจะเดาได้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ดังนั้นเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านสามารถอธิบายได้อยู่แล้ว

"หากมองในแง่ดี ก็ถือเป็นโอกาสดีให้รัฐบาลได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย เพราะทุกวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ทำงานเต็มที่อยู่ทุกวัน เสียงรัฐบาลในสภาก็เหนียวแน่น จึงไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด โดยเฉพาะท่านนายกฯ รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามบิดเบือนข้อมูลต่างๆ  มาโดยตลอดด้วย เมื่อฝ่ายค้านอ้างว่ามีข้อมูลเยอะ ก็เตรียมข้อมูลให้ดี ไม่ใช่พอถึงเวลาเอาจริงแล้วอ้างนั่นอ้างนี่ให้ประชาชนต้องเสียเวลาเปล่ามานั่งฟังวาทกรรมเสียดสี แต่ไร้ข้อเท็จจริง แถมไร้น้ำหนัก เพราะอารมณ์ของประชาชนวันนี้ก็คงเบื่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านระดับรุนแรงแล้วเหมือนกัน" นายธนกรกล่าว

'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นฮั้ว สว.

นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยากให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เรื่องการปรับ ครม. ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ทำกันตลอด ถือเป็นประเทศที่มี ครม.อายุสั้นถึงสั้นมาก รัฐบาลชุดนี้ทำงานมายังไม่ถึง 6 เดือน ก็เริ่มมีเสียงให้มีการปรับ ครม.แล้ว ซึ่งเป็นไปได้ และถือเป็นเรื่องปกติหากนายกฯ อยากจะปรับ เพราะถือว่า ครม.ชุดนี้ได้ทำงานมาสักระยะหนึ่งแล้ว และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมมากพอสมควร นายกฯ  เองจะรู้ดีว่าใครทำงานเข้าหูเข้าตา เข้าแข้งขามากที่สุด ท่านจะประเมินได้ว่าใครทำงานเป็นอย่างไร มีประสิทธิภาพแค่ไหน หากนายกฯ ยังไม่ปรับในช่วงเวลานี้ แสดงว่า ครม.ชุดนี้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก

ที่ สภ.เมืองบึงกาฬ นายทิวา การกระสัง ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อว่าที่ พ.ต.ท.วิษณุชัย คารมณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ขอให้ดำเนินคดีอาญากับ 3 บุคคล ได้แก่ 1.นายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จ.หนองบัวลำภู 2.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และ 3.นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และมีการเผยแพร่สิ่งที่กระทำนั้นทั่วราชอาณาจักรผ่านสื่อ ตามมาตรา 328 ความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาฯ

นายทิวากล่าวว่า บุคคลทั้งสามกับพวกได้บังอาจร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายต่างกรรม ต่างวาระ ได้แก่ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 วิปฝ่ายค้าน โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2) และคณะ ได้มีการจัดงานเสวนา "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว." ณ อาคารรัฐสภา ได้เชิญนายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1) ได้ขึ้นกล่าวถ้อยคำบนเวทีในฐานะพยาน มีการกล่าวหาว่านายทรงศักดิ์ ทองศรี ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ใน จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น

"นายทรงศักดิ์ร้องทุกข์เพื่อต้องการให้บุคคลทั้ง 3 มามอบตัวหรือพบพนักงานสอบสวนเพื่อนำข้อเท็จจริงมาคุยกันเลยว่า สิ่งที่พูดนั้นจริงหรือเท็จ ไม่ได้มีเจตนาที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อปิดปากบุคคลใดๆ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการที่จะตรวจสอบ แต่การตรวจสอบนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง เมื่อเขาอ้างว่าเขามีสิทธิที่จะตรวจสอบ  เราก็มีสิทธิที่จะใช้สิทธิตามกฎหมายเช่นเดียวกัน เพราะทุกคนต้องเสมอภาคตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ" ทนายความระบุ

ด้าน น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ และรองโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมในคดีฮั้ว สว.ต่อจากนี้ว่า เราจะเดินหน้าเปิดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพราะหลังจากจัดกิจกรรมครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ไป ก็มีพยานส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการผลักดันเรื่องนี้เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยวันที่ 4 ส.ค.นี้ จะมีการจัดกิจกรรมภาคพิเศษ ที่จะเป็นการสื่อสารถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นการเปิดหลักฐานเกี่ยวกับความผิดปกติในการดำเนินการของ กกต.ต่อเรื่องนี้ จะมีตัวพยานบุคคลและวิทยากรร่วมขึ้นเวทีเหมือนครั้งที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่เราต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะการตัดสินใจเป็นของสำนักงาน กกต. ซึ่งเราไม่สามารถใช้อำนาจรัฐไปแทรกแซงอะไรได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือเปิดเผยข้อมูลที่เราได้รับจากพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อนำไปสู่การไขข้อสงสัยและเปิดเผยข้อเท็จจริงในคดีการฮั้ว สว.

"มีความกังวลว่า กกต.จะไม่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และเลือกที่จะไม่ส่งสำนวนไปศาล  เหมือนกับที่เราเคยบอกว่าความเป็นไปได้มี 3 ทางคือ 1.ส่งสำนวนทั้งหมดไปที่ศาลตามมติของอนุฯ ไต่สวนชุดที่ 26 กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนแล้วค่อยส่งศาล แต่มีหน้าที่คือเมื่อมีการไต่สวน เมื่อเก็บข้อมูลหลักฐานมาเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีเหตุพึงเชื่อได้ว่ามีเหตุกระทำความผิดเกิดขึ้น ต้องส่งให้ศาล จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ กกต.จะไม่ส่งสำนวนทั้งหมดไปที่ศาล 2.ยกคำร้องทั้งหมด และ 3.เลือกตัดตอนส่งแค่บางคน ใครเป็นน้ำเงินอ่อนก็ส่งไป ตัดตอนบางราย ปล่อยให้ศูนย์กลางอำนาจรอดจากการเป็นผู้ถูกกล่าวหาในกรณีนี้"

แฉขบวนการกว่า 2 หมื่นคน          

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง ที่เคลื่อนไหวตรวจสอบเรื่องการเลือก สว.มาตลอดสองปีที่ผ่านมา กล่าวถึงคดีฮั้ว สว. ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.ประกาศว่าจะได้ข้อยุติในเดือนสิงหาคมนี้ว่า จากการที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และมีการนำพยานบุคคล พยานหลักฐานไปยื่นให้ทั้ง กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งในส่วนของพยานหลักฐาน ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว. ตั้งแต่หัวแถวยันหางแถวมีประมาณ 20,000 คน มีตั้งแต่ระดับตัวเล็กตัวน้อย ไปจนถึงระดับแม่ทัพนายกอง ไปจนถึงทหารเลวและพวกหางแถว เพราะในการสมัคร สว.ปี 2567 มีผู้สมัคร สว.ทั่วประเทศรวม 46,000 คน ซึ่งเคยมีการนำระบบ AI มาจับและคำนวณจากบัตรเลือกตั้งจากกระบวนการทั้งหมด สามารถระบุได้ว่ามีคนร่วมขบวนการในชุดนี้อยู่ประมาณ 22,000 คน  หากไปไล่ดู จะมีทั้งพวกระดับส่วนหัว ที่เป็นหัวขบวน และพวกที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมาณ 229 คน

พล.ต.ท.คำรบกล่าวต่อว่า ในจำนวน 229 คน สามารถจำแนกความผิดกลุ่มผู้ทำผิดในคดีฮั้ว สว.ออกมาได้ทั้งหมด 7 ความผิดด้วยกัน เป็น 7 ข้อกล่าวหา ข้อหาแรกคือ เป็นกรรมการบริหารพรรคหรือนักการเมืองเข้าไปยุ่มย่ามช่วยเหลือผู้สมัครในการเลือก สว. ซึ่งกลุ่มนี้ ข่าวว่ามีอยู่ประมาณหลักๆ   22 คน ก็คือพวก "แก๊งลูกเทพ" ทั้งหลาย รวมถึงพวกกรรมการบริหารพรรค ข้อหาที่สองคือ กลุ่มผู้สมัคร สว.ที่เข้าร่วมสมัครเป็น สว.เมื่อปี 2567 ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ารับการช่วยเหลือจากพวกนักการเมืองหรือกลุ่มการเมือง ข้อกล่าวหาที่ 3 เป็นพวก สว.ที่ได้เป็น สว.ปัจจุบัน รวมถึงผู้สมัครบางส่วนแต่ไม่ได้รับเลือกเป็น สว. ซึ่งคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวคือพวกที่ไปรวมตัว ไปสุมหัวกันตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรม มีการเขียนชื่อในโพยให้มีการลงคะแนนให้              

ข้อหาที่ 4 คือพวกกลุ่มที่มีหลักฐานเส้นทางเงินที่จับได้ว่ามีบางคนไปจ้างคนให้มาลงสมัคร สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ ที่่มีการจ้างกัน เช่น 4,000-5,000 บาท มีการโอนเงินกันตั้งแต่ในระดับพื้นที่ ข้อกล่าวหาต่อไปเรื่องมีการจัดเลี้ยง โดยเฉพาะตอนช่วงก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ ที่มีพยานให้ข้อมูลว่ามีคนพาไปเลี้ยงอาหาร ไปพักที่โรงแรมต่างๆ มีคนจ่ายค่าห้องพักที่โรงแรมให้ นอกจากนี้ก็มีข้อหาพวกโหวตเตอร์ที่ไปรับจ้างเขาสมัคร  สว. รวมถึงพวกที่ไปรับจ้างลงคะแนนเสียงให้ตอนเลือก สว.ระดับประเทศ ที่บางคนขายตัวไปเอาเงิน 200,000 บาท แต่ปรากฏว่าถูกเบี้ยว ถูกชักดาบ จนออกมาโวยวายแล้วไปเป็นพยานในคดีฮั้ว สว.ก็มีเยอะ

"ทั้งหมดที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.ที่มีด้วยกัน 7 ข้อกล่าวหา ก็มีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมาณกว่า 200 คน แต่ว่าพยานหลักฐานจะไปถึงใครบ้าง ก็ต้องดูว่าจะถึงทั้งหมดหรือไม่ เชื่อว่าพยานหลักฐานที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์ยังไงก็แก้ไขไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นเงิน หลักฐานการใช้โทรศัพท์ อันนี้เป็นเรื่องของคดีอาญา ก็จะไปดำเนินการฟ้องต่อศาลอาญาหรือส่งให้อัยการเป็นผู้พิจารณา" พล.ต.ท.คำรบกล่าว

พล.ต.ท.คำรบกล่าวต่อว่า แต่สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น สว.ในปัจจุบันที่มีประมาณ 138 คน บางคนอาจจะโดนคดีอาญา แต่บางคนก็อาจจะไม่โดน แต่ว่าทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดก็จะมาอยู่ในข่ายที่ว่าเป็นผู้ที่ได้เป็น สว.โดยทุจริต เพราะกระบวนการทั้งหมดเหมือนกับการแบ่งงานกันทำ คนละขั้นคนละตอน ตั้งแต่การเลือกระดับจังหวัด โดยนำแต่ละจังหวัดมาบวกกัน จนสุดท้ายเหลือ 138 คน ทั้งหมดเป็นกระบวนการที่มีการเลือกแบบสนับสนุนซึ่งกันและกันในลักษณะไขว้กันไปมา

"ผลพวงของการที่ได้ สว.138 คน จึงเป็นผลพวงที่ถือเป็นผลผลิตของการทุจริตที่พวกเขาดำเนินการมาทั้งหมด กลุ่มคน 138 คนที่ได้เป็น สว. จึงถือว่าได้เป็น สว.โดยไม่สุจริต ก็คือทุจริต หลักการก็จะเหมือนกับการพบการทุจริตสอบรับราชการท้องถิ่น ที่มีการตรวจสอบพบว่า มีผู้สมัครหรือมีผู้ที่อ้างว่าสอบได้ 5,914 คน เพราะเมื่อตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ก็ต้องเพิกถอน เป็นหลักการเดียวกันกับกรณีของ สว. 138 คน ก็ต้องถูกส่งคำร้องไปที่ศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือก ก็คือให้ใบแดง ต้องถูกเพิกถอน หาก กกต.ไม่ยื่นคำร้องไปที่ศาลฎีกา ก็ถือว่า กกต.ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็ต้องหาทางเล่นงาน กกต.ต่อไป"

ขู่ กกต.ไม่ส่งศาลติดคุก 10 ปี

เมื่อถามว่า หาก กกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกา หากศาลฎีการับคำร้องแล้วจะมีการสั่งให้ สว.ที่มีชื่อถูกส่งไปที่ศาลฎีกาทั้งหมดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดหรือไม่ ทั้ง สว.รวมถึงนักการเมืองที่มีชื่อเช่นพวกรัฐมนตรีด้วย พล.ต.ท.คำรบตอบว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ฯ มาตรา  62 ระบุไว้เฉพาะพวก สว. ไม่ได้พูดถึงบุคคลอื่น หากบุคคลที่ถูกยื่นคำร้องแล้วศาลฎีการับคำร้อง ให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าศาลจะวินิจฉัยออกมา   หากศาลพิจารณาแล้วข้อกล่าวหาเป็นจริง ก็เท่ากับคุณหมดสิทธิ์เป็น สว.ตั้งแต่วันที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ เชื่อว่าจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวน ที่มีพยานบุคคลตั้งกว่า 700 ปาก ทางดีเอสไอมีการนำเบอร์โทรศัพท์ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปตรวจสอบ จำนวนถึง 12,000 เลขหมาย เพื่อตรวจสอบว่าใครโทร.หาใคร พยานหลักฐานเรื่องนี้แน่นหนาที่สุด หากจะมีการลุยไฟเรื่องนี้กันก็อาจจะเจอฟ้าผ่า

เมื่อถามว่า ก่อนที่จะถึงช่วง กกต.ลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. เกรงหรือไม่อาจจะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงเพื่อทำหนักให้เป็นเบา ให้เอาผิดเฉพาะบางคน แต่พวกระดับแกนนำให้ปล่อยไป พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า คิดว่ามีอยู่แล้ว แล้วก็มีมาโดยตลอดอย่างที่เรารู้ เขาก็เริ่มแทรกแซงชัดเจนมาตั้งแต่ในกระบวนการเลือก กกต. โดยเฉพาะปัจจุบัน กกต. 7 คน ก็มี กกต.อยู่ 4 คนที่ได้รับการโหวตเห็นชอบโดย สว.ปัจจุบัน ส่วนที่ถามว่าพวกระดับเฮดๆ ของกลุ่ม อาจจะต้องการที่จะปกป้องไว้หรือไม่ แน่นอนก็คงต้องพยายามปกป้อง แต่ในส่วนของกลุ่มผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 229 คน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็น สว. 138 คน อีกส่วนหนึ่งที่เป็นนักการเมือง และแก๊งลูกเทพ แล้วก็พวกกลุ่มนักการเมือง รวม 91 คน ซึ่งใน 91 คน แต่การจะมีคดีอาญาด้วย มันก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เพราะว่ามันจะต้องเป็นพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างปราศจากข้อสงสัย ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิด จึงจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ ตรงนี้อาจจะเป็นช่องว่างเล็กๆ อันหนึ่งที่เขามองเห็นว่าอาจจะเป็นรูที่พยายามจะไปหาทางออกให้กับบางกลุ่ม

"ตามมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ฯ กกต.คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นได้ กกต.คงต้องส่งศาลฎีกาอย่างเดียว เพราะมาตราดังกล่าวไม่ได้ให้ กกต.ใช้ดุลพินิจหรือวินิจฉัย แต่เขียนไว้ว่า เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต หรือใครทุจริตในการเลือก สว. ทาง กกต.มีหน้าที่ต้องส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือก สว. หาก กกต.ไม่ส่ง เท่ากับ กกต.ละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ มาตรา 32 ก็ยังเขียนไว้ด้วยว่า หาก กกต.หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต.หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบคำสั่งที่ กกต.ได้กำหนดไว้ ก็ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี” พล.ต.ท.คำรบกล่าว

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงพรรคการเมืองที่ประกาศตนเป็น "กองหน้า" ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยขนานใหญ่ เร่งทำ 2 เรื่อง เรื่องแรก การรณรงค์ฉายภาพประเทศไทยในฝันให้สังคมไทยได้เห็น เมื่อคนจำนวนมากรู้สึกว่า "ต้องเปลี่ยน" ต้องทำหน้าที่วาดภาพจินตนาการให้คนเห็นว่าสิ่งใหม่ที่จะมาแทนที่สิ่งเก่า คืออะไร จะทำให้ชีวิตของผู้คน และสังคมดีขึ้นอย่างไร อาจต้องเสียสละ กลืนเลือดกันคนละนิดคนละหน่อย อดทนร่วมกัน เพื่อให้การปฏิรูปขนานใหญ่เกิดขึ้น

เรื่องที่สอง ประชามติรอบที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่า คนส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ พรรคควรใช้ฐานความชอบธรรมนี้ในการรณรงค์ต่อไป ควรขยายประเด็นไปรณรงค์เรื่องเนื้อหาในรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย ไม่ควรติดกับอยู่กับแค่การถกเถียงเรื่องรูปแบบและที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น

"การรณรงค์สองเรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมความคิดคนให้เห็นโอกาสของการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม เข้าใจง่าย เห็นภาพชัด โดนใจทุกคน ทุกส่วน เหมาะกับการสร้าง "แนวร่วม" แห่งการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย การแฉก็ดี การเสนอกฎหมายแล้วคว่ำไปแล้วมาแฉต่อก็ดี เป็นการรักษาฐานที่มั่น แต่ไม่ได้รุกคืบกินแดน" นายปิยบุตรระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กต.-ทร.’จัดหนัก รายงานUNเอียง เลือกฟัง‘กัมพูชา’

“กต.-ทร.” ประสานเสียง ซัดรายงานผู้แทนยูเอ็นฟังความข้างเดียว ทำให้ไม่เป็นกลาง-ขาดความน่าเชื่อถือ โต้ยิบทั้งเรื่องผู้พลัดถิ่น-แรงงาน

'ดุสิตโพล' ชี้ดัชนีการเมือง ก.ค.ขยับดีขึ้น อนุทิน -รักชนก ผลงานเด่น

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569”

‘อนุทิน’ลั่นไม่ปล่อย ยกระดับล้างอาชญากรรม/‘ป๋อง-ธง’คอตกนอนคุก

ศาลพัทยาไม่ให้ประกันป๋อง-ธง กับพวก 4 ทรชนฆ่ารวม 5 ศพ ชี้คดีโทษสูง พฤติการณ์ร้ายแรง นายกฯ ลั่น! “เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาเป็นว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา ประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯ จะไปพูดไม่ได้" เตรียมยกระดับมาตรการกวาดล้างอาชญากรรม