
สลด! เด็กอายุ 14 นักเรียน ม.3 ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี "ครู-นักเรียน" เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอื้อ ก่อนยิงตัวเองดับ พบยังก่อเหตุยิงปู่-ย่าที่บ้านพัก ส่งผลมีผู้เสียชีวิตรวม 9 คน "ตร." ตรวจคอมพิวเตอร์เจอประวัติค้นหาเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่อเมริกา "อนุทิน" เผยสาเหตุมือยิงเครียดเรื่องเรียน โดนกดดัน ถูกย่าเข้มงวด ชี้เตรียมการก่อเหตุมาอย่างดี สั่ง "ผบ.ตร.-ปลัด มท." ตั้งด่านตรวจปืนทั่วประเทศ เร่งคุมเข้มอาวุธปืน ไม่เปิดทาง ปชช.พกอาวุธในที่สาธารณะ "สื่อนอก" รุมบี้ไทยอัตราการครอบครองปืนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลาประมาณ 09.30-09.50 น. เกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ย่านบางกรวย มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง ร่วมกับ นปพ.นนทบุรี นำกำลังเข้าปิดล้อมอาคาร คณะครูและบุคลากรเร่งพาเด็กนักเรียนทยอยอพยพออกจากอาคารเรียนไปยังพื้นที่ปลอดภัยภายนอกโรงเรียน ส่วนทีมกู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
จากนั้นเวลา 10.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 และกำลังตำรวจสายตรวจเข้ากระชับพื้นที่ เพื่อกดดันและค้นหาผู้ก่อเหตุที่คาดว่ายังกบดานอยู่ภายในอาคาร ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนชายอยู่ชั้น ม.3 ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตภายในอาคารเรียน ข้างกายมีอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนในเป้สะพายข้างตัวจำนวนมาก
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และยุติเหตุรุนแรงได้แล้ว โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 6 ราย คือ นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง, น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เลขาฯ หน้าห้อง, น.ส.ทิวาพร วานิช ครูแนะแนว, ว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง ครูภาษาไทย, น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูคณิตศาสตร์ และ ด.ช.พัชฎ (สงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บจำนวน 22 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถสรุปแรงจูงใจในการก่อเหตุได้ เนื่องจากต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด ทั้งในเรื่องพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ สภาพแวดล้อม และข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานและติดต่อผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุแล้ว เบื้องต้นทราบว่าอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุและแรงจูงใจยังอยู่ในชั้นสืบสวน
"ประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคือ อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นอาวุธปืนที่มีชื่อครอบครองเป็นของบุคคลในครอบครัว โดยเป็นปืนของคุณปู่ของผู้ก่อเหตุ ตอนนี้ทราบเพียงว่าอาวุธปืนมีชื่อผู้ครอบครองเป็นบุคคลในครอบครัว ส่วนผู้ก่อเหตุนำอาวุธออกมาได้อย่างไร และมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ขอให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน” พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว
ต่อมา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 เข้าตรวจสอบบ้านพักของเด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งอาศัยอยู่กับปู่และย่า เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน ใน ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบว่าประตูหน้าบ้านถูกล็อกกุญแจจากด้านนอก เจ้าหน้าที่จึงต้องตัดแม่กุญแจเพื่อเข้าไปในบ้าน พบผู้เสียชีวิต 2 คนคือ นายสมจิตต์ ยิ้มเรือง อายุ 73 ปี ปู่ของผู้ก่อเหตุ ถูกยิงเข้าที่บริเวณด้านหลังกระสุนทะลุออกทางด้านหน้า ภายในห้องครัว และนางพรทิพย์ ยิ้มเรือง อายุ 74 ปี ย่าของผู้ก่อเหตุ ถูกยิงขณะกำลังนอนหลับในห้องนอนชั้น 2
เหตุกราดยิงดับ 9 เจ็บ 22 ราย
พล.ต.ท.วัฒนากล่าวว่า จากการประมวลเหตุการณ์เบื้องต้นคาดว่าเด็กวัย 14 ปี ได้ก่อเหตุยิงปู่และย่าช่วงเช้าก่อนเดินทางไปโรงเรียน จากนั้นจึงล็อกประตูบ้านจากด้านนอกเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาพบเห็น และเดินทางไปก่อเหตุที่โรงเรียนต่อ สอบถามเพื่อนบ้านไม่ได้ยินเสียงปืนหรือแจ้งเหตุในตอนแรก เพราะบ้านหลังดังกล่าวเงียบสงบ และไม่ค่อยมีคนอยู่ใกล้เคียง ส่วนอาของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของปู่และย่าที่เสียชีวิต ระบุว่าเด็กอาศัยอยู่กับปู่และย่าตั้งแต่เด็ก มีพฤติกรรมชอบเล่นเกม ติดคอมพิวเตอร์ และไม่ค่อยออกไปไหน แต่ไม่มีปัญหาทะเลาะวิวาทหรือมีความเครียดที่ปรากฏชัดเจน
ผบช.ภ.1 กล่าวว่า กองวิเคราะห์กำลังเร่งตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่ามีการเล่นเกมที่มีลักษณะใช้ความรุนแรง และอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องปัญหาที่โรงเรียนอยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
มีรายงานข่าวว่า ปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง ชื่อผู้ครอบครองคือปู่ของผู้ก่อเหตุ และยังมีรายงานอีกว่าจากการตรวจสอบในคอมพิวเตอร์ มีประวัติการค้นหาและศึกษาเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเมื่อเวลา 13.30 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บส่งต่อเข้ารับการรักษารวม 22 ราย กระจายรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลบางใหญ่ 10 ราย, โรงพยาบาลบางบัวทอง 2 ราย, โรงพยาบาลบางกรวย 3 ราย, โรงพยาบาลปากเกร็ด 4 ราย, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์ 1 ราย และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ 2 ราย อยู่ในภาวะอาการหนัก/วิกฤต (สีแดง) 9 ราย, อาการเร่งด่วน (สีเหลือง) 4 ราย, อาการไม่รุนแรง (สีเขียว) 9 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 11.30 น. ทีมกู้ชีพโรงพยาบาลบางใหญ่และเทศบาลเมืองบางแม่นางได้ทยอยนำผู้ได้รับบาดเจ็บอาการหนัก หรือเคสสีแดง จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จำนวน 3 ราย ส่งเข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อ.เมืองนนทบุรี ในจำนวนนี้เป็นเด็กหญิงอายุ 12 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเด็กชายอายุ 14 ปี และเด็กชายอายุ 13 ปี ถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณลำตัว ทั้งสองรายยังอยู่ในอาการวิกฤต โดยทีมแพทย์เร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภายในโรงเรียนเป็น 7 ราย เมื่อรวมกับเหตุต่อเนื่องปู่และย่าภายในบ้านพัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 9 ราย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนดังกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงน้องๆ นักเรียนทุกคนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย แต่ย่อมได้รับผลกระทบทางจิตใจ ตนได้ให้ รมช.มหาดไทยลงไปในพื้นที่แล้ว โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตํารวจ และฝ่ายแพทย์ก็อยู่ในพื้นที่แล้ว ได้กําชับไปยัง รมว.สาธารณสุข ให้เร่งจัดทีมจากกรมสุขภาพจิตไปเยียวยาดูแลสภาพจิตใจ ทั้งผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต น้องๆ นักเรียนที่ต้องมีสภาพตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ตนให้ไปดูแลอย่างเต็มที่
"ที่ชอบมีแรงกดดันต่างๆ มาว่าให้ปล่อย ให้คลายเรื่องการพกพาอาวุธปืน ซึ่งผมก็ห้ามมาโดยตลอดตั้งแต่เป็น รมว.มหาดไทย และเหตุการณ์นี้ก็คงเป็นคําตอบ และขอความกรุณาอย่ามาพูดกับผมในเรื่องนี้อีก" นายอนุทินกล่าว
กดดันการเรียนชนวนเหตุ
เมื่อถามว่า แต่มันมีปัญหาเรื่องของปืนเถื่อน นายกฯ กล่าวว่า ก็ใช่ ตอนนี้เราน่าจะควบคุมเรื่องของปืน การพกพาอาวุธปืนที่มีทะเบียนแล้ว เรื่องของปืนเถื่อนก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการตรวจตรา และบังคับใช้กฎหมายให้รุนแรง ตนจะมีการเสนอให้ออกกฎหมายใหม่ว่าด้วยเรื่องอาวุธปืน ที่ผ่านมาตนสั่งได้แค่ห้ามซื้ออาวุธปืน ห้ามครอบครอง ห้ามพกปืนออกนอกเคหสถาน แต่ตนยังไม่มีกําลังมากเพียงพอที่จะไปแก้ไขกฎหมายใดๆ ได้ วันนี้คิดว่าน่าจะมีกําลังมากเพียงพอในการแก้กฎหมายเรื่องอาวุธปืน ไม่ให้มาเป็นเครื่องทุ่นแรงสําหรับคนที่ขาดสติสัมปชัญญะ คนที่จะพกพาถือปืนได้ใช้ปืนได้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
เวลา 15.43 น. นายกฯ อนุทินเดินทางไปที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อเดินทางถึงนายกฯ รับฟังรายงานสรุปสถานการณ์จากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมสอบถาม ผบ.ตร.ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
เวลา 16.25 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับฟังรายงานในส่วนของระดับเหตุการณ์ ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่มันเกิด แต่โชคดีที่ทุกอย่างจบสิ้นไปก่อน น้องที่ก่อเหตุก็ยังมีกระสุนอยู่อีกกว่า 30 นัด ถ้าเขาไม่จบชีวิตตัวเองก็อาจจะเกิดเหตุที่จะไปทําร้ายคนอื่นเพิ่มขึ้นอีก หลักๆ เป็นเรื่องของความเครียดจากการศึกษา และทราบว่าคุณย่าเคยเป็นครู อยากให้เรียนได้ดีๆ ซึ่งค่อนข้างที่จะเข้มงวดกวดขัน จากที่ตํารวจสอบปากคําเพื่อนสนิทรับทราบว่าเขามีความเครียดด้านนี้อยู่ และก็มีบ่นๆ อยู่ แต่ก็คงเป็นการเตรียมการมาอย่างดี เพราะวิธีจากการทําแผนมีลําดับขั้นตอน มีเป้าหมายชัดเจน
ถามว่า สังเกตผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่พบว่าถูกยิงเข้าจุดสําคัญ นายกฯ กล่าวว่า เท่าที่รับฟังรายงานก็คงตั้งใจที่จะก่อเหตุนี้ เพราะเขาเริ่มมาจากที่บ้าน เขาทําร้ายคุณปู่คุณย่าที่เขาพักอาศัยอยู่ด้วยตั้งแต่ที่บ้าน นั่นคือ 2 รายแรก ซึ่งเราไม่ได้รับทราบมาก่อน เรามารับทราบหลังจากเกิดเหตุแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจกลับไปค้นที่บ้านจึงพบว่ามีสองร่างเสียชีวิตคือคุณปู่กับคุณย่า เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าอาวุธปืนที่ก่อเหตุมาจากที่ไหน นายกฯ ตอบว่า เป็นปืนของคุณปู่ของเขาที่เป็นปืนจดทะเบียน ซึ่งเห็นว่าในช่วงสงกรานต์ผู้ก่อเหตุได้โพสต์รูปอาวุธปืนลงอินสตาแกรม
เมื่อถามว่า ตอนนี้ตัวเลขของผู้เสียชีวิตมีจํานวนเท่าไหร่ นายกฯ ตอบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย รวมปู่และย่าด้วย ส่วนผู้บาดเจ็บกว่า 30 คน มีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมากๆ ประมาณ 9 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ซักว่าพอมีประกาศเรื่องห้ามพกพาอาวุธปืน แต่ยังมีการเกิดเหตุรายวันอยู่ จะดําเนินการเชิงรุกมากกว่านี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า จะต้องหารือกับ ผบ.ตร. แต่จริงๆ แล้วกฎหมายอันนี้มันชัดเจน ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีหน้าที่ใดๆ ในทางราชการไม่สามารถที่จะพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน หรือเดินพกพาไปไหนในที่สาธารณะ ไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น ตนก็คงจะต้องมอบหมายชัดเจนให้ชัดเจนว่าจากนี้ไป ถ้าหากมีการตั้งด่านตรวจก็จะต้องตรวจค้นอาวุธปืนนี้ด้วย ถ้าเจอใครพกอาวุธก็จะถูกดําเนินคดีหนัก
เมื่อถามว่า ตามรายงานมีเหตุจูงใจอะไรที่มาจากการเรียนทําให้ไปยิงคุณครู ยิงเพื่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดเดี๋ยวให้ตํารวจและพิสูจน์หลักฐานทําให้ละเอียดและชี้แจง เพราะการไปพูดอะไรก่อน เดี๋ยวจะทําให้เสียหายต่อรูปคดี เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ พบว่ามีการเคยเปิดยูทูบดูคลิปเหตุกราดยิงในอเมริกา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯ ตอบว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้
ถามถึงมาตรการดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายกฯ กล่าวว่า มาตรการในการดูแลผู้เคราะห์ร้ายเรามีหลักปฏิบัติตามระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรี ก็จะมีกองทุนสำนักนายกฯ ขณะกระทรวงยุติธรรม ก็จะมีกองทุนของเขา ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐได้แจ้งว่า จะมีกองทุนที่มาดูแลครอบครัว ตนขอให้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ขอยืนยันว่าจะพยายามทุกวิถีทางให้การดูแลเยียวยาครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย ในกรณีเสียชีวิตต้องเยียวยาเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้
คุมเข้มพกปืนที่สาธารณะ
นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้คงไม่มีผู้ต้องหาใดๆ ที่เราต้องไปติดตามจับกุมอีก เราก็เอาบทเรียนนี้มาถอด พยายามอย่างสุดความสามารถในการสร้างบรรยากาศและสร้างมาตรการความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย และในที่สาธารณะให้มากที่สุด
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศถึงเหตุจูงใจที่ทำให้เด็กอายุ 14 ปีตัดสินใจก่อเหตุว่า มีหลายปัจจัย ซึ่งความเครียดก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยมีมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่จัดการปัญหานี้ได้ นายอนุทินกล่าวว่า การพกพาอาวุธใดๆ ในที่สาธารณะผิดกฎหมายอยู่แล้วในประเทศไทย แต่ในกรณีนี้มีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องรอจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น ซึ่งตนมั่นใจว่าทางสำนักงานตำรวจฯ จะสรุปผลและรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่อาชญากร แต่เกิดจากบุคคลที่มีความเครียด กดดันสะสมมานาน อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง และถูกเก็บไว้ในบ้าน นี่ทำให้เด็กเข้าถึงได้ แต่ยืนยันว่าเหตุแบบนี้ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่าสถานศึกษาจะมีมาตรการป้องกันและคัดกรองการนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียนที่ต้องเข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน ซึ่งในทางปฏิบัติคงไม่ถึงขั้นนำเครื่องเอกซเรย์หรือเครื่องตรวจอาวุธมาใช้ตรวจนักเรียนทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน เพราะคงไม่เหมาะสม" นายอนุทินกล่าว
สื่อต่างประเทศถามถึงเรื่องประชาชนครอบครองอาวุธปืนในที่สาธารณะ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ยอมให้ประชาชนทั่วไปครอบครองหรือพกอาวุธใดๆ ในพื้นที่สาธารณะ โดยกรณีที่เยาวชนก่อเหตุ ต้องลงไปดูเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิตโดยตรง แต่เป็นความเฉียบพลันหรืออารมณ์ชั่ววูบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯ จะขึ้นรถเดินทางกลับได้หันไปสั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทยและ ผบ.ตร. ให้ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ
เวลา 17.10 น. นายอนุทินได้เดินทางกลับมาถึงทำเนียบฯ ทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยเดินทางกลับมาพร้อมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. คาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อน
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย กรณีเหตุการณ์ยิงครูและนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อพิจารณาเงินเยียวยาช่วยเหลือ โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานถึงสถานะเงินช่วยเหลือของกองทุน ขณะนี้เหลืออยู่ที่ 254 ล้านบาท
นายภราดรกล่าวในที่ประชุมว่า การประชุมในครั้งนี้จะใช้หลักเกณฑ์จากเหตุการณ์ 4 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งเหตุกราดยิงที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ใน จ.นครราชสีมา กรณียิงศูนย์เด็กเล็ก ที่ จ.หนองบัวลำภู กรณีเยาวชนก่อเหตุยิงในศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร และกรณียิงในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกัน โดยที่ประชุมมีมติจ่ายเงินเยียวยา ดังนี้ มีการจำแนกการช่วยเหลือให้กับผู้ที่ประสบเหตุ กรณีเสียชีวิต 1 ล้านบาท, ทุพพลภาพ 700,000 บาท, บาดเจ็บสาหัส 200,000 บาท และบาดเจ็บเล็กน้อย 100,000 บาท ซึ่งเคยปฏิบัติมาใน 4 เหตุการณ์ล่าสุด
ขณะที่เหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น บรรดาสื่อต่างชาติต่างพากันรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซีเอ็นเอ็น บีบีซี การ์เดียน รอยเตอร์ เอพี และอีกหลายสื่อ โดนเฉพาะซีเอ็นเอ็น ซึ่งอ้างรายงานของรอยเตอร์ นอกจากรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังได้รายงานอัตราการครอบครองปืนในประเทศไทย ที่ระบุว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจากข้อมูลปี 2560 ของ Small Arms Survey (SAS) ซึ่งตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า ประเทศไทยมีพลเรือนที่ครอบครองอาวุธมากกว่า 10.3 ล้านกระบอก หรือราว 15 กระบอกต่อประชากร 100 คน
เช่นเดียวกับ แชนเนลนิวส์เอเชีย (CNA) รายงานเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการครอบครองปืนสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่ามีอาวุธปืนหมุนเวียนอยู่ประมาณ 10 ล้านกระบอก หรือ 1 กระบอกต่อประชากร 7 คน รวมทั้ง CNA รายงานด้วยว่า คำสัญญาในอดีตเกี่ยวกับการเข้มงวดกฎหมายอาวุธปืนไม่ได้ช่วยป้องกันเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า
นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
รมช.มท.ลุยปราบนอมินี ขึงขังไล่‘กุ๊ย’พ้นประเทศ
"วรศิษฎ์" เผยทลายเครือข่ายนอมินีในภูเก็ต พบผู้กระทำผิด 16 ราย คนไทย 10 ต่างชาติ 6 หลังเปิด 6 ธุรกิจแข่งคนไทย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ-รถเช่า-ร้านอาหาร
สุดอาลัย! ภรรยา 'รอง ผอ.กิตติพงศ์' โพสต์ถึงสามี 'หนูและลูกภูมิใจในตัวพี่'
ภรรยา “กิตติพงศ์ สมรัตน์” รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง หนึ่งในผู้เสียชีวิตเหตุยิง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี โพสต์ข้อความจากหัวใ
กสทช. กำชับสื่อเสนอข่าวเหตุรุนแรงในโรงเรียน งดภาพสะเทือนใจ-รายละเอียดเสี่ยงเลียนแบบ
สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือองค์กรวิชาชีพกำชับสื่อเสนอข่าวเหตุยิงในโรงเรียน จ.นนทบุรี อย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงภาพผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ปกปิดข้อมูล

