
"วรศิษฎ์" เผยทลายเครือข่ายนอมินีในภูเก็ต พบผู้กระทำผิด 16 ราย คนไทย 10 ต่างชาติ 6 หลังเปิด 6 ธุรกิจแข่งคนไทย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ-รถเช่า-ร้านอาหาร ผงะพบ 361 บริษัทฮุบที่ดินผิดกฎหมาย เร่งสะสางคำขอใบอนุญาตโรงแรม-รีสอร์ตที่ค้างกว่า 6 ปี ประมาณ 500 คำขอ เหลือ 117 คำขอ ด้าน "พลพีร์" เผยพบกว่าร้อยบริษัทในภูเก็ตเกี่ยวข้องโครงข่ายนอมินี มีรายได้กว่า 5 พันล้าน เป็นอิสราเอลถือสัญชาติไทย
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เฟส 4 ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคมว่า เมื่อวานนี้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะ ได้ดำเนินการตรวจสอบและพบผู้กระทำความผิดในลักษณะนอมินีจำนวน 16 ราย เป็นคนไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 6 ราย ประกอบด้วย ชาวแคนาดา 2 ราย, ชาวรัสเซีย 3 ราย และชาวคาซัคสถาน 1 ราย เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ได้แก่ ธุรกิจรถเช่า รถยนต์และรถจักรยานยนต์ คาร์แคร์ โรงเรียนนานาชาติ ร้านอาหาร บริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันด้านไอที จำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และร้านขายยาแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายวรศิษฎ์กล่าวต่อว่า ขอยืนยันกับประชาชนว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความจริงใจในการจัดการเครือข่ายนอมินีต่างชาติ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคนไทย
แม้รัฐบาลยินดีให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่หากกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเข้ามาข่มขู่และสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทย ก็ไม่อาจยอมรับได้ เช่น กรณีในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีชาวต่างชาติเข้ามาข่มขู่เอาชีวิตผู้ประกอบการชาวไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมไม่ได้
นายวรศิษฎ์ยังกล่าวถึงกรณีชาวต่างชาติเข้าถือครองที่ดินโดยฝ่าฝืนประมวลกฎหมายที่ดินว่า ปัจจุบันพบบริษัทที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 361 บริษัท โดยแจ้งความแล้ว 149 คดี ส่งฟ้องศาล 4 คดี และศาลมีคำสั่งปรับแล้ว 4 คดี
รมช.มหาดไทยยังกล่าวว่า หากมีอิทธิพลก็ต้องเจอกัน นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชัดเจนว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย อย่างการจัดระเบียบพื้นที่หาดบางเทาที่มีการรุกพื้นที่ศาล ก็มีคำพิพากษาตัดสินแล้ว และในส่วนอื่นก็ยังคงดำเนินการต่อ ซึ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตามกรอบกฎหมาย
ส่วนเสียงผู้ประกอบการที่เคยออกมาคัดค้านก่อนหน้านี้ นายวรศิษฎ์มองว่า เป็นเสียงสะท้อนทิศทางบวก เพราะรัฐบาลพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ หรือมาทำอะไรที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ อย่างเรื่องใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ค้างมากกว่า 7 ปี ที่ค้างอยู่ประมาณ 400 ถึง 500 คำขอ ตอนนี้ก็เหลือประมาณ 117 คำขอ ส่วนผู้ที่ต้องการและมีความตั้งใจจะขอใบอนุญาต จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลและสำรวจอุปสรรคว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง สิ่งใดที่รัฐบาลปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสมเหมาะก็จะเร่งทำ เพราะจะไม่มาเป็นเงื่อนไข ทั้งนี้ยังมองว่าเงื่อนไขของการขอใบอนุญาตเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการโดนรีดไถ หากจัดการเรื่องนี้ได้ ผู้ประกอบการธุรกิจก็จะดำเนินการได้อย่างสบายใจ รัฐก็มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ในศูนย์ชาบัด ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบและจัดระเบียบธุรกิจต่างชาติ และมีการปะทะคารมกับชาวอิสราเอลเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการลงพื้นที่ในวันดังกล่าว ได้มีการไปขยายผลต่อ มีทั้งคนไทยที่เป็นผู้ถือหุ้นและต่างชาติซึ่งเป็นอิสราเอลได้สัญชาติไทย ซึ่งตนไม่หยุด โดยวิธีการที่เราพูดคุยกัน ด้วยโทนเสียงและวิธีการพูด คิดว่าหมิ่นเหม่อยู่แล้ว เราจึงทำการขยายผลต่อ จนถึงวันนี้ขยายผลได้เป็นที่น่าตกใจ มีกว่าร้อยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายนี้ และรายได้ที่เราตรวจสอบมาเมื่อปีที่ผ่านมาน่าจะสูงกว่า 5 พันล้านบาท ส่วนธุรกิจที่ขอประกอบกิจการมีหลากหลายมาก ตั้งแต่รถเช่า อำนวยความสะดวกเป็นทัวร์ เราเชื่อว่าเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญด้วย โดยจะมีการขยายผลไปตามเกาะท่องเที่ยวต่างๆ และที่พักพิงในภาคอื่นด้วย
เขากล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการปกครอง โดยอธิบดีและรองอธิบดีกรมการปกครอง และติดต่อไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบเส้นเงินต่างๆ ขณะนี้ตนมีเป้าในใจ และจะลงไปตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนของคนไทยที่มีการถือหุ้นหรืออำนวยความสะดวก เบื้องต้นเราจะไปดูต่อว่าเส้นเงินที่เอามารวบรวมทุนนั้นเอามาจากที่ไหน และเป็นเงินทุนของต่างชาติหรือไม่ หากสืบสาวว่ามันใช่ ถือว่าเป็นนอมินีชัดเจน เราไม่ได้กังวลว่าต่างชาติบางคนจะโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทยแล้ว หากประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย หรือการจดทะเบียนที่ผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ตามกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยที่เราถืออยู่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เราส่งข้อมูลต่อไป
รมช.มหาดไทยยังกล่าวว่า เรายังค้นพบอีกว่า นอกจากธุรกิจการบริการอื่นๆ แล้ว ยังมีธุรกิจเกี่ยวกับการประกอบสถานศึกษา ตรงนี้ก็ถือเป็นนอมินีของสัญชาติแคนาดา เราจะขยายการสืบสวนสอบสวนไปเรื่อยๆ เป็นวงกว้าง จนกว่าเราจะเอากุ๊ยพวกนี้ออกจากประเทศได้
เมื่อถามย้ำว่า ผู้ที่ได้สัญชาติไทย กังวลว่าจะซ้ำรอยกับกรณีจีนหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเราจะไปดูอีกว่าวิธีการได้สัญชาติมาได้อย่างไร เอกสารประกอบเป็นอย่างไร และต้นทางที่เขามาเป็นอย่างไร อาจจะไม่ใช่อิสราเอลแท้ อาจมีการไปชุบตัวที่ไหนมาก่อนแล้วมาขอสัญชาติไทยเพื่อให้การขอสัญชาติไทยง่ายขึ้น ได้คุยกับอธิบดีกรมการปกครองให้ทบทวนวิธีการขอสัญชาติเอกสารหลักฐานต่างๆ หมิ่นเหม่ต่อการขออนุญาตหรือไม่ เช่น หากมีสัญชาติเอแล้วไปสัญชาติบี ก่อนจะมาสัญชาติไทย หมิ่นเหม่อยู่แล้ว เพราะความตั้งใจในการเป็นคนสัญชาติต่างๆ โดยเอื้อที่จะยื่นขอส่วนหนึ่ง และเอื้อที่จะประกอบธุรกิจอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเขาอาจไปประกอบธุรกิจบางประเทศ ทำให้ได้สัญชาติก่อนหน้านี้เพื่อไปประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และเอาทุนต่างๆ เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แล้วเอาเงินของพวกเราออกนอกประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยพยายามปกป้องผู้ประกอบการคนไทยจริงๆ ไม่ต้องการให้ต่างชาติมาเอาผลประโยชน์ของคนไทยออกไปจากประเทศเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนไทยสบายใจได้หรือไม่ว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะไม่เข้ามาในลักษณะกลืนกินสัญชาติไทย รมช.มหาดไทยตอบว่า จริงๆ เรื่องพวกนี้อาจฝังตัวในประเทศไทยสักระยะแล้ว แต่นโยบายของนายกรัฐมนตรีชัดเจน วันนี้ต้องเอาคนที่เอาเปรียบคนไทยออกไป และผู้ประกอบการที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติต้องเอาออกจากประเทศให้ได้ ซึ่งวิธีการสืบสวนสอบสวนต้องให้เวลา หากเราสงสัยเราไปจับไม่ได้ทันที ต้องดูเส้นเงิน หรือที่มาที่ดินที่เขาครอบครอง วิธีการจดทะเบียนถือหุ้น และผู้ประกอบการที่มีส่วนร่วมในธุรกิจนั้น อาจต้องใช้เวลานิดหนึ่ง ขณะนี้มีความคืบหน้าไปเยอะมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า
นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
ช็อก!กราดยิงในรร. เด็ก14คร่า9ชีวิตวิกฤตอีก9คน/อนุทินบี้คุมเข้มอาวุธปืน
สลด! เด็กอายุ 14 นักเรียน ม.3 ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี "ครู-นักเรียน" เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอื้อ ก่อนยิงตัวเองดับ พบยังก่อเหตุยิงปู่-ย่าที่บ้านพัก
ตัดจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' ซ้ำรอย 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงนักการเมือง
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น ตัดจบ ไม่ถึงนักการเมือง โดยระบุว่า
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ

