"อนุทิน" ไม่กังวลฝ่ายค้านซักฟอก บอกถ้าฮั้ว สว.มีจริงน่ารังเกียจ ย้ำไม่เกี่ยวข้อง หากฝ่ายค้านอภิปรายผลงาน รมต.พร้อมตอบ "ทรงศักดิ์" รับรู้จัก "วิทยา คำพวง" ในหน้าที่ รมช.มท.ดูท้องถิ่น แต่ไม่เอี่ยวขบวนการฮั้ว สว. อะไรผิดกฎหมายไม่ทำแน่ "โรม” สวนนายกฯ คดีฮั้ว สว.หลอกตัวเองได้ แต่หลอก ปชช.ไม่ได้ ชี้ข้อหาซ่องโจรยังน้อยไป ลั่นลุยเปิดโปงต่อเนื่อง “ไอซ์” ลั่นคนไทยกินข้าวไม่ได้กินหญ้า วงเสวนาชำแหละรัฐบาลเหลว 8 ด้าน ต้องชำระล้างบ้านเมืองครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ไม่มีปัญหา สามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็น คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลทุกคนมีความพร้อมที่จะตอบข้อสงสัยและอธิบายให้ประชาชนรับทราบผ่านช่องทางของสภา รัฐบาลโปร่งใสในการดำเนินการทุกโครงการตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งทุกโครงการล้วนก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เป็นการนำภาษีที่ได้จากการค้าขายของประชาชนมาเร่งพัฒนาต่อยอด สร้างโอกาสและสร้างรายได้กลับคืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อครหาฮั้ว สว.ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ จะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ทั้งที่รัฐบาลเคยชี้แจงมาตลอดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า ได้พูดชัดเจนไปแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับวุฒิสภา รัฐบาลกับวุฒิสภาถือเป็นคนละสถาบันกัน วุฒิสภาอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่ก้าวก่ายหรือล่วงล้ำข้ามแดนอำนาจกันและกันอยู่แล้ว เรื่องการใช้คำว่าฮั้ว สว. มันเป็นเจตนารมณ์ของผู้ที่ต้องการจะกล่าวให้ร้ายกระบวนการนี้
"ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่ถือว่าถ้ามีการฮั้วกันจริงก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่พวกผมไม่ได้เกี่ยวข้อง รัฐบาลเข้ามาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และรัฐมนตรีแต่ละคนได้รับการพิจารณา ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง มีการถวายสัตย์ฯ มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนที่จะมาบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นส่วนที่ตอบได้ก็ตอบ ส่วนที่ไม่รู้ไม่เห็นไม่เกี่ยวก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปตอบ แต่ยืนยันว่าเรื่องฮั้ว สว.ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะไม่ใช่เรื่องการทำงานของรัฐบาล"
นายอนุทินกล่าวอีกว่า หากฝ่ายค้านตั้งคำถามในเรื่องผลงานรัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็พร้อมลุกขึ้นตอบทันที เช่น หากเป็นเรื่องนโยบาย AI นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็จะเป็นผู้ตอบ หรือหากมีความสงสัยเรื่องการเจรจาความมั่นคงและสนธิสัญญาต่างๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะให้ความกระจ่างแก่พี่น้องประชาชนในทุกด้าน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเป็นรัฐมนตรีอีกคนที่อาจถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มันเป็นเรื่องปกติ เป็นการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในซีกที่อยากตรวจสอบรัฐบาล รัฐบาลเองก็พร้อมที่จะถูกตรวจสอบในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐบาล ส่วนเรื่องฮั้ว สว. จะถือว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือไม่ ก็นึกๆ ในใจว่าถ้าเป็นรัฐบาล แล้วที่มาของรัฐบาลมาจาก สส.เสียงข้างมาก เวลาจัดตั้งรัฐบาลมันมีกฎหมายด้วยหรือเปล่าว่า สว.ต้องมารัฐบาล ยังไม่เห็นในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการอภิปรายจริงๆ น่าจะต้องเกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาลของนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ก็แล้วแต่ความเห็นของทางรัฐสภา ที่จะบรรจุระเบียบวาระได้หรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เชื่อมโยงเรื่องฮั้ว สว.กับนายวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย รู้จักและเกี่ยวข้องกันหรือไม่ นายทรงศักดิ์ร้องโอ้โห ก่อนจะกล่าวว่า เมื่อวานไปงานพระราชทานเพลิงศพนายก อบจ.นนทบุรี มีคนมาขอถ่ายรูปตนเต็มไปหมด บางคนก็คุ้นๆ บางทีก็ทักผิดด้วยซ้ำ มาขอถ่ายรูปใกล้ชิดกัน พอมาเป็นรัฐมนตรีจะไปแสดงอาการอย่างไร ถ้าเขามาขอถ่ายรูปแล้วไม่ให้ถ่ายรูป
'ทรงศักดิ์' รับรู้จัก 'วิทยา'
"ครั้งที่แล้วเป็น รมช.มหาดไทย เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นตรงๆ ต้องไปช่วยท้องถิ่น บางโครงการขอมาเราก็ต้องลงไปตรวจ ถามว่ารู้จักกันไหม ก็รู้จักกันแน่นอน แต่ถ้าถามว่าคุ้นเคยกันขนาดไหน ก็เป็นไปตามหน้าที่ของเรา เมื่อเราไปตรวจราชการ ลงพื้นที่แต่ละครั้งเรายึดประโยชน์ประชาชนอยู่แล้ว นายก อบจ.ต่างๆ ก็เป็นเหมือนผู้แทนประชาชนในพื้นที่นั้นๆ มีความคุ้นเคยกัน เราก็ลงไปทำให้ จริงๆ ผมพยายามสร้างมิตรมากกว่าสร้างอย่างอื่น คนจะรู้จักทรงศักดิ์มาก ซึ่งก็แปลกใจว่ามีคนเอ่ยชื่อผมเยอะช่วงนี้มันก็แปลกมากเลย"
เมื่อถามว่า มีความพยายามเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว. นายทรงศักดิ์ยืนยันว่า ตนไม่เกี่ยวกับอะไรที่เรียกว่าเป็นขบวนการ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าการได้มาซึ่ง สว.มีกฎหมายรองรับเฉพาะตัวอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับเราอยู่แล้ว แต่ถามว่าคนที่เป็น สว.หลายคนรู้จักกับตนหรือไม่ ก็รู้จักกัน ตนเป็นอดีต สส.มาตั้งแต่ปี 2535 เพราะฉะนั้นคนรู้จักตนเยอะ ไม่ปฏิเสธ แต่อะไรที่เป็นสิ่งที่ทำแล้วผิดกฎหมายตนยืนยันว่าไม่ทำแน่นอน
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังนายกฯ กล่าวว่ารัฐบาลรับไม่ได้กับการฮั้ว สว. และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ รัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้วหากจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่การทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านอยู่ที่พยานหลักฐาน และต้องยอมรับว่าการตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว.หรือเรื่องอื่นตั้งอยู่บน 2 ฐาน คือ 1.ฐานทางกฎหมาย ว่าผิดข้อกล่าวหาใดมาตราใด อั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ และผู้ที่มีอำนาจในการชี้ความผิดไม่ใช่สภา แต่เป็นหน่วยงานอื่นเช่นศาลที่ทำหน้าที่นี้ต่อ และ 2.การตรวจสอบทางการเมือง
นายรังสิมันต์กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการตรวจสอบทางการเมืองว่าข้อยุติในสภาคือมือจะยกในการไว้วางใจ และส่วนใหญ่จะเห็นว่าฝั่งรัฐบาลมักจะผ่านจุดนี้ไปได้ แต่ต้องไม่ลืมเรื่องทั้งหมดที่ตรวจสอบทางการเมือง ต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใสที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ต่อให้สามารถรอดจากการตรวจสอบผ่านกลไกสภาหรือกฎหมาย เชื่อจริงหรือว่าฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะผู้มีอำนาจในรัฐบาลจะไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
“ท่านคิดว่าท่านจะโกหกประชาชนเรื่องนี้ไปได้อีกเท่าไหร่ ท่านคิดจริงหรือว่าประชาชนในประเทศนี้ได้เห็นและติดตามการทำงานของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือหลายภาคส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูล มีบุคคลหลายบุคคลมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำเป็นขบวนการ จนคิดว่าอั้งยี่ซ่องโจรอาจจะเป็นข้อหาเล็กไปด้วยซ้ำ ซึ่งขบวนการทำแบบนี้ยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง สว. คิดว่าอาจจะหลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้" นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ยืนยันว่า ปชน.จะติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลเองดูไม่สบายใจจากการเปิดโปงเรื่องนี้ โดยเฉพาะมีการขยายผลไปถึงว่ามีการอ้างเบื้องสูง ดังนั้นขออย่าโกหกกัน เพราะมีการแอบอ้างแน่ๆ และมีการใช้กลไกนี้แน่ๆ แต่สิ่งที่กลับไม่เห็นคือกลุ่มรักสถาบันเหตุใดถึงดูเงียบกับเรื่องเหล่านี้ วันนี้เรื่องฮั้ว สว.ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง แต่เป็นการดึงฟ้าเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คือการเอาสถาบันเข้ามาเป็นประโยชน์ส่วนตัว เพื่อปกป้องคุ้มครองในการกระทำชั่วของตัวเองที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควร
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้นการที่นายกฯ บอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. คิดว่าให้ประชาชนดูข้อมูลทั้งหมด แล้วให้เขาตัดสินดีที่สุด และถึงที่สุดแล้ว กกต.ที่ถูกตั้งคำถามว่า ถูก สว.ชุดนี้แต่งตั้งและรับรองมา มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เราต้องการให้ประชาชนออกมาช่วยกันกดดันให้ กกต.ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา เพราะอำนาจเป็นของ กกต.แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ขอแรงประชาชนทุกคนว่า เสียงของท่านมีความหมายกับเรื่องนี้ ที่จะมาช่วยกันกดดัน กกต.
น.ส.รักชนกกล่าวว่า เรื่องกรณีที่นายกฯ บอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนอยากให้นายกฯ ลองเปิดเฟซบุ๊กของฝ่ายค้าน เช่น ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน หรือเพจไอลอว์ ท่านก็จะเห็นข้อมูลต่างๆ แม้ตัวนายกฯ อาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสาธารณะ และอยู่ในสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต. ขอให้ประชาชนคิดเองดีกว่าว่ารัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้องกับการโกง สว.หรือไม่
รัฐบาลล้มเหลว 8 ด้าน
ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ สภาที่ 3 จัดเสวนาหัวข้อ "รัฐบาลล้มเหลว เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย" โดย ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม กล่าวว่า ประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทยมีบทเรียนให้เห็นเสมอว่า หากรัฐบาลใดไม่สนใจฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน แม้จะครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ ขณะที่การขับเคลื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ทั้งที่ประชาชนลงประชามติเห็นชอบแล้ว วิธีการได้มาซึ่ง สว. ที่เปิดช่องให้เกิดการฮั้วกันได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถูกแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป
นายจตุพร พรหมพันธุ์ คณะหลอมรวมประชาชน กล่าวว่า คำว่า รัฐบาลล้มเหลวนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับการพัฒนาไปสู่ขั้นวิวัฒนาการสูงสุด สภาพของประเทศไทยเดินมาถึงจุดที่เกินคำว่าปฏิรูปไปแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้คำนี้เหมือนเป็นการหักหลังประชาชน สิ่งที่ประเทศต้องทำในเวลานี้ไม่ใช่แค่การปฏิรูป แต่คือการปฏิวัติ ที่ไม่ได้หมายถึงการทำรัฐประหาร หากหมายถึงการชำระร่างกาย หรือชำระล้างบ้านเมืองครั้งใหญ่ที่สุด
ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันถือเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจและเสถียรภาพในทางโครงสร้างในระดับสูง แต่กลับมีสมรรถนะและการบริหารจัดการประเทศในระดับต่ำ จุดล้มเหลวสำคัญของรัฐบาล แบ่งออกเป็น 8 ด้าน ประกอบด้วย 1.ความล้มเหลวด้านยุทธศาสตร์ 2.ความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ 3.ความล้มเหลวด้านงบประมาณ 4.ความล้มเหลวด้านการตัดสินใจ 5.ความล้มเหลวด้านธรรมาภิบาล 6.ความล้มเหลวด้านระบบราชการ 7.ความล้มเหลวด้านความรับผิดชอบ และ 8.ความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศ
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง กล่าวว่า ปัญหาความล้มเหลวของรัฐบาลในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากตัวบุคคล แต่เกิดจากระบบการเมืองไทยที่ล้มเหลวเชิงโครงสร้าง หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับภาวะรัฐบาลล้มเหลวซ้ำซาก ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง
ส่วน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่า สังคมไทยกำลังตกอยู่ในภาวะชินชาต่อความชั่ว และเห็นเรื่องผิดกฎหมายกลายเป็นเรื่องปกติ หากไม่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง และไม่มีการกระจายอำนาจ รวมถึงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง ประเทศไทยจะไม่สามารถบรรลุความสงบสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯลุยจีบ2ยักษ์ใหญ่ สยบลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน
นายกฯ ลุยงานต่อนิวซีแลนด์ จีบ 2 ยักษ์ใหญ่ "T&G Global-Skyline Enterprises"
โกงข้อสอบ9พันล้าน กมธ.ปปช.แฉทุจริต32ขั้นตอนขรก.ซี10-นักการเมืองเอี่ยว
"มท.4" ร่วมถก กมธ.กระจายอำนาจฯ ปมรักษาสิทธิผู้สอบท้องถิ่นที่สุจริต
สส.ปชน.ภูเก็ต พร้อมแจงDSI นอมินีต่างชาติ
"ดีเอสไอ” ออกหมายเรียกพยาน “สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน" เข้าชี้แจง 31 ส.ค.69
เตือนเหนือตอนล่างยังอ่วม!
สถานการณ์อุทกภัย "ภาคเหนือ" น่าห่วง "ปภ." ส่งเซลล์บรอดคาสต์แจ้งเตือนหลายพื้นที่เฝ้าระวัง "น่าน-แม่ฮ่องสอน"
TH-AIPassportทะลุ5แสน อนุทินลั่นไม่ไร้ค่าเฮงกะบ๊วย
เปิดลงทะเบียน TH-AI Passport วันแรก ทะลุ 5 แสน "อนุทิน” โอ่เปิดทางคนไทยใช้ AI ระดับโลก ไม่ใช่โครงการเฮงกะบ๊วย
ปลื้มเยือนออสซี่วินวิน2เด้ง
ยิงสลุต 19 นัด! ต้อนรับ “นายกฯ อนุทิน” เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

