ปูด‘นฤชา’มีเอี่ยวโกงสอบ!

“เซมเบ้” ส่งนิติกรจังหวัดสร้างเชื่อมั่นท้องถิ่น กล้าลุยเพิกถอน ขรก. “นายกสมาคม อบต.” ลั่น “มันจบแล้วครับนาย” เปิดข้อมูลชุดปกรณ์โยงถึง “นฤชา” “โฆษก ปชป.” ข้องใจ มท.1 เอี่ยวโกงสอบ “ปกครอง” แจงผู้บริหาร  มท.ปัจจุบันไม่เกี่ยวสอบ นอภ.66

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเตรียมทีมกฎหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ เดินหน้าเพิกถอนผู้มีรายชื่อเกี่ยวข้องในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ใช้คำว่าบริหารบัญชีดีกว่า เราใช้บัญชีที่ถูกต้องที่มีการตรวจตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งทาง สถ.ขยายผลจากมติคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งมีใบผลคะแนนที่ถูก และที่เคยอ้างว่าถูกแต่จริงๆ แล้วผิด แนบไปให้คณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัด (ก.จังหวัด) ประทับเป็นเอกสารลับ

นายนิรัตน์กล่าวว่า หากจังหวัดใดยังไม่ได้ประชุม ก.จังหวัด อาจจะรู้แค่ชื่อ แต่ยังไม่เห็นใบคะแนนอย่างแน่นอน การที่ไม่เห็นใบคะแนนไม่แปลก เพราะตนไม่ได้โพสต์ลงช่องทางโซเชียล โพสต์ไม่ได้เพราะเป็นข้อมูลส่วนตัว แต่เมื่อประชุมแล้วก็จะเหมือนนายก อบจ.ลำพูนวันก่อน ที่พอเห็นใบคะแนนแล้วร้องอ๋อ บอกครบนี่ จบเลย

ส่วนการตั้งทีมมอนิเตอร์เรื่องของการฟ้องร้องนั้น นายนิรัตน์ระบุว่า ด้วยความเป็นห่วง นายก อบจ. นายก อบต. นายกเทศมนตรีทุกเทศบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึงนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย จึงมีการตั้งทีมนิติกรซึ่งมีทุกจังหวัด โดยให้ตนมอนิเตอร์ทุก อบจ. อบต. เทศบาลเลย หากแห่งใดถูกฟ้อง เราจะส่งนิติกรจากท้องถิ่นจังหวัดไปช่วยเลย ทั้งหลักฐาน ผลคะแนนสอบ ซึ่งทาง สถ.จะประสานข้อมูลในเรื่องคดีกับสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการคดีปกครอง ตำรวจ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประสานงานกันอยู่

เมื่อถามว่า เห็นรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ชุดที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธานหรือยัง ว่ามีการเชื่อมโยงไปถึงอธิบดี สถ.คนเก่า นายนิรัตน์ตอบว่า ยังไม่เห็นเอกสารรายละเอียดทั้งหมด ส่วนข้อเสนอให้ยุบคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) นั้น กสถ.ไม่ใช่องค์กร เป็นโครงสร้างหนึ่งที่มีภารกิจในการจัดสอบ เดี๋ยวต้องมีการปรับเปลี่ยนเรื่องตัวบุคคล แต่หากฝ่ายนโยบายจะให้เขียนข้อกฎหมายเกี่ยวกับ กสถ.ใหม่ จะรับไปปฏิบัติ

เมื่อถามถึงกรณีในรายงานมีการพบเส้นเงินมากกว่า 9 พันล้านบาท นายนิรัตน์กล่าวว่า ในทางคดีอาญา เรื่องเส้นเงินต้องบอกว่าตนไม่ได้ทำ ตรงนี้เป็นเรื่องของตำรวจ ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ดำเนินคดีทางอาญาจะรู้ดีกว่าตน

ทั้งนี้ ภายหลังนายนิรัตน์ให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น  นายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ซึ่งมาร่วมประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ที่มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ  เป็นประธาน ได้ถือโอกาสเข้ามาพูดคุยกับนายนิรัตน์ พร้อมระบุว่า มั่นใจว่า สถ.ได้ส่งหลักฐานมายังสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และทางท้องถิ่นทั่วประเทศจะเพิกถอนข้าราชการ และมั่นใจว่าทุกคนจะไม่โดนฟ้องอย่างแน่นอน พร้อมกับบอกนายนิรัตน์ว่า “มันจบแล้วครับนาย” จากนั้นนายนิรัตน์ได้โอบไหล่นายวิระศักดิ์ และยังจับมือกันด้วย

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ   พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณี กมธ.ตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่น ได้รับข้อมูลจากคณะกรรมการชุดของนายปกรณ์และทาง ป.ป.ช.ว่า เบื้องต้นข้อมูลไปถึงข้าราชการระดับ 10 ที่เหลือไปไม่ถึงกว่านั้น โดยเกี่ยวพันตั้งแต่การร่างทีโออาร์  ส่วนนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นมีแต่นักการเมืองท้องถิ่น

เมื่อถามย้ำว่า ไปถึงแค่อธิบดี 1 คน และมีนักการเมืองท้องถิ่นใช่หรือไม่ นายอาสพลธ์ตอบว่า เบื้องต้นมีเท่านี้ เป็นข้อมูลจากการสอบพยานกว่า 500 ปาก จากกว่า 5,000 ปาก พบเส้นทางการเงินประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งจาก 500 ปาก มีไปถึงแค่ระดับ 10 เมื่อถามว่า เงิน 9,000 ล้านบาทเกี่ยวกับอธิบดีกับนักการเมืองท้องถิ่น มันจะจบแค่นี้หรือไม่ นายอาสพลธ์กล่าวว่า เราพยายามให้คนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทุกระดับมารับโทษ แต่ข้อเท็จจริงพยานหลักฐานมีแค่นี้ และยังมีอธิบดีตั้งแต่ร่างทีโออาร์ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ข้อมูลจำนวนมาก

เมื่อถามว่า กรณีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. เกี่ยวกับการจัดสอบ แต่อธิบดีที่เกี่ยวกับทีโออาร์จะมีอีกคนใช่หรือไม่ และมาจากไหน นายอาสพลธ์ยอมรับว่า ใช่ เป็นข้อมูลจากคณะทำงานของนายปกรณ์ให้ข้อมูลไว้

ซักว่า ใช่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และอดีตอธิบดี สถ.ใช่หรือไม่ นายอาสพลธ์ยอมรับว่า “ใช่ครับ และต่อจากนั้นก็มีอธิบดีอีกท่านก่อนนายธีรุตม์” เมื่อถามอีกว่า นักการเมืองมีการระบุถึงใครบ้าง นายอาสพลธ์บอกว่า ในส่วนนักการเมืองไม่มีรายชื่อมาให้

วันเดียวกัน นายอาสพลธ์พร้อมคณะยังเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องโกงสอบท้องถิ่น โดยเฉพาะการตั้งข้อสังเกตของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่าอาจมีบุคคลใกล้ชิดนายกฯ เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงมหาวิทยาลัยจัดสอบนั้น นายอาสพลธ์กล่าวว่า ดีเอสไอให้ข้อมูลว่า ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดมานาน และนายหน้ามีเครือข่ายกับหลายมหาวิทยาลัย จึงไม่ควรเหมารวมว่ามหาวิทยาลัยใดมีหรือไม่มีการทุจริต และในกรณีพาดพิงบุคคลทางการเมือง 3 คนนั้น อธิบดีดีเอสไอเห็นว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงข่าว และไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงเสนอให้ดีเอสไอและ ป.ป.ช. เชิญนายรังสิมันต์มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หากมีข้อมูลอะไรในเชิงลึกก็จะเป็นเรื่องที่ดี หากพูดออกมาเฉยๆ ตามข่าวที่ออกมา ก็คงไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกพาดพิง เพราะสร้างความเสียหาย

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวกรณีที่มีข้อครหาเรื่องการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีข้อมูลสะพัดว่ามีวงเงินหมุนเวียนสูงถึง 4,500-5,000 ล้านบาทว่า นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ในฐานะประธาน กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่พรรคได้รับข้อมูลหลักฐานจากประชาชนจำนวนมาก โดยโครงสร้างของขบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่น ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ 4 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 ผู้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สมัครที่ยอมจ่ายเงินเพื่อหวังแก้คะแนนสอบ ซึ่งปรากฏผู้ให้ข้อมูลจำนวนมาก, ชั้นที่ 2 นายหน้า ทำหน้าที่เป็นตัวกลางจัดหาผู้ที่ต้องการสอบติด รับเงิน และประสานงานต่อ โดยใช้วิธีการเปิดบัญชีร่วมกับผู้จ่ายเงิน วางเงินประกัน และเมื่อแก้คะแนนสำเร็จจึงค่อยลงนามยินยอมให้ถอนเงินและจ่ายเงินเพิ่ม,  ชั้นที่ 3 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่คุมสอบ ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมและดำเนินการแก้ไขปรับเปลี่ยนคะแนน และชั้นที่ 4 ต้นตอของปัญหา คือกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการระดับสูง และนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมกระบวนการทั้งหมด

“ถ้าวันนี้เราจับแค่คนที่มีรายชื่อ 5,925 ราย สุดท้ายเราก็จับได้แค่ปลาตัวเล็กเอาไปสังเวย แล้วปล่อยให้ปลาตัวใหญ่ลอยนวล กระบวนการยุติธรรมจะกลายเป็นเพียงละครปาหี่หลอกประชาชน แล้วคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดจะถูกตัดตอนไปไม่ถึง วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.และดีเอสไอต้องเอาจริงเอาจัง ต้องจับปลาตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังและบงการกระบวนการเหล่านี้ ต้องเอาติดคุกให้หมด โดยเฉพาะนักการเมืองระดับสูง”นายพงศกรกล่าวและว่า ขอเรียกร้องไปยัง ป.ป.ช.และดีเอสไอ ให้พิจารณาใช้มาตรการการกันไว้เป็นพยาน และการคุ้มครองพยานอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างหลักประกันแก่ผู้ที่ให้เบาะแสว่าจะไม่ถูกกลั่นแกล้งหรือรับโทษที่หนักขึ้น

วันเดียวกัน กรมการปกครอง ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีสอบนายอำเภอ ปี พ.ศ.2566 ว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารกรณี กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียน กรณีข้อพิรุธการสอบนายอำเภอ ปี  พ.ศ.2566 และข้อสงสัยกระดาษคำตอบพิมพ์ปี พ.ศ.ผิดนั้น กรมการปกครองขอเรียนว่า การดำเนินการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการในสังกัดกรมการปกครอง เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ปี พ.ศ.2566 ได้เริ่มกระบวนการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 และดำเนินการเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน พ.ศ.2566  โดยกระบวนการสอบคัดเลือกดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ดำเนินการตรวจสอบ และแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบแล้ว

ทั้งนี้ กรมการปกครองขอเรียนยืนยันว่า การจัดสอบคัดเลือกดังกล่าวไม่อยู่ในห้วงเวลาการทำงานของผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากผู้ร้องเรียนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีดังกล่าว สามารถใช้สิทธิตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดได้ต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินกลับไทยปุ๊บไป‘น่าน’

นายกฯ กลับถึงไทย 22 ส.ค. เช้า 23 ส.ค.บินไป จ.น่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัยทันที "ยศชนัน" ร่อนคำสั่งด่วนถึงผู้ว่าฯ  17 จังหวัดภาคเหนือ