ตบหน้ารัฐบาลซ้ำ! โจรใต้ป่วนต่อคืนที่ 2 ทั้งวางเพลิง-เผายาง-โปรยตะปูเรือใบ-ทำลายทรัพย์สิน ปค.สั่งด่วน! ยกระดับสูงสุด “ขั้นเผชิญเหตุ” ขณะที่ปลัด มท.สั่งการด่วนที่สุด “5 ผวจ.ชายแดนใต้" คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง ฟื้นฟูระบบสื่อสาร ไฟฟ้า กล้อง CCTV บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง-ฝ่ายความมั่นคง "อนุทิน" เรียกความมั่นคง-วันนอร์ถกด่วน เผย 25 ส.ค.หารืออีกรอบ “สีหศักดิ์” รับรู้การข่าวล่วงหน้าแต่คาดการณ์ไม่ดีพอ “ผอ.ข่าวกรอง” ประเมิน 3 ปัจจัยก่อเหตุ “เลขาฯ สมช.” ชี้เหตุกลุ่มในพื้นที่โต้รัฐปราบปรามเข้ม พร้อมคาดมีปัจจัยแทรกซ้อน “ผบ.ทบ.” สั่งปรับปรุงงานด้านการข่าวแม้ไม่สั่นคลอน รับทหารมีไม่เพียงพอ “สว.” อัดพื้นที่รัฐล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 การก่อเหตุความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังจากเมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุแบบดาวกระจายใน จ.ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส รวม 51 เหตุการณ์ ทั้งการวางระเบิด ลอบวางเพลิง เผายางรถยนต์ โปรยตะปูเรือใบ ทำลายทรัพย์สินทางราชการและระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการใช้อาวุธปล้นร้านสะดวกซื้อ
ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 ส.ค. ได้เกิดเหตุวางเพลิงบริเวณโรงรถ และวางระเบิดบริเวณป้อมยาม สำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ที่ 3 ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดยรถยนต์ของเทศบาล 3 คันเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากนี้พื้นที่ อ.ธารโต พื้นที่รอยต่อ อ.เบตง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ลอบเผารถยนต์ราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแหร 2 คัน และทำลายเสาสัญญาณสื่อสาร ขณะที่ อ.บันนังสตา เกิดการก่อเหตุหลายจุดตามถนนสายหลักหมายเลข 410 ทั้งเผายางรถยนต์ เสาสัญญาณ และกล้องดูความปลอดภัย ส่วน อ.รามัน ลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์ 2 จุด ที่ ต.จะกว๊ะ และ ต.กายูบอเกาะ รวมถึงพ่นสีบนผิวถนนบริเวณ ต.เนินงาม และ อ.เมืองยะลา มีการเผาป้ายสาธารณะบนถนนสาย 418 โปรยตะปูเรือใบบริเวณถนนบุดี เผายางบริเวณหน้าสุสานจีน บ้านต้นหยี และตรวจพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณโค้งบ้านยะลา (ลำใหม่)
สำหรับความคืบหน้าจากเหตุการณ์คนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คนบุกเข้าไปภายในเทศบาลตำบลพ่อมิ่งนั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุครั้งนี้มีทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มเดิมที่มีหัวหน้าปฏิบัติการ ซึ่งได้กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของปัตตานี โดยประเมินว่าช่วง 2 วันที่ผ่านมา อาจมีกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ปัตตานีรวมประมาณ 100 คน
ขณะเดียวกัน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงปลัดจังหวัดนราธิวาส, ยะลา, ปัตตานี และสงขลา สั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา สู่ระดับสูงสุดตามแผนระดับ 3 หรือขั้นเผชิญเหตุ โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นภายหลังคืนวันที่ 22 ส.ค.ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครองและประชาชน
ต่อมาช่วงค่ำ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา และสตูล ให้เพิ่มระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด และยกระดับความพร้อมของกลไกฝ่ายปกครองในพื้นที่ บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและรัดกุมที่สุด เพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์ขยายวงกว้าง และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 4 มาตรการ ได้แก่ 1.ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุการณ์ซ้ำอย่างเข้มงวด โดยให้ฝ่ายปกครอง ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) บูรณาการสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จัดกำลังลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจจุดสกัด เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เส้นทางสายหลัก สายรอง สถานที่ราชการ ระบบสาธารณูปโภค และจุดล่อแหลมเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเวลากลางคืน ตลอดจนช่วงเวลาและจุดที่มีความเสี่ยงสูง หรือคาดว่าอาจจะมีการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ขึ้นได้
2.บูรณาการงานด้านการข่าวอย่างรอบด้าน โดยให้ฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงติดตาม ตรวจสอบ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องทุกชั่วโมง เพื่อเร่งดูแลความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีความเปราะบางสูง
3.เร่งรัดฟื้นฟูและรักษาความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสื่อสาร ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) โดยให้จังหวัดและอำเภอประสานการปฏิบัติร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน เพื่อเข้าตรวจสอบ ซ่อมแซม และติดตั้งอุปกรณ์ทดแทนในส่วนที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
4.ให้นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ กำกับติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
'อนุทิน' เรียกถกด่วน
ส่วนความเคลื่อนไหวในส่วนกลางนั้น ในเวลา 09.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงเพื่อติดตามสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคาดว่าเพื่อประเมินสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าการข่าวค่อนข้างช้า
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าเป็นห่วง เราต้องยอมรับความจริง เรื่องของการข่าว ทราบว่าเราก็รู้ล่วงหน้าในเรื่องของการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นนี้ ต่อไปเราต้องมาดูว่าเราจะดำเนินการให้ทันท่วงทีอย่างไร และต้องมาประเมินสถานการณ์ว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นใคร รวมทั้งต้องมาดูการเตรียมพร้อมของเราให้รัดกุมยิ่งขึ้นในทุกจุด
“การข่าวอาจรู้ล่วงหน้า แต่การจะรู้ว่าปฏิบัติการเมื่อไหร่เราอาจยังคาดการณ์ไม่ดีพอ บางครั้งการปฏิบัติการอย่างนี้มันก็กระจายไป ดังนั้นการจะคาดการณ์มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องมานั่งดูกันในเรื่องของการข่าว และในเรื่องของการเตรียมความพร้อมที่จะสกัดกั้น ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ไม่ให้กระทบต่อประชาชน ล่าสุดที่นายกฯ สั่งไปคือให้มีการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่”
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมว่า กองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจและพิสูจน์ทราบกลุ่มที่มาก่อเหตุ มีการวางเป้าหมายเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนเป็นหลัก เพราะเรื่องดังกล่าวกระทบกับประชาชนโดยตรง ทั้งร้านค้าหรือที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดบ่อยครั้งในขณะนี้มาจากปัจจัยอะไร นายฉัตรชัยกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยเกิดการก่อความไม่สงบหลายจุดมาแล้วหลายครั้ง ปีนี้เกิดมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งอาจเกิดจากกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือคนในพื้นที่ที่จะแสดงการตอบโต้ หรือแสดงสัญลักษณ์ต่อภาครัฐที่มีความเข้มข้นในการปฏิบัติการ จึงเป็นไปได้ที่ฝ่ายตรงข้ามจะตอบโต้ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล ส่วนเรื่องจำนวนเหตุการณ์ต้องแยกแยะไปดู ไม่ใช่เผากล่อง 1 กล่องจะเป็นหนึ่งเหตุการณ์ ต้องประเมินเหตุการณ์ตรงนั้นว่าหนักเบาอย่างไร
ถามว่า กังวลหรือไม่ที่มีการก่อเหตุในช่วงก่อนที่จะประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดสงขลาช่วงปลายเดือนนี้ นายฉัตรชัยย้ำว่า ไม่กังวล มีความพร้อมที่จะดูแล ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และทราบว่าผู้บัญชาการทหารบก กองทัพภาคที่ 4 ดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่
สำหรับเป้าประสงค์ในการก่อเหตุเป็นการปลุกปั่นหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า หากสังเกตว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงทรัพย์สินเสียหาย หากนับจำนวนจะมีที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ 15 แห่ง ส่วนเหตุที่เหลือเป็นการวางเพลิง จึงต้องเป็นเรื่องที่ไปดูต่อว่าใครทำอย่างไร และเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายกองทัพภาคที่ 4 กำลังดำเนินการอยู่
“ทั้งหมดนี้จะไม่ไปเหมารวมกลุ่มขบวนการอย่างเดียว เพราะอาจจะมีภัยแทรกซ้อน เช่นเรื่องอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งเราต้องตรวจสอบ ไม่ได้เหมาว่าเป็นกลุ่ม BRN เพียงอย่างเดียว” นายฉัตรชัยกล่าวและว่า เชื่อว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทหารมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ และต้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังมากขึ้น ที่ผ่านมาเป็นจังหวะพอดีที่ฝ่ายเรามีความเข้มข้นในการปฏิบัติหน้าที่ ฝั่งโน้นเขาถึงต้องแสดงอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งอาจจะมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่น เพราะมีเหตุเกิดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของท้องถิ่นด้วยหรือไม่
คาด 3 สาเหตุหลัก
ด้านนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมินถึงการก่อเหตุการณ์ว่ามี 3 สาเหตุหลัก คือ 1.การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงปลายเดือน ต.ค. ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา 2.ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร เพราะการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน และ 3.ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดี
“มีคำถามเสมอว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่ามีผู้ก่อเหตุเยอะกันขนาดนี้ ผมอยากจะบอกว่าบางครั้งพวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน“ นายฐนัตถ์ ระบุ
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ฝ่ายทหารอ้างหรือไม่ ว่าเกิดจากการเสียผลประโยชน์จากการที่ถูกรัฐบาลปราบสิ่งผิดกฎหมาย นายฐนัตถ์ยอมรับว่า ก็มีส่วน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นเหตุก่อกวนส่วนใหญ่ และในพื้นที่ก็ไม่มีเหตุการณ์การจับสิ่งกฎหมาย แต่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีการจับสิ่งผิดกฎหมาย เช่น การจับยาบ้าจำนวนมาก รวมถึงในจังหวัดปัตตานี ฉะนั้นจึงต้องมาจำแนกแยกว่าเป็นกลุ่มของใคร และเชื่อมโยงไปกลุ่มใด พื้นที่ไหน ซึ่งหากนำมาจัดหมวดหมู่ก็จะเห็นภาพ
เมื่อถามย้ำว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ ผอ.ข่าวกรองระบุว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่นหากเป็นเรื่องอาชญากรรมก็จะรู้ว่าซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่าแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการปฏิบัติการแบบไหน ก็จะเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งรู้กัน
และในเวลา 14.40 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เดินทางเข้าพบนายอนุทินและใช้เวลาหารือเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการหารือถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวันที่ 25 ส.ค.ช่วงเช้า นายกฯ จะพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ และฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งก่อนประชุม ครม. ซึ่งจะมีการพูดคุยทั้งเรื่องสถานการณ์พื้นที่ภาคใต้ วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และจะทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหา โดยจะได้ข้อสรุปว่าจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร
ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์ภาคใต้มาโดยตลอด พร้อมกำชับให้สืบสวนข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่บิดเบือน โดยได้กำชับให้รีบออกมาแก้ไขเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เช่นการกล่าวหาการปฏิบัติการของกองทัพใช้อาวุธบนเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว โดย กห.จะทำหน้าที่สนับสนุนกองทัพภาคต่างๆ
ยอมรับทหารไม่เพียงพอ
พล.ต.วินธัยกล่าวเสริมว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการบิดเบือนข่าวสารมาโดยตลอด หรือที่เรียกว่าการปั่นข่าว เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในช่วงหลัง กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้ปรับวิธีการสื่อสาร ส่วนที่มีการมองกันว่าคนร้ายก่อเหตุคืนเดียวกว่า 51 จุด เจ้าหน้าที่หายไปไหนกันหมดนั้น หากเปรียบเทียบพื้นที่กับจำนวนเจ้าหน้าที่ แล้วนำมาหารเฉลี่ยก็ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นหลักทั่วไปของ กอ.รมน.ต้องใช้ควบคู่กับงานด้านการข่าว และงานด้านการข่าวปัจจุบันก็ยังทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะการก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่ชุมชน และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่พื้นที่เพ่งเล็งสูง ต้องดูว่าแผนทางยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครองได้กำหนดพื้นที่ไว้อย่างไร ซึ่งจะมีความเข้มข้นในการดูแลแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมีแนวโน้มก่อกวนมากกว่า โดยการเน้นให้มีจำนวนการก่อเหตุให้มาก เพื่อนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นขวัญและกำลังใจของวัยรุ่น ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องชีวิต
พล.ต.วินธัยยังระบุถึงข้อกังขาถึงการข่าวในพื้นที่มีปัญหาว่า การข่าวมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่และการข่าวในระบบ ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะอย่างนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า จะต้องเพิ่มการข่าวในระดับเหตุการณ์เล็กๆ ซึ่งการทำงานของหน่วยข่าวมีลักษณะสอดประสานกัน ข้อมูลทางด้านการข่าวถือว่ามีประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ประชาคมข่าว เพราะจะบูรณาการทางด้านการข่าวมากที่สุด และเชื่อว่าไม่น่าจะใช่ระบบการข่าวสั่นคลอน ซึ่งเรียกว่าแยกกันทำแต่ร่วมกันคิด
“เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐ ยืนยันว่างานด้านการข่าวไม่ได้ล้มเหลว สถานการณ์ในภาพรวมจากสถิติยังดีอยู่ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หากเทียบกับอดีตถือว่าพัฒนาที่ดีขึ้น” พล.ต.วินธัยกล่าวและว่า เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN
ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการประสานการทำงานของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ที่ทำให้เกิดการสอดรับพร้อมๆ กัน และมีในเรื่องของวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น โดยไม่มุ่งเอาชีวิตประชาชน
นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรค ภท. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.วันที่ 27 ส.ค.นี้ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง 6 หน่วยงาน ได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ มาร่วมประชุมเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ด้านการข่าว การปรับปรุงการรักษาความสงบในพื้นที่ที่ต้องแก้ไขให้มีประสิทธิภาพโดยด่วน และต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อคืนความสุข ความมั่นคง ความปลอดภัยให้ประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งติดตามผู้กระทำผิดมารับโทษโดยเร็วที่สุด
จี้ปรับปรุงข่าวกรอง
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดเหตุจนยุติ 12 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถจับคนร้ายได้ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ตรงนี้ต้องมาแก้ไขในเรื่องข่าวกรอง และเรื่องต่างๆ อย่างเร่งด่วน ซึ่งนายกฯ ก็ได้กำชับมากับผมว่าต้องหาข้อมูลให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” นายมณเฑียรกล่าว
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนและตรวจสอบความเสียหายร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาบางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่น การแก้ปัญหาไม่ควรเก็บไว้ที่หน่วยงานเดียว อะไรที่เราทำมาตลอดแล้วสภาพยังเหมือนเดิม เราก็ต้องเปิดใจรับฟังคนอื่น ทางออกคือทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนที่เห็นต่างมาพูดคุยกันว่า รูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่แบบใดจึงจะเหมาะสม ถ้าใช้แค่ความมั่นคงในมิติเดียวไม่ได้ มันต้องเป็นความมั่นคงของประชาชนด้วย
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ กล่าวว่า วันนี้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่รัฐล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ กองกำลังบีอาร์เอ็นก็ได้ก่อเหตุ ยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 ศพ โดยยังจับคนร้ายไม่ได้ และยังปล่อยให้ก่อเหตุคืนเดียว 51 จุด แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในงานการข่าว ความผิดพลาดในงานป้องกัน และรักษาความสงบของกำลังเจ้าหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างสิ้นเชิง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เร่งเคาะกก.นิรโทษกรรม ศาลลุยศึกษา‘บังคับโทษ’
"ภราดร" ระบุนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48-68 ต้องเข้าคณะกรรมการทุกเคส
หนี้ครัวเรือนพุ่ง แตะ16.4ล้านล. เตือน‘เอลนีโญ’
สศช.เผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2569 การจ้างงานเพิ่ม 5.1% ผู้มีงานทำ 41.5 ล้านคน
เหยื่อเขย่า‘กระจกเงา’ ‘เมนาท’ซัดไร้ศักดิ์ศรี!
"สมยศ" ผุดนิยายสั้น "อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว" มึนหัวเดินไม่รู้ทาง แต่รู้หมดไปไหนบ้าง ใครด่าว่าอะไร
28สค.ชี้ชะตาคดีฮั้วสว.
สองพี่น้อง "ปริศนานันทกุล" ปัดพ้นตัว "ไอลอว์" โยนร่างแหมัดยกหูหา สว.อ่างทอง จ่อฟ้อง "ยิ่งชีพ" สร้างความเสียหายพรรค
เกิดเหตุวางระเบิด-เผาร้านเซเว่น จ.ปัตตานี คนร้ายปะทะตำรวจขณะหลบหนี
เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุเผาและวางระเบิดบริเวณร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาลางา ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่
'ตั้ม พิชิต' ข้องใจบทบาท 'รอมฎอน' ถามลั่น เป็น สส. รัฐไหนกันแน่?
“ตั้ม พิชิต” แกนนำคปท. อัด “รอมฎอน” ปมท่าทีต่อเหตุรุนแรงชายแดนใต้ เลือกตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่รัฐม

