เหยื่อเขย่า‘กระจกเงา’ ‘เมนาท’ซัดไร้ศักดิ์ศรี!

"สมยศ" ผุดนิยายสั้น "อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว" มึนหัวเดินไม่รู้ทาง แต่รู้หมดไปไหนบ้าง ใครด่าว่าอะไร "สมบัติ" เขย่ากระจกเงา! อดีตเด็กฝึกงานแฉคุกคามทางเพศ ถามมาตรการ-เงินบริจาค ส่วน “ป้าทิชา” ชื่นชม “หนูหริ่ง” ที่สุดของที่สุด คือต้องขอบคุณ “ก้าวที่กล้า”

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว” พร้อมเขียนเรื่องราวว่า “พวกเราเศร้ามาก อ่านเรื่องของพ่อแล้ว พ่อผิดมากที่ทำกับเด็กแบบนั้น ไม่ขอพูดคุยและติดต่อกันอีกแล้ว”

"ผมกดโทรศัพท์ปิดการสนทนาไปก่อน กลืนก้อนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ หลับตาลงพร้อมกับน้ำตาไหลออกมา หมุนคอซ้ายขวาไปมาดังกร๊อกแกร๊ก มึนหัวและรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักทับบนหัว ผมเดินก้มหน้าไปอย่างเชื่องช้า ถึงช่องทางผ่านไปขึ้นรถไฟฟ้า หยิบเหรียญกลมดำหาที่ทาบสัญญาณไม่ได้ จนคนข้างหลังต้องเข้ามาช่วยทาบสัญญาณให้เปิดช่องทางผ่าน

ผมเดินไปแบบไม่รู้ทาง หาทางขึ้นไปชานชาลาไม่ได้ รปภ.สังเกตเห็น ช่วยนำทางไปที่ชั้น 3 เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดง ผมก้าวเข้าไป มีคนยืนกันเต็มแล้ว หญิงสาวคนหนึ่งลุกขึ้นแล้วให้ผมไปนั่งแทน เธอจ้องหน้าผมและขมวดคิ้วอยู่นาน ผมได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ ถึงสถานีดอนเมือง ผมเดินหาทางลงบันไดเลื่อนไม่ถูก เดินวนอยู่ 3 รอบ ตัดสินใจลงช่องทางหนึ่ง พอดีกับที่จอดรถวินมอเตอร์ไซค์

ผมบอกไปที่บ้านริมสวน วินหนุ่มมองหน้าผม 'อ๋อ พี่นี่เอง เห็นหน้าชัดมากในสื่อ ไปขืนใจเด็กได้อย่างไร' ผมเดินหนีออกไป เดินก้มหน้าไปอย่างเชื่องช้า ใจเหม่อลอย     ไปได้แค่ครึ่งทาง ผมแวะร้านข้าวแกงที่คุ้นเคยกันดี ผมสั่งอาหารจานเดิมคือผัดกะหล่ำน้ำปลา แม่ค้าเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้ผมแล้วพูดว่า 'นี่ไง ไปขืนใจเด็ก เป็นข่าวใหญ่มาก ทีหลังมาเอาคนที่มีอายุเท่าป้าดีกว่านะ' พร้อมเสียงหัวเราะกับป้าอีกคน

ผมพูดอะไรไม่ออก ตักข้าวช้อนแรกลงคอโดยไม่เคี้ยวเลย ผัดกะหล่ำน้ำปลาทำไมมันจืดชืดเช่นนี้ ผมกินไม่ลง ลุกไปรินน้ำเปล่ากลั้วลงคอ แล้วเดินจากร้านไป ถึงหน้าหมู่บ้าน รปภ.ไม่ลุกขึ้นตะเบ๊ะเหมือนทุกครั้ง ผมส่งยิ้มและทักทาย รปภ.บอกว่า 'คนในซอย 2 เขาคุยกันแต่ข่าวของพี่ ดังมากเลยนะ หน้าพี่กับเสื้อสีฟ้าออกสื่อชัดมากทุกช่อง'

ผมพูดอะไรไม่ออก เดินก้มหน้าเข้าบ้านที่ใบไม้จากต้นปีบร่วงหล่นลงเต็มพื้นหน้าบ้าน ผมนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เอน มือก่ายหน้าผาก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่าน เจอคนแรกที่รู้จักและสนิทสนมกันมากด้วยข้อความสั้นๆ ว่า 'ขอโทษไม่สำนึกผิด แล้วไปซ้ำเติมอีก เลว ผิดหวังมาก' ตามด้วยข้อความ 'เสียดาย เคยสนับสนุนสินค้าตลอดมา พวกจอมปลอม ไอ้ชาติชั่ว ไอ้สารเลว'

ผมหลับตาลง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คงมองหน้าใครไม่ได้เลย มีน้อง 2 คนที่รู้จักกันส่งข้อความมาว่าอยากมาหา จะได้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ ผมบอกไปว่าอยู่ต่างจังหวัด โทรศัพท์เสียงดังขึ้นอีกหนึ่งสาย บอกว่าจะมาหาที่บ้าน อยากสัมภาษณ์เพิ่มเติม ผมปฏิเสธไปทันทีว่าไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ ปลายสายบอกต่อ 'แสดงว่าพี่ยอมรับผิดใช่ไหม' ผมกดปุ่มวางสายโทรศัพท์ตัดบท

ผมตัดสินใจหยิบกุญแจรถ ขับออกจากบ้านไปทันที ไม่รู้จะไปที่ไหนดี แต่ขอไปให้พ้นจากที่ตรงนี้ไปก่อน มาถึงครึ่งทาง แสงแดดอ่อนลง ท้องฟ้าเมฆดำตั้งเค้า ฝนที่โค้งขอบฟ้าเทลงมา ผมแวะจอดรถที่ปั๊มบางจาก เอนเบาะลงนอน ถอนหายใจดังเฮือกใหญ่

ผมโทรไปหาเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิท คิดว่าจะช่วยให้ที่พักผมได้ ทันทีที่รับสาย ยังไม่ทันพูดสวัสดีเลย แม่งขึ้นต้นด้วย 'ไอ้เหี้ย ตอนมึงเป็นหนุ่ม มึงแหกกฎสามช้า มึงไม่เข็ด ตอนนี้มาแหกกฎสามช้าตอนแก่ เป็นยังไงล่ะ สมควรสิ้นชีวิตได้แล้ว' ผมบอกว่าจะไปพักหลบหน้าผู้คน แล้วจะเล่าให้ฟัง เสียงห้าวดังตามแบบชาวใต้ตอบกลับทันที 'มึงไม่ต้องมา ถ้ามึงยังไม่สำนึกผิด' ผมตอบกลับ 'ผมผิดไปแล้ว ขอโทษด้วย' พี่คนนี้ตอบกลับมาว่า 'ขอโทษแบบนี้ มึงขอโทษไปอย่างงั้นแหละ ไอ้เหี้ย'

ผมพยายามจะข่มตาลง อยากจะนอนหลับ แต่นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา เสียงยุงมาร้องดังใกล้รูหู หวีดๆ ผมเคลิ้มครึ่งหลับครึ่งตื่น พร้อมกับเสียงของยุง 2-3 ตัว 'สมน้ำหน้า' ผมเอามือตบยุงเข้าที่กกหูขวาของผมดังแผละอย่างแรง ไม่รู้ยุงมันตายหรือเปล่า แต่ใบหูและแก้มผมเจ็บปวดและมึนชามาก"

ส่วนกรณี น.ส.พรนภา เอี่ยมสำอางค์ อดีตนักกิจกรรมการเมืองและนักเขียน ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเธอกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด” ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

ล่าสุด กระแสการพูดถึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย แต่เริ่มขยายไปถึงมูลนิธิกระจกเงา โดยเฉพาะข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับเหตุคุกคามทางเพศภายในองค์กรและวิธีจัดการภายหลังเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน การถกเถียงบนแพลตฟอร์ม X ยังนำไปสู่คำถามต่อมูลนิธิในอีกด้าน เมื่อมีผู้ระบุว่าเป็นผู้บริจาคเงินให้มูลนิธิบ่อยครั้ง ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการตรวจสอบการบริหารเงินบริจาค ก่อนมีการเรียกร้องให้มูลนิธิออกมาชี้แจงทั้งมาตรการป้องกันการคุกคามทางเพศ  ตลอดจนรายรับรายจ่ายและการใช้เงินบริจาคเพื่อคลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น

โดยผู้ใช้บัญชี X รายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเคยเป็นนักศึกษาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงา โพสต์ข้อความว่า “ไม่แปลกใจ ตอนมีเคสคุกคามทางเพศเด็กฝึกงานในมูลนิธิตัวเองก็จัดการได้แย่มาก เหยื่อรู้สึกแย่แล้วต้องมาเจอการโทษเหยื่อซ้ำอีกสารพัด ไม่รู้ปรับปรุงอะไรขึ้นบ้างยัง”

เจ้าของบัญชีดังกล่าวเล่าต่อว่า “เราเคยถูกคุกคามทางเพศตอนฝึกงานอยู่กระจกเงา ระบบการจัดการหลังเกิดเรื่องมันแย่มากจนถึงขั้นซ้ำเติมเหยื่อ เราถูกตั้งคำถามซ้ำๆว่าไปทำอะไรทำไมถึงโดน? และดูออกแหละว่าตัวเขาเองไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร วันนี้เข้าใจแล้วว่าทำไม”

พร้อมระบุว่า หลังเกิดเหตุตนต้องพยายามดำเนินการหลายอย่างด้วยตัวเอง เพื่อเรียกร้องความปลอดภัยให้ทั้งตัวเองและผู้อื่น โดยมีเพียงผู้หญิงบางคนในองค์กรที่แสดงความเห็นใจ ขณะที่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ และทำให้จนถึงปัจจุบันไม่ต้องการเห็นข่าวเกี่ยวกับมูลนิธิ เพราะทำให้นึกย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ในช่วงนั้น

นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการเปิดประเด็นการละเมิดทางเพศของนักกิจกรรมทางสังคมเมื่อกว่า 20 ปีก่อน โดยระบุว่า

"การเปิดประเด็นการละเมิดทางเพศของนักกิจกรรมทางสังคมเมื่อ 20 ปีก่อน ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งยังฝุ่นตลบถึงวันนี้ และคงอีกนานกว่าฝุ่นจะจางหายจากสังคม

โดยส่วนตัวเข้าใจบาดแผลที่อักเสบ ออกฤทธิ์ซ้ำๆ ของผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการจัดการอย่างยาวนาน ภายใต้นิเวศทางสังคมที่พร้อม 100% ที่จะเบลมเพศหญิงในเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ

แต่ที่สุดของที่สุด คือต้องขอบคุณ 'ก้าวที่กล้า' ของผู้ผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อบอกเล่ากับสังคม #MeToo เชื่อว่าความกล้าหาญแบบนี้แหละที่จะเร่ง จะยกระดับสถานการณ์ความสัมพันธ์ทางเพศของทุกความสัมพันธ์ให้อยู่ในพื้นที่ที่ทำร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ โดยเฉพาะเพศหญิง แต่ทุกคน ทุกเพศ จะเห็นทุกมิติของการตัดสินใจ

จากการติดตามข่าว ชัดเจนว่าก้าวแรกใน 20 กว่าปีก่อนของหนูหริ่งคือก้าวที่พลาด แต่การไม่กล่าวโทษเธv การขอโทษเธอ การจัดการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่เพิ่มความเสียหายคือ ก้าวที่เติบโต ก้าวที่ถูกต้อง ที่ชวนให้ผู้ติดตามข่าวหายอึดอัดใจในระดับหนึ่ง"

ขณะที่นายสมบัติโพสต์ข้อความอีกครั้ง ยืนยันว่า "กรณีที่มีคนไปเขียนว่าผมข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่เกินจริงและไม่เป็นความจริง คู่กรณีทั้งสองล้วนบรรลุนิติภาวะ ต่างคนต่างเคยมีคู่รักกันมาก่อน และพูดคุยกันก่อนอย่างชัดเจนว่าจะมีการขับรถไปรับที่บ้านและพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว และระหว่างที่คบหากันไม่มีการบังคับหรือมีท่าทีใดๆ ที่จะเข้าข่ายการขืนใจ ส่วนเรื่องการหย่าร้างของผมกับอดีตภรรยาคู่กรณีย่อมรับทราบ และหลังจากเลิกคบหากันก็ยังได้มีการทักทายพูดคุยกันปกติตามที่ชุมนุมทางการเมืองอยู่หลายครั้ง"

ด้าน "กบ" เมนาท นันทขว้าง ดีไซเนอร์ชื่อดังจาก Soda บุตรสาวคนโตของสุวรรณี สุคนธา นักเขียนชื่อดังผู้ล่วงลับ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้นางทิชาว่า "ก่อนเกิดการ ‘สมยอม’ ของผู้หญิง ถือว่าเป็นการแสดงออกทำนอง ‘ก้าวที่กล้า‘ ของชายงั้นหรือ? เราว่ามันเป็น #สันดาน ที่ไร้ศักดิ์ศรีของชายที่ใช้ความหื่นเป็นแกน โดยหญิงหัวหงอกคนหนึ่งที่มองเพศหญิงอย่างดูแคลนไร้ค่า!?".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

28สค.ชี้ชะตาคดีฮั้วสว.

สองพี่น้อง "ปริศนานันทกุล" ปัดพ้นตัว "ไอลอว์" โยนร่างแหมัดยกหูหา สว.อ่างทอง จ่อฟ้อง "ยิ่งชีพ" สร้างความเสียหายพรรค

เฝ้าระวังขั้นสูงสุด! มท.สั่ง5ผู้ว่าฯชายแดนใต้คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง/ทบ.เพิ่มการข่าว

ตบหน้ารัฐบาลซ้ำ! โจรใต้ป่วนต่อคืนที่ 2 ทั้งวางเพลิง-เผายาง-โปรยตะปูเรือใบ-ทำลายทรัพย์สิน ปค.สั่งด่วน!

'สมยศ' ผุดนิยายสั้น 'อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว' จอมให้กำลังใจยังเคารพเสมอ

“สมยศ” โพสต์เศร้า! “อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว” ก่อนเล่าเรื่องราวชายคนหนึ่งเผชิญแรงกดดันห