"ภราดร" ระบุนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48-68 ต้องเข้าคณะกรรมการทุกเคส "โสภณ" เร่งตั้งคนเหมาะสมร่วมกรรมการนิรโทษกรรม ส่ง "นายกฯ" ใน 2 วันนี้ รองอธิบดีราชทัณฑ์เผยต้องรอบอร์ดสันติสุขเคาะกรอบชัดเจน ก่อนเปิดรับคำร้องนิรโทษฯ คาดผู้ต้องขังคดีการเมืองเข้าเกณฑ์ไม่ถึงหมื่นคน อธิบดีเล็งเคาะโทษประหารต้องขังจริงขั้นต่ำ 25 ปีถึงได้เลื่อนชั้น "12 ก.บ.ศ." เสนอ ปธ.ศาลฎีกาตั้ง คกก.ศึกษาการบังคับโทษทางอาญา หลังคดีโทษประหารแต่ติดคุกแป๊บเดียว ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่น
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 24 สิงหาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนิรโทษกรรมคดีการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมืองว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้แล้ว โดยจะมีคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข 1 ชุดขึ้นมาพิจารณา โดยคดีใดๆ ที่จะเข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรมหรือไม่ต้องให้คณะกรรมการชุดนี้วินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการชุดนี้เริ่มต้นที่รัฐบาลหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า มีหลายส่วนทั้งในส่วนของรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร และภาคราชการด้วย ซึ่งโดยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตั้ง
เมื่อถามว่า เฉพาะคดีที่มีเหตุน่าสงสัยใช่หรือไม่ จึงจะสามารถเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ นายภราดรกล่าวว่า คนที่มีคดีตั้งแต่ปี 48 จนถึงปี 68 น่าจะต้องเข้าทุกเคส ทุกกรณี โดยหลักใหญ่เป็นคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทั้งหลาย ที่ไม่เข้ากับข้อยกเว้น 3 ข้อจะเข้าเงื่อนไขนิรโทษทั้งหมด แต่ตนไม่ทราบว่ามีจำนวนทั้งหมดกี่คนที่เข้าข่าย และบางคนก็หลุดคดีไปแล้วด้วย
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข และประธานสภาต้องตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่า ตามมาตรา 4(8) เป็นอำนาจของประธานสภาในการเสนอชื่อบุคคลในองค์กร ที่มีความชำนาญเรื่องการขจัดความขัดแย้งซึ่งเสนอได้ 1 รายชื่อ ขณะนี้ตนกำลังพิจารณารายชื่อผู้เหมาะสมเพื่อเสนอโดยเร็ว เพื่อให้กรรมการชุดนี้เดินหน้าทำงาน และใครที่เข้าองค์ประกอบได้รับการนิรโทษกรรมก็จะได้รับการนิรโทษกรรมโดยเร็ว แต่กำลังหาอยู่ว่าใครที่เป็นที่ประจักษ์ในองค์กรที่ขจัดความขัดแย้ง
เมื่อถามว่า มีการกำหนดคุณสมบัติไว้หรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า ตนเพิ่งให้ฝ่ายกฎหมายไปดูขอบเขต เพราะเราต้องตั้งตามที่กฎหมายให้อำนาจ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รายชื่อใน 1-2 วันนี้ และส่งรายชื่อไปถึงนายกรัฐมนตรีได้เลยโดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมสภา
ที่กระทรวงยุติธรรม คณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ เพื่อสรุปผลการหารือ วางกรอบ หลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติสำหรับร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่...) พ.ศ. .... ที่มีสาระสำคัญเป็นการเพิ่มเติมกำหนดระยะเวลารับโทษจำคุกขั้นต่ำกับผู้ต้องขังโทษสูง (ประหารชีวิต/จำคุกตลอดชีวิต) ได้มีการประชุมครั้งที่ 2/2569 นำโดย พล.ต.ท.สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษาของ รมว.ยุติธรรม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุม และมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ
ภายหลังการประชุม พ.ต.ท.ประวุธเปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้ยังไม่มีผลเป็นที่สุด เพราะยังไม่สมบูรณ์แล้วเสร็จ ส่วนกรณีหากผู้ต้องขังรายใดในอนาคตต้องคำพิพากษาโทษประหารชีวิต เบื้องต้นมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำว่าจะต้องรับโทษจริงมาไม่ต่ำกว่า 25 ปี ก่อนจะได้รับการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดจริง แต่ในประเด็นนี้ที่ประชุมก็ยังไม่ได้ผลเป็นที่ยุติสมบูรณ์ ยังไม่ได้ข้อสรุป
ส่วนรายงานภายในที่ประชุมคณะทำงานระบุว่า ในที่ประชุมของคณะทำงานวันนี้ได้มีการเสนออัตราโทษขั้นต่ำของแต่ละรายคดีที่เป็นโทษสูง โทษร้ายแรง ว่าผู้ต้องขังจะต้องรับโทษจริงภายในเรือนจำเป็นระยะเวลากี่ปี ก่อนที่จะได้รับการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด ซึ่งเบื้องต้นมีการนำเสนออัตราโทษขั้นต่ำดังนี้ นักโทษเด็ดขาดที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต จะเลื่อนชั้นกรณีปกติ หรือเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษได้ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี นับแต่วันคดีถึงที่สุด ขณะที่นักโทษเด็ดขาดที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต จะเลื่อนชั้นกรณีปกติหรือเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษได้ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี นับแต่วันคดีถึงที่สุด เป็นต้น
ขณะที่ ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวว่า กรณีที่มีการประกาศ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ลงในราชกิจจานุเบกษา ในส่วนบทบาทของกรมราชทัณฑ์นั้นจะมีหน้าที่ในการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขัง ตามมาตรา 6 ซึ่งระบุว่าให้รับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ทั้งรับจากทางผู้ต้องขังที่ร้องขอ หรือญาติของผู้ต้องขังเอง โดยต้องจัดให้มีช่องทางอำนวยความสะดวกในการร้องขอการนิรโทษกรรม ซึ่งคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่เข้าข่ายตามกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ คือผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 - 16 ก.ค. 2568
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนในปัจจุบันนี้กรมราชทัณฑ์ ต้องรอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้มีการประชุมหารือเพื่อกำหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางมาให้ก่อน ซึ่งจะเริ่มประชุมภายใน 30 วันหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา จากนั้นหลักเกณฑ์เหล่านี้กรมราชทัณฑ์จะได้นำไปปฏิบัติต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ กรอบเวลาที่จะต้องมีความคืบหน้าเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติจากที่ประชุมของคณะกรรมการฯ จะต้องเกิดขึ้นภายใน 180 วันแรก นับแต่มีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการฯ ซึ่งเบื้องต้นจำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศในคดีที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้อาจมีไม่ถึง 10,000 ราย แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของผู้ต้องขังคดีต่อเนื่อง (หมายถึงผู้ต้องขังที่ต้องโทษหลายคดี) ที่มีจำนวนมากสุด และมีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรม
ที่ศาลฎีกา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ. ) โดยมี ก.บ.ศ.สายผู้ทรงคุณวุฒิจากข้าราชการตุลาการ 12 ราย (คัดเลือกจากผู้พิพากษาทั่วประเทศ ชั้นศาลละ 4 คน รวม 12 คน) ได้ร่วมลงนามทำบันทึกข้อความ เรื่องขอให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ ต่อประธานศาลฎีกาในฐานะประธาน ก.บ.ศ. โดยระบุว่า จากสภาพสังคมปัจจุบันเกี่ยวกับการบังคับโทษทางอาญาที่มีการลดโทษในชั้นบังคับโทษในคดีร้ายแรงที่มีโทษสูง บางรายมีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่กลับได้รับการลดโทษในชั้นบังคับโทษทางอาญาหลายครั้ง ทำให้รับโทษสุทธิเพียงเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากโทษตามคำพิพากษาอย่างมาก ทำให้สังคมเกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งระบบ และกรณีการกลับมากระทำความผิดซ้ำของผู้พ้นโทษบางราย
โดยโทษที่กระทำนั้นก็เป็นความผิดร้ายแรง ทั้งที่มีพ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 และข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำฯ ใช้บังคับอยู่แล้ว ทำให้สังคมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน รวมถึงการเป็นอยู่อย่างปกติสุข ศาลยุติธรรมจึงจำเป็นต้องมีคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาป้องกันการกระทำความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปลอดภัยแก่สังคม
แหล่งข่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ก.บ.ศ.ทุกท่านได้ร่วมกันลงลายมือชื่อขอให้บรรจุวาระการประชุม สืบเนื่องมาจากที่ปรากฏทางสื่อมวลชนว่า ศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลย จำเลยถูกควบคุมตัวในระยะเวลาสั้นไม่เป็นไปตามคำพิพากษา แล้วได้รับการปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ แล้วยังไปก่อให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดฐานฆ่าคนตาย ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการบังคับโทษต่อศาล ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ศาลได้มีการพิจารณาและพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นไปตามข่าวที่ปรากฏ แต่การบังคับโทษเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ กระบวนการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนี้ครัวเรือนพุ่ง แตะ16.4ล้านล. เตือน‘เอลนีโญ’
สศช.เผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2569 การจ้างงานเพิ่ม 5.1% ผู้มีงานทำ 41.5 ล้านคน
เหยื่อเขย่า‘กระจกเงา’ ‘เมนาท’ซัดไร้ศักดิ์ศรี!
"สมยศ" ผุดนิยายสั้น "อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว" มึนหัวเดินไม่รู้ทาง แต่รู้หมดไปไหนบ้าง ใครด่าว่าอะไร
28สค.ชี้ชะตาคดีฮั้วสว.
สองพี่น้อง "ปริศนานันทกุล" ปัดพ้นตัว "ไอลอว์" โยนร่างแหมัดยกหูหา สว.อ่างทอง จ่อฟ้อง "ยิ่งชีพ" สร้างความเสียหายพรรค
เฝ้าระวังขั้นสูงสุด! มท.สั่ง5ผู้ว่าฯชายแดนใต้คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง/ทบ.เพิ่มการข่าว
ตบหน้ารัฐบาลซ้ำ! โจรใต้ป่วนต่อคืนที่ 2 ทั้งวางเพลิง-เผายาง-โปรยตะปูเรือใบ-ทำลายทรัพย์สิน ปค.สั่งด่วน!
'ภราดร' แจงนิรโทษคดีการเมืองปี 48-68 ทุกเคสต้องเข้า 'คกก.สันติสุข'
'ภราดร' เผยนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48 – 68 ต้องเข้า คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' ทุกเคส หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว
'ภราดร' โต้ไอลอว์ ปม 'ผู้สมัคร สว.อ่างทอง' โทรหา จำไม่ได้ 2 ปีแล้ว
'ภราดร' แจงปมไอลอว์กล่าวหา ผู้สมัคร สว.อ่างทอง โทรหาช่วงเลือกระดับประเทศ ชี้เรื่องผ่านมา 2 ปี รับเป็นพันสาย ใครจะจำได้ ถามกลับเป็นข้อมูลจริงหรือไม่

